100 สมรภูมิ Metalcore
Bleed from Within – Shrine
สงครามบางครั้งไม่ได้เริ่มต้นด้วยเสียงปืน หากถือกำเนิดขึ้นในห้องอันเงียบงัน เมื่อมนุษย์ถูกกักขังให้นั่งมองโลกภายนอกแตกสลายผ่านจอสี่เหลี่ยม การระบาดใหญ่ ความอยุติธรรม คำลวง และความรุนแรงแปรชีวิตประจำวันให้กลายเป็นแนวรบซึ่งไม่มีหลุมหลบภัย สำหรับ BLEED FROM WITHIN ช่วงเวลาเหล่านั้นไม่เพียงทดสอบความอดทนของวงจากกลาสโกว์ หากยังบีบบังคับให้พวกเขารวบรวมความโกรธ ความหวาดกลัว และความรู้สึกไร้อำนาจขึ้นสร้างเป็น Shrine อัลบั้มลำดับที่ 6 ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2022 ผ่าน Nuclear Blast นามของมันหมายถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่สิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ภายในกลับมิใช่แท่นบูชาอันสงบงาม หากเป็นวิหารจากซากหินไหม้ ศพแห่งความเชื่อเก่า และคำปฏิญาณของผู้รอดชีวิตที่ยังไม่ยินยอมให้โลกพรากอาวุธชิ้นสุดท้ายไปจากมือ
หลังการกลับคืนสนามรบด้วย Era ในปี 2018 และการผลักตนเองขึ้นสู่อีกระดับผ่าน Fracture เมื่อปี 2020 วงเดินเข้าสู่การสร้าง Shrine ด้วยสถานะของทหารผ่านศึกที่รู้ดีว่าชัยชนะครั้งก่อนมิได้รับประกันการมีชีวิตรอดในวันพรุ่งนี้ พวกเขาบันทึกผลงานส่วนใหญ่ระหว่างปี 2021 ที่สำนักงานใหญ่ของวงในกลาสโกว์และ Real World Studios ในวิลต์เชียร์ ขณะที่งานเครื่องสายได้รับการบันทึกที่ Middle Farm Studios ทางตอนใต้ของเดวอน ตัววงรับหน้าที่ควบคุมการผลิตด้วยตนเอง โดยมี Jamie Finch ร่วมดูแลการผลิตเพิ่มเติม ส่วน Adam “Nolly” Getgood รับผิดชอบงานวิศวกรรมเสียงกลองและการมิกซ์ร่วมกับ Sebastian Sendon ความเป็นอิสระที่ BLEED FROM WITHIN สั่งสมมาตลอดเส้นทางจึงไม่ได้ปรากฏเพียงในประวัติของวงซึ่งบริหารจัดการตนเอง หากฝังอยู่ในเนื้อโลหะของอัลบั้มทุกชั้น ตั้งแต่เสียงกีตาร์อันหนักหน่วงของ Craig “Goonzi” Gowans และ Steven Jones จังหวะเบสของ Davie Provan ไปจนถึงแรงกระแทกจากกลองของ Ali Richardson ซึ่งทำหน้าที่ราวปืนใหญ่ที่ยิงเปิดทางให้เสียงคำรามของ Scott Kennedy เคลื่อนพลเข้าสู่ใจกลางศัตรู
ประตูวิหารถูกถีบออกด้วย “I Am Damnation” บทประกาศของผู้ถูกพิพากษาซึ่งกลับเลือกสวมคำสาปเป็นเกราะเหล็ก ก่อน “Sovereign” จะเคลื่อนทัพด้วยริฟฟ์แบบ Groove Metal และจังหวะ Two-Step ที่บดพื้นดินจนแตกร้าว “Levitate” ชูท่วงทำนองสง่างามเหนือซากปรัก เสียงร้องสะอาดของ Steven Jones ลอยอยู่เหนือกำแพงกีตาร์ราววิญญาณซึ่งยังไม่ยอมตกลงสู่หลุม ขณะที่ “Flesh and Stone” ปล่อย Blast Beat และวงเครื่องสายเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดภาพของกองทัพมนุษย์กำลังรบกับบางสิ่งที่เก่าแก่กว่าความตาย องค์ประกอบซิมโฟนิกใน Shrine ไม่ได้ถูกนำมาประดับความโอ่อ่า แต่ทำหน้าที่เหมือนควันดำ ธงศึก และเสียงสวดจากนักบวชผู้ยืนอยู่หลังกองทหาร ช่วยขยายความโหดร้ายของ Metalcore, Groove Metal และ Melodic Death Metal ให้สูงใหญ่ขึ้น โดยไม่พรากความดิบเถื่อนซึ่งเป็นหัวใจแห่ง BLEED FROM WITHIN ไปแม้แต่น้อย
ท่ามกลางการโจมตีอย่างต่อเนื่อง “Skye” ปรากฏขึ้นเป็นช่วงเวลาสั้นเพียง 52 วินาที คล้ายความเงียบหลังการระดมยิง เมื่อผู้รอดชีวิตค่อยๆ เงยหน้าจากสนามเพลาะเพื่อนับจำนวนผู้ตาย ก่อน “Stand Down” จะกระชากทุกคนกลับเข้าสู่สงคราม เพลงนี้ถือกำเนิดจากความโกรธต่อความขัดแย้ง โศกนาฏกรรม และคำลวงที่สมาชิกวงต้องเฝ้ามองในช่วงการกักตัว มันจึงมิใช่เพียงคำสั่งให้ศัตรูวางอาวุธ แต่เป็นการตั้งคำถามว่ามนุษย์เคยเรียนรู้อะไรจากประวัติศาสตร์แห่งการฆ่าฟันหรือไม่ จากนั้น “Death Defined”, “Shapeshifter” และ “Temple of Lunacy” พาผู้ฟังลึกลงไปในวิหารซึ่งเสาหินทุกต้นสร้างจากความหวาดระแวง ความเปลี่ยนแปลง และจิตใจที่ใกล้พังทลาย กระทั่ง “Killing Time” ใช้จังหวะ Syncopation ตัดเฉือนอากาศดั่งใบมีด ก่อนที่ “Paradise” จะปิดฉากด้วยเปียโนหม่นหมอง เครื่องสาย และความหนักหน่วงเชิงภาพยนตร์ ชื่อเพลงเอ่ยถึงสวรรค์ แต่หนทางไปถึงที่นั่นกลับเต็มไปด้วยกองศพและเสียงร้องของผู้ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
Shrine มีความยาว 47 นาที 47 วินาที และสามารถขึ้นถึงอันดับ 85 บนชาร์ตอัลบั้มเยอรมนี รวมถึงอันดับ 40 ในสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนจะได้รับการขยายเป็นฉบับ Deluxe ในปี 2023 พร้อมบทเพลง “The Will to Resist”, “Overthrone” และ “Chemical Carnival” ทว่าความสำคัญของอัลบั้มไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขหรือจำนวนบทเพลงเพิ่มเติม หากอยู่ตรงการประกาศว่า BLEED FROM WITHIN เดินพ้นสถานะวงซึ่งเพียงต่อสู้เพื่อให้ตนเองถูกรับฟังแล้ว พวกเขากลายเป็นกองกำลังที่สามารถสร้างโลกของตนขึ้นจากความพังทลาย นำความรุนแรงแห่ง Metalcore ยุค 2000 มาหลอมรวมกับ Groove Metal, Melodic Death Metal และความยิ่งใหญ่ของการใช้ไวโอลิน วิโอลา เชลโล และเครื่องสายอื่นๆ จนเกิดเป็นอนุสรณ์แก่การไม่ยอมจำนน หากวิหารทั่วไปถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์คุกเข่า Shrine กลับสร้างขึ้นเพื่อบังคับให้ผู้พ่ายแพ้ลุกยืน เพราะในโลกที่ศรัทธาถูกสังหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า การมีชีวิตอยู่ต่อไปอาจเป็นพิธีกรรมต่อต้านความตายที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด


.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น