100 สมรภูมิ Metalcore
Phinehas – The Fire Itself
.
สงครามทุกครั้งไม่ได้เริ่มต้นจากเสียงปืน บางครั้งมันเริ่มจากประกายไฟเพียงเสี้ยวเดียวในหัวใจของมนุษย์ เปลวไฟที่เผาผลาญความกลัว ผิดหวัง และสิ้นหวัง จนเหลือเพียงจิตวิญญาณที่ถูกตีขึ้นใหม่เหมือนเหล็กกล้าบนทั่งแห่งสนามรบ The Fire Itself คือภาพนั้นอย่างสมบูรณ์ มันไม่ใช่อัลบั้มที่เล่าถึงชัยชนะ หากแต่เป็นเรื่องราวของผู้คนที่ยังเดินต่อทั้งที่แผลเต็มตัว เป็นเสียงของทหารซึ่งรู้ว่าพรุ่งนี้อาจไม่มีชีวิตอยู่ แต่ยังคงยกดาบขึ้นสู้ เพราะศรัทธาบางอย่างมีค่ามากกว่าลมหายใจ และสำหรับวง Phinehas อัลบั้มชุดที่ 5 นี้คือการประกาศว่าพวกเขาไม่ได้กลับมาเพื่อรำลึกอดีต หากกลับมาเพื่อพิสูจน์ว่า Metalcore ยังสามารถเผาไหม้ได้รุนแรงกว่าที่ใครคาดคิด
.
หลังจากปล่อย Dark Flag ในปี 2017 วงเว้นช่วงยาวเกือบ 4 ปี นับเป็นระยะห่างระหว่างอัลบั้มที่นานที่สุดของพวกเขา ระหว่างนั้นโลกต้องเผชิญโรคระบาด ความไม่แน่นอน และความโดดเดี่ยว วงเริ่มแต่งเพลงตั้งแต่ปี 2020 ก่อนเข้าสู่การบันทึกเสียงระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2021 โดยมี Sean McCulloch นักร้องนำ และ Daniel Gailey มือกีตาร์ รับหน้าที่โปรดิวซ์ด้วยตนเอง อัลบั้มวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2021 ผ่านค่าย Solid State Records พร้อมการปล่อยซิงเกิล In the Night, Eternally Apart และเพลงไตเติล The Fire Itself ที่ค่อยๆ จุดไฟแห่งความคาดหวังให้ลุกโชนก่อนวันวางจำหน่าย ราวกับการยิงพลุสัญญาณก่อนกองทัพเคลื่อนพลเข้าสู่แนวรบสุดท้าย
.
แต่สิ่งที่ทำให้ The Fire Itself กลายเป็นอัลบั้มสำคัญ ไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ หากคือวิธีที่มันทำให้ Metalcore กลับมามีชีวิตอีกครั้งในช่วงเวลาที่หลายคนมองว่าแนวเพลงนี้กำลังวนเวียนอยู่กับสูตรเดิม ทุกบทเพลงคือการโจมตีอย่างไม่ลดละ กีตาร์ของ Daniel Gailey ฟาดฟันด้วยริฟฟ์คมกริบ เต็มไปด้วยเมโลดี้ที่สง่างามและโซโลอันแม่นยำ ขณะที่เสียงกลองของ Isaiah Perez กลายเป็นปืนใหญ่ซึ่งยิงกระหน่ำไม่มีช่วงพัก เสียงร้องของ Sean McCulloch แผดเผาระหว่างความเกรี้ยวกราดและความอ่อนโยนได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ราวกับนักรบผู้สามารถสวดภาวนาได้แม้กำลังยืนอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิง ทุกองค์ประกอบถูกผสมอย่างแน่นหนาจนเกิดกำแพงแห่งซาวด์มหึมาที่หนักแน่นแต่ยังคงโปร่งพอให้เมโลดี้ทะลุผ่านออกมาราวกับแสงแรกแห่งรุ่งอรุณเหนือสนามรบที่เต็มไปด้วยซากศพ
.
แม้จะถูกจัดอยู่ในหมวด Christian Metal แต่ศรัทธาในอัลบั้มนี้ไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะคำเทศนา หากเป็นการต่อสู้ของมนุษย์กับความเปราะบางของตัวเอง เนื้อเพลงจำนวนมากหันกลับมามองบาดแผลภายใน ความสูญเสีย การทรยศต่อตนเอง และการค้นหาความหมายแห่งการมีชีวิต ก่อนจะค่อยๆ พาผู้ฟังเดินผ่านความมืดไปสู่ความหวัง เพลงอย่าง Defining Moments พูดถึงความรักที่ยังคงเหลืออยู่หลังความหลงใหลจางหาย Dream Thief ตั้งคำถามว่ามนุษย์จะเป็นใครเมื่อความฝันตายจากไป ขณะที่ Thorns ใช้ภาพมงกุฎหนามแห่งพระคริสต์เป็นสัญลักษณ์ของการยอมรับความเจ็บปวดเพื่อให้เกิดการไถ่บาป ทั้งหมดนี้ทำให้อัลบั้มมีบรรยากาศเหมือนบันทึกของทหารผู้ศรัทธา ซึ่งเขียนข้อความสุดท้ายก่อนก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่ไม่มีใครรับประกันว่าจะได้กลับบ้าน
.
ความยอดเยี่ยมอีกประการคืออัลบั้มแทบไม่มีช่วงเวลาที่แผ่วลงเลย ตลอด 10 เพลงกินเวลาราว 41 นาที ทุกบทเพลงเชื่อมต่อกันราวกับฉากต่อเนื่องแห่งมหาสงคราม เปิดฉากด้วย Eternally Apart ที่ค่อยๆ สร้างแรงกดดันก่อนระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ตามด้วยเพลงไตเติลซึ่งเปรียบเสมือนเปลวไฟกลางสนามรบ ส่วน Holy Coward, War You Know และ Severed by Self-Betrayal คือการโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่าที่ไม่ปล่อยให้ผู้ฟังได้พักหายใจ ก่อนปิดฉากด้วย In the Night บทสรุปอันยิ่งใหญ่ซึ่งเหมือนกองทัพที่ยังคงเดินหน้าฝ่าความมืด แม้จะเหลือทหารเพียงไม่กี่นายก็ตาม นักวิจารณ์จำนวนมากยกให้ The Fire Itself เป็นผลงานที่สมบูรณ์ที่สุดของ Phinehas หลายสำนักชื่นชมทั้งการแต่งเพลง งานโปรดักชัน และความสมดุลระหว่างความหนักหน่วงกับเมโลดี้ หลายเสียงถึงขั้นยกให้เป็นหนึ่งในอัลบั้ม Metalcore ที่ดีที่สุดแห่งปี 2021 เพราะมันพิสูจน์ว่าแนวเพลงซึ่งหลายคนมองว่าอิ่มตัว ยังสามารถสร้างความตื่นเต้นได้อีกครั้ง หากผู้สร้างยังกล้าหลอมเหล็กด้วยไฟแห่งความเชื่อที่แท้จริง
.
ในจักรวาลแห่ง 100 สมรภูมิ Metalcore อัลบั้มนี้จึงเปรียบเสมือนกองพันซึ่งถือคบเพลิงเดินเข้าสู่คืนอันมืดมิด มันไม่ได้อาศัยลูกเล่นใหม่หรือพยายามเปลี่ยนแปลงกฎแห่งสงคราม แต่เลือกทำทุกสิ่งที่ Metalcore ควรเป็นให้สมบูรณ์แบบที่สุด ริฟฟ์ที่ทรงพลัง เมโลดี้ที่ติดหู เบรกดาวน์ที่หนักหน่วง งานโปรดักชันอันเฉียบคม และหัวใจที่ยังเชื่อว่าศรัทธาสามารถทำให้มนุษย์ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งแม้จะถูกเผาจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน The Fire Itself จึงเป็นดั่งไฟซึ่งหล่อหลอมจิตวิญญาณแห่งผู้รอดชีวิต และตราบใดที่เปลวเพลิงนั้นยังไม่ดับ Metalcore ก็จะไม่มีวันตาย
.
#Phinehas #TheFireItself #Metalcore #ChristianMetal #SolidStateRecords #ModernMetalcore #ExtremeMusic #MetalAlbum #TerritoryMag


.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น