100 คำสาปแห่ง Black Metal
Mayhem – De Mysteriis Dom Sathanas
.
หากมีใครสักคนถามว่า Black Metal คืออะไร หลายคนอาจตอบว่ามันคือดนตรีที่รวดเร็ว ดิบ หยาบ และต่อต้านศาสนา แต่สำหรับผู้ที่เคยเดินลึกเข้าไปในป่าหิมะแห่งนอร์เวย์จนได้ยินเสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านต้นสนอายุนับร้อยปี คำตอบนั้นย่อมไม่เพียงพอ เพราะ Black Metal ไม่เคยเป็นเพียงแนวดนตรี หากแต่เป็นโลกอีกใบที่ถูกหล่อหลอมจากความโดดเดี่ยว ความศรัทธา ความตาย และความเชื่อที่ยอมเผาผลาญทุกสิ่งเพื่อรักษาอุดมการณ์เอาไว้ และเมื่อกล่าวถึงอัลบั้มที่สามารถรวบรวมทุกองค์ประกอบเหล่านั้นไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นามของ De Mysteriis Dom Sathanas จะถูกเอ่ยขึ้นเป็นลำดับแรกเสมอ ราวกับมันเป็นคัมภีร์สีดำที่ถูกเขียนขึ้นด้วยหมึกจากเลือดของผู้สร้าง ไม่มีผลงานชิ้นใดในประวัติศาสตร์ดนตรีเมทัลที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของสมาชิกในวง การฆ่าตัวตาย การฆาตกรรม ความแตกแยก และเงาแห่งคำสาปได้เท่าอัลบั้มชุดนี้
.
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นก่อนที่เสียงดนตรีจะถูกบันทึกลงเทป เมื่อ Dead นักร้องผู้หมกมุ่นกับความตายและเชื่อว่าตนเองเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณ ได้จบชีวิตลงในปี 1991 ทิ้งเอาไว้เพียงเนื้อร้อง ความทรงจำ และบาดแผลที่ไม่มีวันสมาน หลายบทเพลงในอัลบั้มนี้ โดยเฉพาะ "Life Eternal" ยังคงแบกรับร่องรอยความคิดของเขาเอาไว้อย่างชัดเจน หลังเหตุการณ์นั้น Euronymous ยังคงดึง Mayhem ให้เดินหน้าต่อ เขารวบรวมสมาชิกใหม่ นำ Attila Csihar นักร้องชาวฮังการีผู้มีน้ำเสียงประหลาดเหนือมนุษย์เข้ามาบันทึกเสียง และให้ Varg Vikernes รับหน้าที่มือเบส การบันทึกเสียงระหว่างปี 1992 ถึง 1993 ภายใน Grieghallen Studios เมืองเบอร์เกน จึงเป็นดั่งการประกอบพิธีกรรมครั้งสุดท้ายของวงที่ไม่มีใครล่วงรู้ว่าจุดจบกำลังรออยู่เบื้องหน้า ทุกริฟฟ์ของ Euronymous เต็มไปด้วยความเยือกเย็นที่ไม่ต้องอาศัยความเร็วเพื่อสร้างความหวาดกลัว ทุกจังหวะกลองของ Hellhammer แม่นยำราวเครื่องจักรสงคราม ขณะที่เสียงร้องของ Attila ล่องลอยราวนักบวชกำลังสวดภาวนาอยู่ภายในมหาวิหารร้าง เสียงทั้งหมดหลอมรวมกันจนเกิดบรรยากาศที่ไม่ใช่เพียงความมืด แต่เป็นความว่างเปล่าที่เหมือนกำลังกลืนกินโลกทั้งใบอย่างช้าๆ
.
จากนั้น โศกนาฏกรรมที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ดนตรีไปตลอดกาลก็เกิดขึ้น วันที่ 10 สิงหาคม 1993 Euronymous ถูกสังหารก่อนที่อัลบั้มจะออกวางจำหน่ายไม่กี่เดือน ผู้ลงมือคือ Varg Vikernes มือเบสผู้บันทึกเสียงอยู่ในอัลบั้มเดียวกัน ครอบครัวของ Euronymous ขอให้ลบเสียงเบสทั้งหมดออกจากงานชิ้นนี้ Hellhammer รับปากว่าจะอัดใหม่ด้วยตนเอง แต่ท้ายที่สุดเขายอมรับว่าไม่สามารถเล่นเบสได้ดีพอ ซาวด์ของ Varg จึงยังคงอยู่ในอัลบั้ม เพียงถูกลดระดับลงระหว่างการมิกซ์เสียง ความย้อนแย้งอันน่าสะพรึงจึงถือกำเนิดขึ้น เพราะทุกครั้งที่ผู้คนเปิดฟัง De Mysteriis Dom Sathanas พวกเขาจะได้ยินเสียงดนตรีของผู้ตายและผู้สังหารบรรเลงร่วมกันอยู่ในบทเพลงเดียวอย่างไม่มีวันแยกจากกัน นั่นไม่ใช่ตำนานที่ถูกแต่งขึ้นเพื่อการตลาด แต่คือข้อเท็จจริงที่ทำให้อัลบั้มชุดนี้มีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์ยิ่งกว่านวนิยายสยองขวัญหลายร้อยเล่ม
.
แต่หากตัดข่าวอื้อฉาวทั้งหมดออกไป สิ่งที่ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างามคือคุณค่าทางดนตรีอันไร้กาลเวลา "Funeral Fog" เปิดฉากด้วยหมอกแห่งความตายที่ค่อยๆ กลืนผู้ฟังเข้าสู่โลกอีกใบ "Freezing Moon" กลายเป็นหนึ่งในบทเพลงที่ถูกยกย่องสูงสุดในประวัติศาสตร์ Black Metal จากการเรียบเรียงที่ทั้งงดงามและน่าหวาดหวั่น โซโลกีตาร์ของ Euronymous ไม่ได้อวดเทคนิค หากแต่เล่าเรื่องความเวิ้งว้างแห่งฤดูหนาวในดินแดนเหนือได้อย่างน่าอัศจรรย์ "Pagan Fears" และ "From the Dark Past" ถ่ายทอดความหนักหน่วงผ่านริฟฟ์ที่ค่อยๆ บีบรัดอารมณ์ผู้ฟัง ส่วน "Life Eternal" เปรียบเสมือนจดหมายฉบับสุดท้ายของผู้ที่จากโลกนี้ไปแล้ว ก่อนที่เพลงไตเติล "De Mysteriis Dom Sathanas" จะปิดม่านทุกสิ่งด้วยพิธีกรรมอันเยือกเย็น เสียงร้องของ Attila ทำหน้าที่เป็นดั่งร่างทรงซึ่งกำลังเรียกหาสิ่งที่หลับใหลอยู่ในความมืด และนั่นคือเหตุผลที่แม้เวลาจะผ่านมากว่า 3 ทศวรรษ ก็ยังไม่มีใครสามารถลอกเลียนบุคลิกของอัลบั้มชุดนี้ได้
.
หน้าปกที่เป็นภาพมหาวิหาร Nidaros Cathedral ในเมืองทรอนด์เฮมซึ่งถูกย้อมด้วยโทนสีน้ำเงินเย็นยะเยือก ยังคงเป็นหนึ่งในภาพปกที่ทรงพลังที่สุดแห่ง Extreme Metal มันไม่ได้เชื้อเชิญให้ผู้ฟังเดินเข้าไป หากแต่ยืนสงบนิ่งราวซากโบราณสถานที่เฝ้ามองผู้คนล้มตายมาหลายศตวรรษ เช่นเดียวกับเสียงดนตรีภายในอัลบั้มที่ไม่เคยเร่งเร้าให้ผู้ฟังศรัทธา แต่ค่อยๆ ซึมลึกเข้าไปในจิตใจเหมือนหมอกหนาที่ยากจะสลัดออก เมื่อเสียงสุดท้ายของเพลงจบลง ความเงียบที่หลงเหลืออยู่กลับน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเสียงดนตรี และนั่นคือเหตุผลที่ De Mysteriis Dom Sathanas ไม่เคยเป็นเพียงอัลบั้มคลาสสิก หากแต่เป็นอนุสรณ์สถานแห่งยุคสมัย ยุคที่ Black Metal ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในห้องอัดเสียง แต่ถูกหล่อหลอมจากสงครามภายในจิตใจของมนุษย์ ความตายของมิตรสหาย ความคลั่งศรัทธา และราคาที่ศิลปะต้องจ่ายด้วยชีวิต
.
เมื่อมองย้อนกลับไปในวันนี้ เราอาจอธิบาย De Mysteriis Dom Sathanas ได้ด้วยถ้อยคำมากมาย ทั้งตำนาน อิทธิพล หรือผลงานระดับมาสเตอร์พีซ แต่ไม่มีสิ่งใดสะท้อนตัวตนของมันได้ดีเท่าคำสาป เพราะตลอดเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ผู้คนยังคงเปิดฟังมันด้วยความรู้สึกเดิม ราวกับทุกครั้งที่เข็มแผ่นเสียงตกลงบนร่องแรกของ "Funeral Fog" ประตูของมหาวิหารแห่งซาตานจะเปิดออกอีกครั้ง และเสียงกระซิบจากผู้ที่จากไปจะยังคงดังก้องอยู่ในความมืดอย่างไม่มีวันเงียบงัน!
.
#Mayhem #DeMysteriisDomSathanas #BlackMetal #NorwegianBlackMetal #DeathlikeSilence #Euronymous #Hellhammer #AttilaCsihar #TerritoryMag


.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น