สงครามที่เขียนไม่จบของ Jack Owen เมื่อเงา Slayer หลอกหลอนสนามรบ Deicide


บางครั้งสงครามมิได้เริ่มต้นด้วยเสียงปืน หากถือกำเนิดขึ้นจากโน้ตเพียงตัวเดียวที่วางผิดตำแหน่ง จากริฟฟ์กีตาร์ซึ่งไม่อาจหาที่ฝังตัวลงในร่างของบทเพลง และจากความเงียบงันอันหนักอึ้งระหว่างชายผู้เคยยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันบนเวทีเดียวกัน สำหรับ Jack Owen มือกีตาร์ผู้มีนามจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์แห่ง Death Metal ทั้งในฐานะหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้ง Cannibal Corpse อดีตขุนพลแห่ง Deicide และกำลังรบคนสำคัญของ Six Feet Under ความทรงจำเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เขาพยายามเขียนเพลงให้ Deicide ดูจะมิใช่เพียงเรื่องของความแตกต่างทางดนตรี หากเป็นบาดแผลเก่าจากสนามเพลาะที่ยังส่งกลิ่นไหม้ขึ้นมาเป็นระยะ แม้กาลเวลาจะเคลื่อนผ่านไปแล้วหลายปี

ในการให้สัมภาษณ์ครั้งใหม่กับ Chaoszine จาก Finland, Owen เปิดประตูสุสานแห่งอดีตอีกครั้ง เมื่อถูกถามถึงความแตกต่างระหว่างการเขียนเพลงให้ Deicide กับบทบาทของเขาใน Six Feet Under คำตอบของเขาเผยให้เห็นระยะห่างราวกับ 2 ขั้วแห่งสนามรบ จากพื้นที่ซึ่งเขาแทบไม่สามารถขยับเขียนอะไรได้เลย ไปสู่สถานการณ์ที่เขากลายเป็นกำลังหลักแห่งการสร้างสรรค์อย่างเต็มตัว เขาเปรียบมันจาก 0% ในยุค Deicide กลายเป็น 100% เมื่อมาถึง Six Feet Under และสิ่งที่น่าสะพรึงที่สุดในคำสารภาพนั้นคือการยอมรับว่ากำแพงที่ขวางทางเขาใน Deicide ถูกสร้างขึ้นด้วยมือของตัวเขาเอง

Owen ยอมรับว่าเขาบล็อกตัวเองในช่วงเวลานั้น ราวกับทหารที่มีอาวุธอยู่ในมือแต่ไม่อาจเหนี่ยวไก จนกระทั่งวันที่เขาเริ่มค้นพบสูตรบางอย่างซึ่งทำให้สามารถเขียนเพลงได้อย่างต่อเนื่อง เขากลับเดินทางมาถึงปลายถนนกับวงเสียแล้ว ความย้อนแย้งนั้นชวนขมขื่น เพราะในห้วงเวลาที่ประตูแห่งความคิดสร้างสรรค์เริ่มเปิดออก ประตูอีกบานกลับกำลังปิดลงอย่างช้าๆ และเบื้องหลังมันคือเงาทะมึนของวงหนึ่งที่ Owen มองว่าแผ่ปกคลุมเหนือ Deicide มาโดยตลอด นั่นก็คือ Slayer

ในสายตาของ Owen วง Deicide มีบางสิ่งบางอย่างที่หยั่งรากอยู่ในอิทธิพลแห่ง Slayer และความเชื่อนั้นเองทำให้เขาพยายามเขียนดนตรีไปในทิศทางดังกล่าว เขาเหมือนนายทหารผู้ได้รับแผนที่เก่ามาแผ่นหนึ่ง แล้วพยายามเคลื่อนกำลังไปตามเส้นทางซึ่งตนเชื่อว่าจะนำกลับสู่ป้อมปราการเดิม ทว่าปัญหาคือ Deicide กำลังเคลื่อนตัวไปข้างหน้า สิ่งที่เขาเขียนบางครั้งไม่สอดคล้องกับทิศทางที่วงกำลังมุ่งไป และยิ่งห่างไกลจากกลิ่นเลือด ความดิบ และความอำมหิตแห่งอัลบั้มยุคแรก ผลลัพธ์จึงกลายเป็นความรู้สึกแปลกแยก บทเพลงที่เกิดจากมือของสมาชิกในวง แต่กลับเหมือนอวัยวะซึ่งร่างกายไม่ยอมรับ

“มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับผมในการเขียนเพลง” คือใจความสำคัญที่ Owen ยอมรับอย่างไม่อ้อมค้อม และเมื่อความอึดอัดด้านการสร้างสรรค์เดินเคียงคู่ไปกับการออกทัวร์ที่ไม่มากพอ ความเหนื่อยล้าก็ค่อยๆ กัดกินความผูกพันจากภายใน ไม่มีเสียงระเบิดครั้งเดียวที่ทำลายทุกสิ่ง ไม่มีศพกองพะเนินในคืนเดียว มีเพียงสนิมที่ค่อยๆ ลามไปตามเหล็ก กระทั่งวันหนึ่งเขาตระหนักว่า สิ่งเดียวที่เหลือให้ทำคือเดินออกมา

แต่การจากลาของ Jack Owen กับ Deicide มิได้มีเพียงเรื่องของภาวะตันทางความคิดสร้างสรรค์ เพราะใต้พื้นดินยังมีเศษกระดูกแห่งความขัดแย้งอีกชั้นหนึ่งซ่อนอยู่ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม 2024 เขาเคยเล่าถึงช่วงเวลาของอัลบั้ม In The Minds Of Evil ผลงานปี 2013 ซึ่งกลายเป็นสตูดิโออัลบั้มสุดท้ายของเขากับ Deicide โดยกล่าวถึง Kevin Quirion มือกีตาร์ที่ร่วมงานกันในเวลานั้นด้วยความชื่นชมอย่างสูง Owen มองว่า Quirion เป็นคนที่พร้อมช่วยเหลือผู้อื่น มีแรงขับมหาศาลทั้งด้านการเขียนเพลง การมีส่วนร่วมกับวง และการรับมือสารพัดภาระบนท้องถนน ที่สำคัญคือทั้ง 2 สามารถทำงานร่วมกันได้ดี หลายส่วนของอัลบั้มเกิดจากการร่วมเขียน และ Owen ยังยกย่องสิ่งที่ Quirion สร้างขึ้นว่าเต็มไปด้วยความรุนแรงแบบ Thrash ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งเส้นเลือดสำคัญของผลงานชุดนั้น

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังประตูห้องซ้อมกลับมีอีกสงครามหนึ่งกำลังก่อตัว Owen เคยอธิบายว่า ปัญหาปะทุขึ้นจากเพลงใหม่ที่เขากำลังเขียน เมื่อวันหนึ่งเขาเดินเข้าไปในห้องซ้อมและพบว่า Steve Asheim มือกลองและแกนหลักด้านการประพันธ์แห่ง Deicide ได้นำเพลงของเขาหลายเพลง ราว 3 หรือ 4 เพลง ไปบันทึกใหม่ พร้อมเปลี่ยนโน้ตบางจุด สิ่งที่ดูเหมือนรายละเอียดเล็กน้อยกลับกลายเป็นมีดที่แทงลึกลงกลางโต๊ะประชุมของวง เพราะตามคำบอกเล่าของ Owen เขาได้รับคำอธิบายในทำนองว่า การเปลี่ยนโน้ตเหล่านั้นทำขึ้นเพื่อให้เกิดสิทธิ์ในเครดิตการเขียนเพลง

สำหรับนักดนตรี การเปลี่ยนโน้ตไม่กี่ตัวอาจเล็กเท่าฝุ่นบนหลุมศพ แต่เมื่อมันพัวพันกับความเป็นเจ้าของ ความไว้ใจ และศักดิ์ศรีของผู้สร้าง ฝุ่นนั้นสามารถกลายเป็นเถ้าถ่านจากเมืองทั้งเมืองที่ถูกเผา Owen คัดค้านว่านั่นไม่ใช่แนวทางที่เพลงควรดำเนินไป ทว่าตามความทรงจำของเขา Glen Benton ฟรอนต์แมนแห่ง Deicide ตอบกลับในทำนองว่าตอนนี้มันเป็นแบบนั้นแล้ว และตรงนั้นเอง เส้นเลือดเส้นสุดท้ายของความอดทนดูเหมือนจะถูกตัดขาด Owen เดินออกจากห้องซ้อม ก่อนจะหายไปจากวงโดยแทบไม่หันกลับมามอง กระทั่งภายหลังได้รับข้อความที่มีความหมายชัดเจนว่า เขาไม่ได้อยู่ใน Deicide อีกต่อไป

เรื่องราวนี้ยิ่งหนักหน่วงเมื่อมองย้อนกลับไปยังเส้นทางชีวิตของ Jack Owen เพราะเขามิใช่นักดนตรีรับจ้างที่เดินผ่านประตูเข้ามาแล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย เขาคือหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Cannibal Corpse หนึ่งในกองทัพ Death Metal ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ ก่อนเข้าร่วม Deicide ในปี 2004 และฝากคมกีตาร์ไว้ในสตูดิโออัลบั้มถึง 4 ชุด ได้แก่ The Stench Of Redemption ในปี 2006, Till Death Do Us Part ในปี 2008, To Hell With God ในปี 2011 และ In The Minds Of Evil ในปี 2013 นามของเขาจึงมิได้ถูกเขียนด้วยดินสอบนหน้ากระดาษ หากถูกสลักลงบนแผ่นหินแห่งยุคสมัยหนึ่งอย่างแท้จริง

กระนั้น ทุกสงครามย่อมมีบันทึกจากมากกว่าหนึ่งฝ่าย และในปี 2017 Steve Asheim เคยให้ภาพอีกด้านเกี่ยวกับการจากไปของ Owen โดยอธิบายว่า ในช่วงการเขียนอัลบั้ม สมาชิกกำลังพิจารณาบทเพลงที่สร้างเสร็จแล้วจำนวนหนึ่ง อาจราว 9 ถึง 12 เพลง แม้เพลงเหล่านั้นจะใช้ได้ แต่เขากับ Glen Benton ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับมันมากพอ จึงตัดสินใจนำกลับมาเขียนใหม่ ตามมุมมองของ Asheim แต่ Owen ไม่พอใจกับการตัดสินใจดังกล่าว ก่อนจะจากไปในวันหนึ่งและไม่กลับมาอีกเลย เป็นเรื่องเดียวกันแต่มีเงาคนละด้าน ราวกับศพเดียวกันที่ถูกชันสูตรโดยแพทย์ 2 คน และต่างฝ่ายต่างพบรอยมีดในตำแหน่งที่ไม่เหมือนกัน

หลังเสียงประตูแห่ง Deicide ปิดลง ชีวิตของ Owen มิได้จมหายไปในความมืด ในปี 2017 เขาเข้าร่วม Six Feet Under วง Death Metal ที่มี Chris Barnes อดีตเพื่อนร่วมสมรภูมิจาก Cannibal Corpse เป็นผู้นำ และที่นั่นเอง ดูเหมือนพื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยแห้งแล้งจะกลับกลายเป็นแผ่นดินที่เลือดแห่งความคิดสร้างสรรค์ไหลเวียนอีกครั้ง จากชายผู้เคยรู้สึกว่าตนมีส่วนในการเขียนเพลงแทบเป็นศูนย์ เขากลายเป็นผู้แบกรับบทบาทสร้างสรรค์อย่างเต็มกำลัง ความสัมพันธ์ทางดนตรีระหว่าง Barnes กับ Owen จึงมิใช่เพียงการรวมตัวของอดีตสมาชิก Cannibal Corpse หากเป็นการกลับมาพบกันของทหารผ่านศึก 2 คนที่เคยเดินออกจากสงครามเดียวกัน แล้วสร้างแนวรบใหม่ขึ้นบนซากแห่งความทรงจำ

เส้นทางนั้นเดินทางมาถึง Next To Die อัลบั้มล่าสุดของ Six Feet Under ซึ่งออกเมื่อวันที่ 24 เมษายน ผ่าน Metal Blade Records ผลงานชุดนี้โปรดิวซ์โดย Owen และ Barnes ขณะที่ Mark Lewis แห่ง MRL Studios ใน Nashville รับหน้าที่มิกซ์และมาสเตอร์ มันสืบต่อจาก Killing For Revenge ในปี 2024 และนับเป็นผลงานลำดับที่ 3 ที่ Barnes กับ Owen สร้างร่วมกันนับตั้งแต่กลับมารวมกำลังในปี 2017 หากมองจากระยะไกล เรื่องราวทั้งหมดคล้ายวงจรประหลาดแห่งสงคราม ชายคนหนึ่งเคยติดอยู่ในสนามเพลาะซึ่งไม่อาจเขียนเพลงได้ดังใจ เคยเห็นบทประพันธ์ของตนถูกเปลี่ยน เคยเดินออกจากห้องซ้อมโดยไม่กล่าวคำอำลา และเคยถูกประกาศว่าไม่อยู่ในกองทัพนั้นอีกต่อไป แต่หลายปีต่อมา เขากลับยืนอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจสร้างสรรค์แทบทั้งหมดของวงใหม่

บางทีสิ่งที่ Jack Owen เปิดเผยในวันนี้จึงมิใช่เพียงเกร็ดเบื้องหลังของ Deicide หรือ Six Feet Under และมิใช่เพียงเรื่องซุบซิบจากสุสานแห่งวงการ Death Metal หากเป็นภาพของศิลปินคนหนึ่งซึ่งต้องต่อสู้กับศัตรูที่มองไม่เห็น ความคาดหวัง อิทธิพลของอดีต ความไม่ลงรอยในทิศทางดนตรี การช่วงชิงเครดิต และกำแพงภายในจิตใจของตนเอง เขาเคยมอง Deicide ผ่านเงาของ Slayer พยายามสร้างอาวุธให้เข้ากับสงครามที่ตนเข้าใจ แต่สุดท้ายกลับพบว่าสนามรบนั้นเปลี่ยนภูมิประเทศไปแล้ว และบางครั้ง ต่อให้มือของเรายังจับกีตาร์แน่นเพียงใด ต่อให้เสียงแอมป์ยังคำรามเหมือนสัตว์ร้ายในห้องมืด การเอาชีวิตรอดก็อาจมิได้หมายถึงการยืนหยัดจนกระสุนนัดสุดท้าย

บางครั้ง มันหมายถึงการวางปืนลง เดินออกจากสนามเพลาะ และยอมปล่อยให้สงครามเก่าฝังศพของมันเอง

#JackOwen #Deicide #SixFeetUnder #CannibalCorpse #Slayer #ChrisBarnes #GlenBenton #SteveAsheim #KevinQuirion #DeathMetal #MetalBladeRecords #NextToDie #InTheMindsOfEvil #TerritoryMag

ความคิดเห็น