35 ปีในหลุมเน่า! Mental Funeral กลับมาพร้อมเสียงที่ถูกชำแหละใหม่


มีบางอัลบั้มถือกำเนิดขึ้นเพื่อให้ผู้คนฟัง มีบางอัลบั้มถือกำเนิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนทิศทางของดนตรี แต่มีเพียงไม่กี่ชิ้นงานเท่านั้นที่ดูราวกับมิได้ถือกำเนิดจากห้องบันทึกเสียง หากถูกขุดพบจากหลุมศพที่ไร้นาม ถูกลากขึ้นมาจากดินชื้นด้วยตะขอสนิม แล้ววางทิ้งไว้กลางแสงอันซีดเซียวของโลกมนุษย์ให้ทุกคนได้เห็นว่า ความตายเมื่อถูกบันทึกลงบนเทปแม่เหล็กนั้นสามารถส่งกลิ่นเหม็นข้ามกาลเวลาได้ยาวนานเพียงใด และในปี 2026 กลิ่นนั้นกำลังย้อนกลับมาอีกครั้ง เมื่อ Mental Funeral อัลบั้มลำดับที่ 2 ของ Autopsy กำลังจะได้รับการเปิดโลงในวาระครบรอบ 35 ปี ผ่านฉบับพิเศษทั้ง 2CD และ Vinyl ซึ่งมีกำหนดออกในเดือนสิงหาคม ราวกับพิธีศพที่ถูกเลื่อนมานานกว่า 3 ทศวรรษ และบัดนี้เสียงระฆังจากสุสานได้เริ่มดังขึ้นอีกครา

เรื่องราวของ Autopsy เริ่มต้นในปี 1987 ณ San Francisco ท่ามกลางยุคสมัยที่ Death Metal ในสหรัฐอเมริกายังมิได้กลายเป็นอาณาจักรขนาดมหึมา หากเป็นเพียงแนวรบกระจัดกระจายของคนหนุ่มผู้หลงใหลเสียงกีตาร์ที่ฟังราวกับเครื่องจักรสังหารและจังหวะกลองที่หนักหน่วงดุจปืนใหญ่ ศูนย์กลางของความวิปลาสนั้นคือ Chris Reifert มือกลองและนักร้องผู้เคยผ่านสมรภูมิสำคัญมาก่อนแล้วกับ Death วงบุกเบิกจาก Florida และมีส่วนร่วมในอัลบั้มเปิดฉากระดับตำนาน Scream Bloody Gore ประสบการณ์จากสนามรบครั้งนั้นมิได้จางหายไปเมื่อเขาเดินออกมา หากกลับกลายเป็นเชื้อโรคชนิดใหม่ เป็นเมล็ดพันธุ์ดำมืดซึ่งเติบโตขึ้นภายในร่างกาย ก่อนจะแตกหน่อออกมาเป็น Autopsy สิ่งมีชีวิตที่มิได้ต้องการเพียงเล่น Death Metal ให้หนักกว่าเดิม แต่ต้องการทำให้มันป่วย ทำให้มันเน่า และทำให้มันคลานต่ำลงไปในสถานที่ซึ่งแสงสว่างไม่อาจติดตามไปถึง

หลังการก่อตั้ง วงค่อยๆ สร้างภาษาแห่งความตายของตนเองขึ้นมา ก่อนปล่อยอัลบั้มแรก Severed Survival ในปี 1989 ผ่าน Peaceville Records ผลงานที่กลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญแห่ง Death Metal ยุคแรก ด้วยดนตรีที่หยาบ กระด้าง เปียกชื้น และปราศจากความพยายามจะขัดเกลาให้สะอาดเกินความจำเป็น หาก Severed Survival คือประตูเหล็กของห้องชำแหละ Mental Funeral ซึ่งตามมาในปี 1991 ก็คือการเดินลึกเข้าไปหลังประตูบานนั้น ผ่านโต๊ะผ่าศพ ผ่านถังของเสีย ผ่านกำแพงที่มีคราบเลือดเกาะติดอยู่ จนถึงห้องสุดท้ายซึ่งแม้แต่ผู้ตายยังไม่ปรารถนาจะตื่นขึ้นมาพบเห็น

Mental Funeral ถูกบันทึกเสียงที่ Different Fur Studios ในช่วงปลายปี 1990 โดยมี Ron Rigler รับหน้าที่ด้านวิศวกรรมแห่งซาวด์ และสิ่งที่ถูกเก็บลงบนม้วนเทปในครั้งนั้นมิใช่เพียงบทเพลง 12 เพลง หากเป็นสภาพจิตใจแห่งยุคสมัย ยุคที่ Death Metal ยังเต็มไปด้วยดิน เลือด เหงื่อ และความไม่สมบูรณ์แบบอันงดงาม เสียงกีตาร์มิได้ถูกลับให้คมกริบเหมือนมีดผ่าตัดจากโรงงาน หากครางต่ำและบิดเบี้ยวดุจเครื่องจักรขึ้นสนิมที่กำลังบดกระดูกมนุษย์ จังหวะมิได้พุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว หากบางครั้งลากช้าลงจนเหมือนขบวนศพกำลังเคลื่อนผ่านโคลน บางคราวระเบิดขึ้นอย่างฉับพลันราวกับการโจมตีจากแนวสนามเพลาะ และเหนือทุกสิ่งคือเสียงร้องของ Reifert ที่มิได้ฟังคล้ายผู้บรรยายเรื่องราว หากเหมือนสิ่งมีชีวิตซึ่งถูกขังอยู่หลังผนังห้องดับจิตมานานหลายปี แล้วเพิ่งค้นพบว่าตนยังมีลมหายใจเหลือพอจะกรีดร้อง

นั่นคือเหตุผลที่ Mental Funeral ยังคงได้รับการยกย่องในฐานะหนึ่งในอัลบั้ม Death Metal ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เพราะมันไม่เคยยอมประนีประนอมกับความสะอาด ความงาม หรือความปลอดภัยของผู้ฟัง มันเต็มไปด้วยบทสดุดีต่อความโหดร้าย ความเสื่อมทราม และความวิปลาส แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือทุกอย่างถูกห่อหุ้มไว้ด้วยงานโปรดักชันดิบและเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง จนเสียงของมันมีเลือดเนื้อ มีอุณหภูมิ และมีความชื้น มันไม่ใช่กำแพงเสียงสังเคราะห์ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างไร้ตำหนิ หากเป็นห้องจริง เครื่องดนตรีจริง ลมหายใจจริง และความรู้สึกว่าทุกสิ่งอาจพังทลายลงได้ทุกวินาที ความไม่มั่นคงเช่นนั้นเองทำให้อัลบั้มฟังดูมีชีวิต หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้องกว่านั้น มันฟังดูเหมือนศพที่ยังไม่ยอมตายสนิท

บทเพลงอย่าง “Twisted Mass Of Burnt Decay” เปิดฉากราวกับการพบกองซากไหม้เกรียมหลังการทิ้งระเบิด ขณะที่ “In The Grip Of Winter” แผ่ความหนาวเย็นออกมาดุจฤดูหนาวซึ่งมิได้ปกคลุมเพียงผืนดิน หากค่อยๆ กัดกินความทรงจำของผู้รอดชีวิต ส่วน “Fleshcrawl” เคลื่อนตัวด้วยความรู้สึกคล้ายสิ่งมีชีวิตไร้นามกำลังคลานอยู่ใต้ผิวหนัง “Torn From The Womb” และ “Slaughterday” ทำให้สนามรบกับห้องชำแหละกลายเป็นสถานที่เดียวกัน ก่อนที่ “Dead”, “Robbing The Grave”, “Hole In The Head”, “Destined To Fester”, “Bonesaw”, “Dark Crusade” และบทเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม “Mental Funeral” จะค่อยๆ สร้างพงศาวดารแห่งความตายขึ้นมาทีละชั้น ราวกับหลุมศพหมู่ที่ถูกขุดลึกลงไปโดยไม่มีใครรู้ว่าก้นหลุมนั้นอยู่ตรงไหน

ภาพปกของอัลบั้มคืออีกหนึ่งบาดแผลที่ไม่อาจแยกออกจากตัวดนตรี ผลงานของ Kev Walker ศิลปินผู้เคยสร้างภาพปกให้ Severed Survival ซึ่งในเวลานั้นกลายเป็นประเด็นถกเถียงจากความรุนแรงของภาพ เมื่อมาถึง Mental Funeral เขายังคงทำหน้าที่เสมือนจิตรกรประจำห้องเก็บศพ เปลี่ยนความน่าสะพรึงให้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางสายตาซึ่งติดอยู่ในความทรงจำของผู้ฟังมานานหลายทศวรรษ สำหรับ Autopsy ภาพปกมิใช่บรรจุภัณฑ์ และเสียงดนตรีมิใช่สินค้า ทั้ง 2 คือชิ้นส่วนของศพเดียวกัน หากฉีกสิ่งหนึ่งออก อีกสิ่งย่อมสูญเสียกลิ่นคาวเลือดบางส่วนไปด้วย

กาลเวลาหลังปี 1991 เคลื่อนผ่านไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของ Death Metal และ Autopsy เอง วงออกผลงานสตูดิโอ 4 ชุดในช่วงแรกของเส้นทางภายใต้ Peaceville ก่อนยุติบทบาทลงในปี 1995 สมาชิกบางส่วนเดินหน้าสู่ความวิปลาสบทใหม่กับ Abscess และเป็นเวลานานถึง 15 ปีที่นามแห่ง Autopsy ดูคล้ายป้ายหลุมศพซึ่งถูกทิ้งไว้กลางสุสาน ไม่มีใครแน่ใจว่าผู้ตายจะกลับมาหรือไม่ กระทั่งปี 2010 ฝาโลงก็ขยับ เมื่อวงคืนชีพอย่างเป็นทางการผ่าน EP The Tomb Within และตามมาด้วยสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 5 นาม Macabre Eternal ในปี 2011 การกลับมาครั้งนั้นมิใช่การรวมตัวเพื่อรำลึกอดีตอย่างอ่อนแรง หากเป็นการประกาศว่าศพยังมีฟัน และมันยังสามารถกัดคอคนเป็นได้

ทุกวันนี้ Autopsy กำลังเคลื่อนเข้าใกล้วาระครบรอบ 4 ทศวรรษของวง โดยแกนกลางอันยืนยาวอย่าง Chris Reifert, Eric Cutler และ Danny Coralles ยังคงอยู่ในแนวรบเดิม และนั่นทำให้การกลับมาของ Mental Funeral ในวาระ 35 ปีมิใช่เพียงการนำสินค้าจากอดีตมาบรรจุใหม่ หากมีน้ำหนักเสมือนการเปิดบันทึกสงครามโดยผู้รอดชีวิตที่ยังคงมีชีวิตอยู่จริง คนเหล่านี้มิได้ยืนมองซากปรักหักพังจากภาพถ่าย หากเคยอยู่ตรงนั้น เคยเขียนริฟฟ์เหล่านั้น เคยยืนในห้องบันทึกเสียง และเคยเห็นด้วยตาตนเองว่าอัลบั้มซึ่งครั้งหนึ่งเป็นเพียงผลงานลำดับที่ 2 ของวงใต้ดิน จะค่อยๆ เติบโตกลายเป็นอนุสาวรีย์แห่งความเน่าเปื่อยได้อย่างไร

สำหรับฉบับครบรอบ 35 ปี Mental Funeral จะถูกนำเสนอในรูปแบบแผ่นเสียงลิมิเต็ดสี red/green ink spot vinyl พร้อมเสียงที่ผ่านการรีมาสเตอร์ใหม่โดย Greg Wilkinson มือเบสคนปัจจุบันของ Autopsy ณ Earhammer Studios การรีมาสเตอร์ครั้งนี้จึงมิใช่งานของคนนอกที่เดินเข้ามาปัดฝุ่นซากศพโดยไม่รู้ว่ากระดูกชิ้นใดควรอยู่ตรงไหน หากเป็นการทำงานจากบุคคลซึ่งยืนอยู่ภายในสายเลือดของวง หน้าที่สำคัญมิใช่การทำให้ปี 1991 ฟังเหมือนปี 2026 แต่คือการรักษาความหยาบ ความเป็นธรรมชาติ และเชื้อโรคดั้งเดิมเอาไว้ พร้อมเปิดพื้นที่ให้รายละเอียดของบาดแผลปรากฏชัดขึ้นโดยไม่ล้างเลือดออกจากพื้น

ส่วนฉบับพิเศษ 2CD จะบรรจุเสียงรีมาสเตอร์เช่นเดียวกัน พร้อมแผ่นโบนัสคำบรรยายพิเศษ ซึ่ง Chris Reifert, Eric Cutler และ Danny Coralles จะร่วมกันย้อนความทรงจำถึงกระบวนการเขียนเพลง การบันทึกเสียง และแรงบันดาลใจเบื้องหลังอัลบั้ม นี่อาจเป็นส่วนที่มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้ซึ่งมิได้ต้องการเพียงฟัง Mental Funeral อีกครั้ง แต่ต้องการเดินกลับเข้าไปในปลายปี 1990 ต้องการเห็นเงาของคนหนุ่มกลุ่มหนึ่งขณะสร้างดนตรีโดยไม่อาจรู้ได้เลยว่า 35 ปีต่อมา Death Metal จะยังคงพูดถึงสิ่งที่พวกเขาทิ้งไว้เบื้องหลัง

รายชื่อเพลงทั้ง 12 บทยังคงเป็นพงศาวดารแห่งการชำแหละชุดเดิม “Twisted Mass Of Burnt Decay”, “In The Grip Of Winter”, “Fleshcrawl”, “Torn From The Womb”, “Slaughterday”, “Dead”, “Robbing The Grave”, “Hole In The Head”, “Destined To Fester”, “Bonesaw”, “Dark Crusade” และ “Mental Funeral” 12 หลุม 12 บาดแผล 12 ฉากจากสงครามซึ่งไม่เคยมีการลงนามสงบศึก และเมื่อเข็มแผ่นเสียงตกลงบนร่องแรกอีกครั้งในเดือนสิงหาคม เสียงที่ดังขึ้นคงมิใช่เพียงเสียงจากอดีต หากเป็นคำเตือนว่าดนตรีบางชนิดไม่ยอมแก่ ไม่ยอมสุภาพ และไม่ยอมถูกฝัง

35 ปีผ่านไป โลกเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล ห้องบันทึกเสียงเปลี่ยนไป วิธีฟังเพลงเปลี่ยนไป Death Metal แตกแขนงออกเป็นกองทัพนับไม่ถ้วน เทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างสะอาด คมชัด และสมบูรณ์แบบขึ้น แต่ Mental Funeral ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนอาคารที่พังทลายกลางสนามรบ ผนังเต็มไปด้วยรอยกระสุน พื้นชุ่มด้วยสิ่งที่ไม่มีใครอยากตรวจสอบ และภายในความมืดยังมีเสียงบางอย่างหายใจอยู่ช้าๆ เพราะผลงานชิ้นนี้ไม่เคยต้องการความสมบูรณ์แบบตั้งแต่แรก มันต้องการเพียงความจริง ความจริงที่ว่ามนุษย์เน่าเปื่อยได้ ความทรงจำเน่าเปื่อยได้ อารยธรรมเน่าเปื่อยได้ และแม้แต่เสียงดนตรีก็สามารถกลายเป็นซากศพซึ่งส่งกลิ่นแรงขึ้นทุกครั้งที่มีใครเปิดฝาโลง

Mental Funeral จึงไม่ใช่เพียงอัลบั้มที่มีอายุครบ 35 ปี หากเป็นงานศพที่ยังไม่เคยเสร็จสิ้น และ Autopsy กำลังเชื้อเชิญคนทั้งโลกกลับมายืนรอบหลุมอีกครั้ง เพื่อฟังเสียงดินก้อนสุดท้ายตกกระทบฝาโลง และค้นพบด้วยความหวาดกลัวว่า ใต้พื้นดินนั้นยังมีบางสิ่งกำลังเคาะตอบกลับมา

#Autopsy #MentalFuneral #MentalFuneral35 #DeathMetal #OldSchoolDeathMetal #PeacevilleRecords #ChrisReifert #EricCutler #DannyCoralles #GregWilkinson #EarhammerStudios #TerritoryMag

ความคิดเห็น