100 สมรภูมิ Metalcore


Aviana – Corporation

ท่ามกลางประวัติศาสตร์แห่งสงคราม บางเมืองไม่ได้พ่ายแพ้เพราะกำแพงถูกทำลาย หากล่มสลายลงเมื่อทหารทุกนายวางอาวุธและเดินจากไป ทิ้งผู้บัญชาการไว้กลางสนามเพลาะอันว่างเปล่า เรื่องราวของ Aviana เกือบจบลงเช่นนั้น วง Metalcore จากเมืองโกเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ก่อนเปิดฉากด้วยอัลบั้ม Polarize ในปี 2017 และเปลี่ยนตำแหน่งนักร้องนำจาก Marcus Vik มาเป็น Joel Holmqvist ในปีเดียวกัน หลังเซ็นสัญญากับ Arising Empire พวกเขาปล่อย Epicenter เมื่อเดือนสิงหาคม 2019 เสียงกีตาร์แบบ Djent จังหวะหนักหน่วง และท่วงทำนองเย็นเยียบทำให้นามของ Aviana เริ่มมีที่ยืนในแนวรบแห่ง Metalcore ยุคใหม่ ทว่าเดือนมีนาคม 2020 สมาชิกอีก 4 คนกลับถอนตัวพร้อมกัน เหลือ Holmqvist เป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการเพียงคนเดียว ในช่วงเวลาเดียวกับที่โรคระบาดกำลังปิดประตูโลกทั้งใบ นามของ Aviana จึงแขวนอยู่เหนือหลุมศพ รอเพียงใครสักคนตัดสินใจว่าจะฝังมันลงดิน หรือหยิบขึ้นมาใช้เป็นอาวุธอีกครั้ง


Holmqvist เลือกทำสงครามต่อ เขาใช้ความโดดเดี่ยวในช่วงโรคระบาดสร้าง Aviana ขึ้นใหม่ โดยไม่พยายามจำลองวงดนตรีชุดเดิม แต่เปลี่ยนมันให้กลายเป็นหน่วยปฏิบัติการไร้ใบหน้า นักดนตรีสวมหน้ากาก 3 คนปรากฏตัวภายใต้นาม Death, Fear และ Dark ราวกับสิ่งที่ยืนข้างเขาไม่ใช่มนุษย์ หากเป็นความตาย ความกลัว และความมืดซึ่งติดตามผู้รอดชีวิตออกมาจากซากปรักหักพัง ภาพลักษณ์สีดำและการปกปิดตัวตนทำให้ Aviana ยุคใหม่ดูคล้ายกองกำลังที่ถูกลบประวัติออกจากฐานข้อมูล เหลือเพียงภารกิจและเสียงเครื่องจักรเป็นหลักฐานว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่


จากการเกิดใหม่ครั้งนี้ Corporation อัลบั้มลำดับที่ 3 จึงถือกำเนิดและออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2022 ผ่าน Arising Empire ตัวอัลบั้มรวบรวมซิงเกิลที่ทยอยปล่อยระหว่างปี 2021–2022 เข้ากับผลงานใหม่ รวมทั้งหมด 11 เพลง นาม Corporation ฟังดูปราศจากเลือดเนื้ออย่างจงใจ มันทำให้นึกถึงอาคารสำนักงานซึ่งไม่มีแสงสว่าง โรงงานที่เครื่องจักรยังหมุนแม้คนงานเสียชีวิตไปหมดแล้ว และระบบที่ไม่สนใจว่าใครจะถูกบดอยู่ภายใน ความหมายดังกล่าวสะท้อนสภาพของ Aviana ได้อย่างน่าขนลุก เพราะเมื่อสมาชิกเดิมจากไป Holmqvist ไม่ได้สร้างครอบครัวใหม่ แต่สร้างโครงสร้างที่มีหน้ากาก ชื่อรหัส และตัวเขาเป็นศูนย์บัญชาการ ตราบใดที่ยังมีใครป้อนความโกรธและความทรงจำลงในเฟือง เครื่องจักรนาม Aviana ก็จะไม่หยุดทำงาน


Curriculum บทบรรเลงเปิดอัลบั้มทำหน้าที่เสมือนแผนผังโรงงาน มันนำเศษชิ้นส่วนจากบทเพลงต่างๆ มาประกอบเป็นลางร้าย ก่อน Obsession จะเปิดประตูเข้าสู่สงครามภายในจิตใจด้วยเรื่องราวของภาวะซึมเศร้าและการถูกกักขังอยู่ในความคิดของตัวเอง เสียงร้องของ Holmqvist เคลื่อนจากความเปราะบางไปสู่เสียงต่ำอันโหดร้าย ขณะที่ภาคดนตรีค่อยๆ ข้ามจาก Metalcore ไปแตะความหนักแห่ง Deathcore ส่วน Rage นำแก่นจากบทกวี Do Not Go Gentle into That Good Night ของ Dylan Thomas มาใช้เป็นแรงต่อต้านความดับสูญ เสียงร้องสะอาดและเสียงคำรามซ้อนทับกันราวกับมนุษย์คนหนึ่งกำลังออกคำสั่งให้ตัวเองลุกขึ้น ทั้งที่อีกครึ่งหนึ่งแห่งวิญญาณจมน้ำไปแล้ว


ช่วงเวลาที่อดีตกลับมาเผชิญหน้ากับปัจจุบันเกิดขึ้นใน Paradox ซึ่งได้ Marcus Vik นักร้องนำคนแรกของ Aviana กลับมาร่วมร้อง เสียงสูงอันเกรี้ยวกราดของ Vik ปะทะกับเสียงต่ำของ Holmqvist เหมือนทหารจากสงครามคนละยุคถูกโยนลงสนามเดียวกัน จังหวะกระสับกระส่ายและ Breakdown ตอนท้ายทำให้เพลงเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ขณะที่ Oblivion พุ่งชนผู้ฟังตั้งแต่วินาทีแรกด้วยจังหวะคล้ายเครื่องเจาะถนน กีตาร์แบบ Djent และบรรยากาศแห่งสงครามวิทยาศาสตร์ ก่อนตัดกับท่อนประสานเสียงที่ไพเราะราวแสงจากทางออกฉุกเฉิน ส่วน Retaliation เปิดพื้นที่ให้ Holmqvist แสดงพลังเสียงอันน่าสะพรึง ทั้งเสียงกรีดร้องแบบ False Cord และเสียง Guttural ที่ดำดิ่งราวถูกเปล่งขึ้นจากใต้หลุมศพ


Corporation ไม่ได้มีเพียงการโจมตีตรงหน้า Anomaly เปลี่ยนสนามรบเป็นถนนกลางคืนซึ่งถูกอาบด้วยแสง Synthwave ก่อนความสงบจะถูกฉีกออกด้วยกลองรัว เสียงกรีดร้อง และกีตาร์แหลมบาด เพลงกล่าวถึงการทำร้ายทางจิตใจซึ่งไม่ทิ้งบาดแผลภายนอก แต่ค่อยๆ ทำลายความทรงจำและคุณค่าของเหยื่อจากภายใน ขณะที่ Transcendent เคลื่อนไปสู่การตระหนักรู้และยอมรับความรับผิดชอบ Illuminate ถูกสร้างมาเพื่อพื้นที่ Mosh Pit ด้วยจังหวะที่เร่งขึ้นเหมือนฝูงชนกำลังถูกไล่ต้อนเข้าสู่หลุมสังหาร และ Overcome ปิดการโจมตีด้วยเสียงร้องที่เหมือนคำขออากาศจากคนซึ่งถูกกดหน้าลงใต้น้ำ


เมื่อ Negligence บทบรรเลงสุดท้ายมาถึง อัลบั้มไม่ได้มอบชัยชนะหรือการเฉลิมฉลองให้ผู้ฟัง มันเพียงพาเราเดินกลับเข้าสู่สนามรบหลังเสียงปืนสงบ ผ่านเสียงกลอง เครื่องสาย และกีตาร์เดียวดายซึ่งลอยอยู่เหนือซากความเสียหาย หาก Curriculum คือการเปิดประตูโรงงาน Negligence ก็คือการปิดเครื่องจักรทีละส่วน ทิ้งไว้เพียงเสียงโลหะที่เย็นตัวและคำถามว่า สิ่งที่รอดชีวิตออกมานั้นยังเป็นมนุษย์คนเดิมอยู่หรือไม่


จุดแข็งของ Corporation อยู่ที่เสียงร้องอันหลากหลายของ Holmqvist การผลิตที่หนาและคม รวมถึงการผสม Metalcore, Djent, Deathcore และบรรยากาศสังเคราะห์เข้าด้วยกันอย่างหนักแน่น อย่างไรก็ตาม การเกิดจากวิสัยทัศน์ที่รวมศูนย์อยู่กับคนเพียงคนเดียวทำให้หลายเพลงมีโครงสร้างและพื้นผิวใกล้เคียงกัน ความเป็นเอกภาพจึงเกือบกลายเป็นความสม่ำเสมอ แต่อีกด้านหนึ่ง ข้อจำกัดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของตัวตน Corporation เพราะมันไม่ใช่อัลบั้มจากประชาธิปไตยของสมาชิกทั้งวง หากเป็นบันทึกจากผู้รอดชีวิตซึ่งต้องแบกอาวุธของทุกคนขึ้นมาด้วยตัวเอง


Corporation อาจไม่ใช่งานที่ไร้บาดแผล แต่นั่นคือเหตุผลที่มันยังมีชีวิต เรามองเห็นรอยเย็บ เหล็กดามใต้ผิวหนัง และได้ยินเครื่องช่วยหายใจทำงานอยู่หลังทุก Breakdown ในปี 2020 Aviana อาจตายไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ Holmqvist ปฏิเสธที่จะฝังมัน เขาสวมหน้ากากให้กองทัพใหม่ ยืนเคียงข้าง Death, Fear และ Dark แล้วเดินกลับเข้าสู่แนวรบ เพราะบางครั้งศรัทธาไม่ได้ส่องสว่างเหมือนเปลวเทียน หากดำสนิทเหมือนถ่านซึ่งถูกฝังอยู่ใต้กองเถ้าศพ และตราบใดที่ข้างในยังมีความร้อน สงครามก็ยังไม่จบ!


#Aviana #Corporation #JoelHolmqvist #ArisingEmpire #Metalcore #Djent #Deathcore #SwedishMetalcore #TerritoryMag

ความคิดเห็น