100 สมรภูมิ Metalcore


Oh, Sleeper – Children of Fire

เมื่อเขาทั้ง 2 ข้างของซาตานถูกคมดาบแห่งพระผู้เป็นเจ้าฟันขาดและร่วงกระแทกพื้นพิภพ สงครามที่เคยถูกจารึกไว้ในคำพยากรณ์กลับมิได้จบลงด้วยชัยชนะ หากเปิดประตูไปสู่โลกซึ่งน่าสะพรึงยิ่งกว่า โลกที่ทั้งพระเจ้าและปีศาจหายไปจากสายตามนุษย์ ไม่มีบัลลังก์บนสวรรค์ให้เฝ้ารอ ไม่มีเปลวไฟในนรกให้หวาดกลัว และไม่มีผู้พิพากษาคอยขีดเส้นแบ่งระหว่างความดีงามและบาปกรรม นี่คือแผ่นดินหลังวันสิ้นโลกของ Children of Fire อัลบั้มลำดับที่ 3 ของ Oh, Sleeper กองกำลัง Metalcore จากรัฐเทกซัส ซึ่งออกจำหน่ายแบบดิจิทัลเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2011 ก่อนตามมาด้วยฉบับวางแผงวันที่ 27 กันยายน ผ่าน Solid State Records บทเพลงทั้ง 12 บทในเวลาเพียง 36 นาที 44 วินาทีจึงมิใช่แค่การระดมริฟฟ์กีตาร์และเสียงคำรามเข้าสังหารผู้ฟัง แต่เป็นพงศาวดารต่อเนื่องจาก Son of the Morning เมื่อปี 2009 ราวกับสมุดบันทึกที่ถูกพบอยู่ใต้ซากวิหารหลังสงครามระหว่างสวรรค์และขุมนรกสิ้นสุดลงโดยไม่มีผู้ชนะ Audio Ink Radio บันทึกคำอธิบายของ Micah Kinard ว่านี่คือผลงานเชิงแนวคิดที่ลึกที่สุดของวงในเวลานั้น ทุกเพลงทำหน้าที่เสมือนหนึ่งบทในเรื่องราวเดียวกัน ตั้งแต่เสียงปืนใหญ่ระลอกแรกจนถึงลมหายใจสุดท้ายของโลก

ม่านแห่งหายนะเปิดขึ้นใน “Endseekers” ซึ่งรับช่วงโดยตรงจาก “The Finisher” เพลงปิดของอัลบั้มก่อนหน้า ภายหลังพระเจ้าพิชิตซาตานและตัดเขาของมันออก ทว่าทันทีที่ควันจากสมรภูมิจางลง ทั้ง 2 ฝ่ายกลับอันตรธาน เหลือเพียงมนุษย์ให้ตีความรอยเลือดบนพื้นด้วยสติปัญญาอันคับแคบของตนเอง เรื่องราวติดตาม 2 ชีวิตซึ่งเดินสวนทางกันท่ามกลางนครที่กำลังถูกความไร้ศีลธรรมกัดกิน คนแรกคือบิดาผู้เคยศรัทธาแรงกล้า แต่หัวใจค่อยๆ พังทลายเมื่อเชื่อว่าพระเจ้าสิ้นพระชนม์แล้ว ส่วนอีกคนคือลูกสาวผู้เริ่มต้นในฐานะผู้ไม่เชื่อ ทว่าการได้เห็นสงครามระหว่าง 2 อำนาจซึ่งเธอเคยปฏิเสธกลับผลักให้เธอออกค้นหาคำตอบ ในโลกที่ไร้รางวัลจากสวรรค์และปราศจากโทษทัณฑ์แห่งนรก มนุษย์จึงปลดโซ่ตรวนทั้งหมดออกจากความปรารถนา เผยให้เห็นว่าบางทีปีศาจที่แท้จริงอาจไม่เคยอาศัยอยู่ใต้พิภพ เพราะมันซ่อนตัวอยู่ในเนื้อหนังของผู้คนมาตลอด และกำลังรอเพียงวันที่ไม่มีพระเนตรคู่ใดมองลงมาจากเบื้องบน

Oh, Sleeper ถ่ายทอดสงครามทางจิตวิญญาณนั้นด้วยอาวุธครบมือ Micah Kinard เปล่งเสียงคำรามราวกับผู้ส่งสารซึ่งลำคอถูกไฟเผา ขณะที่ Shane Blay ใช้เสียงร้องสะอาดเป็นแสงสลัวที่ลอดผ่านท้องฟ้าเหนือสนามเพลาะ James Erwin และ Blay กรีดแนวกีตาร์ซับซ้อนด้วยการแทป สวีป และริฟฟ์กระแทกเป็นจังหวะราวปืนกล โดยมีเบสของ Nate Grady และกลองของ Zac Mayfield คอยขับกองทัพให้ทะยานข้ามซากปรักหักพัง งานผลิตของ Andreas Magnusson ซึ่งเคยร่วมสร้างโลกใน When I Am God และ Son of the Morning ทำให้ทุกชั้นเสียงคมกริบและหนักแน่น แต่ยังเว้นช่องให้ท่วงทำนอง ความเงียบงัน และความลังเลแทรกตัวเข้ามา “The Conscience Speaks” คือเสียงกระซิบแห่งมโนธรรมท่ามกลางเสียงระเบิด ส่วน “Means to Believe” เปรียบเสมือนคำอธิษฐานของผู้บาดเจ็บซึ่งไม่แน่ใจว่าปลายสายยังมีใครฟังอยู่ ความรุนแรงและความไพเราะจึงมิได้ต่อสู้กัน หากทำหน้าที่เป็นทหารคนละกองร้อยในสงครามเดียวกัน ด้านหนึ่งบดขยี้กระดูก อีกด้านหนึ่งเฉือนลึกลงไปในศรัทธา

ท่ามกลางนิยายวันสิ้นโลก Oh, Sleeper ยังเปิดหลุมศพแห่งประวัติศาสตร์จริงขึ้นมาเตือนว่ามนุษย์ไม่จำเป็นต้องรอให้พระเจ้าหรือซาตานล้มตายก่อนจะลงมือสร้างนรก “Hush Yael” ถ่ายทอดโศกนาฏกรรมของครอบครัว Haran จากเหตุโจมตีเมือง Nahariya ประเทศอิสราเอล เมื่อปี 1979 ผ่านภาพของมารดาผู้ต้องปิดปากลูกน้อยเพื่อหลบซ่อนจนความเงียบกลายเป็นตราบาปที่ไม่มีวันลบเลือน ส่วน “Dealers of Fame” หันไปสำรวจคดีฆาตกรรมของกลุ่มที่ถูกเรียกว่า Dnepropetrovsk maniacs ในยูเครน และตั้งคำถามต่อสังคมที่เปลี่ยนความตายให้เป็นความบันเทิง เปลี่ยนฆาตกรให้เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และส่งต่อภาพความทารุณราวกับกำลังซื้อขายยาเสพติดในตลาดมืด บทเพลงทั้ง 2 จึงไม่ใช่เพียงทางแยกออกจากเรื่องหลัก แต่เป็นหลักฐานเปื้อนเลือดซึ่งยืนยันข้อกล่าวหาของอัลบั้ม เมื่อมนุษย์เชื่อว่าไม่มีการพิพากษารออยู่เบื้องหน้า ความชั่วร้ายมิได้ค่อยๆ คลานออกจากเงามืด หากวิ่งเข้าสู่แสงสว่างพร้อมเสียงโห่ร้องแห่งฝูงชน

ท้ายที่สุด โลกใน Children of Fire ถูกทำลายลงจนไม่เหลือสิ่งใดให้กอบกู้ บิดาผู้เคยยึดมั่นกลับสูญเสียความเชื่อ ขณะที่ลูกสาวผู้เคยปฏิเสธพระเจ้ากลับค้นพบศรัทธาท่ามกลางเถ้าถ่าน เธอเรียนรู้ว่าความเงียบงันจากสวรรค์มิได้แปลว่าสวรรค์ว่างเปล่า และความรุนแรงซึ่งมนุษย์กระทำต่อกันไม่อาจโยนความผิดให้พระเจ้าผู้หายไปได้ทั้งหมด เมื่อบทเพลงนามเดียวกับอัลบั้มดังขึ้นเป็นบทอวสาน เหล่าบุตรแห่งไฟจึงมิใช่กองทัพผู้รอดชีวิตจากเปลวเพลิง หากเป็นผู้ยอมให้ไฟเผาความหวาดกลัว ความสงสัย และตัวตนเดิมจนสิ้น เพื่อยืนหยัดต่อหน้าวาระสุดท้ายโดยไม่คุกเข่าให้ความสิ้นหวัง Children of Fire ขึ้นถึงอันดับ 142 บน Billboard 200 และอันดับ 7 บนชาร์ต Christian Albums แต่คุณค่าของมันมิได้ถูกวัดด้วยตัวเลขบนตาราง หากอยู่ตรงความกล้าที่จะลาก Metalcore ลงสู่สนามรบทางเทววิทยา แล้วบังคับให้ผู้ฟังถามตนเองว่า หากวันหนึ่งไม่มีสวรรค์ให้หวัง ไม่มีนรกให้กลัว และไม่มีพระเจ้าปรากฏกายอยู่เหนือหมู่เมฆ เรายังจะเลือกเป็นมนุษย์ที่ดีอยู่หรือไม่ หรือแท้จริงแล้ว ศรัทธาจะมีความหมายที่สุดก็ต่อเมื่อเราต้องรักษามันไว้ในค่ำคืนที่มองไม่เห็นแสงสว่างใด

ความคิดเห็น