The Conquering Darkness สงครามศักดิ์สิทธิ์ของปีศาจจากอดีตสู่ปัจจุบัน
บางวงถือกำเนิดขึ้นจากความฝัน บางวงถือกำเนิดจากมิตรภาพ แต่บางวงกลับถูกหล่อหลอมขึ้นจากเปลวไฟที่ลุกไหม้อยู่ใต้พื้นพิภพมานานนับทศวรรษ ราวกับอสูรกายโบราณที่รอคอยเวลาตื่นจากการหลับใหล และ MALEFIC THRONE คือหนึ่งในนั้น
เรื่องราวของวงนี้ไม่ได้เริ่มต้นในปี 2020 วันที่นามของพวกเขาปรากฏขึ้นอย่างเป็นทางการ หากแต่ย้อนกลับไปไกลกว่านั้นถึงยุคกลางทศวรรษ 1990 ภายใน Morrisound Studios สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง Death Metal อเมริกัน ที่ซึ่งเสียงกีตาร์ราวกับเครื่องจักรสงครามและเสียงกลองราวกับการทิ้งระเบิดทางอากาศถูกบันทึกลงบนเทปแม่เหล็กอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงเวลานั้น Gene Palubicki จาก Angelcorpse และ Perdition Temple ได้พบกับ Steve Tucker แห่ง Morbid Angel รวมถึง John Longstreth มือกลองผู้จะกลายเป็นหนึ่งในนักรบแห่งวงการ Extreme Metal ผ่านผลงานกับ Origin, Hate Eternal และ Angelcorpse แม้เวลานั้นจะยังไม่มีใครคาดคิดว่าการพบกันธรรมดาในสตูดิโอแห่งหนึ่ง จะกลายเป็นเมล็ดพันธุ์ของบางสิ่งที่รอวันเติบโตนานกว่า 2 ทศวรรษ
กาลเวลาผ่านไป วงดนตรีมากมายถือกำเนิดและล่มสลาย ชื่อเสียงถูกสร้างขึ้นและพังทลาย ศิลปินจำนวนไม่น้อยหายไปพร้อมกับกระแสแห่งยุคสมัย แต่บทสนทนาเก่าๆ ระหว่างนักดนตรี 3 คนยังคงหลงเหลืออยู่เหมือนเถ้าถ่านที่เก็บความร้อนไว้ภายใน
เมื่อโลกเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี 2020 Gene Palubicki ตัดสินใจรวบรวมกำลังพลอีกครั้ง เขานำเอาความคิด ความโหดร้าย และวิสัยทัศน์ที่สั่งสมมานานมาหลอมรวมกับ Steve Tucker และ John Longstreth จนเกิดเป็น MALEFIC THRONE ซึ่งเป็นการของนักดนตรีชื่อดังที่ต่างมีรอยแผลและประสบการณ์จากสนามรบแห่ง Death Metal มาอย่างโชกโชน
John Longstreth กล่าวว่ารากเหง้าของวงสามารถย้อนกลับไปถึงยุค 90 ได้อย่างชัดเจน และการได้เห็นมิตรภาพเก่าเติบโตกลายเป็นวงดนตรีเต็มรูปแบบนั้นเปรียบเสมือนการเฉลิมฉลองให้กับ Death Metal ในรูปแบบที่ดุเดือดที่สุด ส่วน Gene Palubicki มองว่าสิ่งที่ทำให้ MALEFIC THRONE แตกต่างจากวงอื่น คือการที่ตัวตนของสมาชิกทั้ง 3 คนฝังอยู่ในทุกวินาทีของบทเพลง ไม่มีใครเป็นเพียงแค่ตัวประกอบ ทุกซาวด์ ทุกริฟฟ์ และทุกจังหวะล้วนเกิดจากการหลอมรวมวิญญาณของทั้ง 3 เข้าด้วยกัน
ผลลัพธ์ของการรวมตัวครั้งนี้ถูกถ่ายทอดออกมาในอัลบั้มเปิดตัว The Conquering Darkness ซึ่งวางจำหน่ายครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2025 ผ่าน Agonia Records ก่อนจะถูกนำกลับมาผลิตใหม่ในรูปแบบแผ่นไวนิลหลังได้รับกระแสตอบรับอย่างแข็งแกร่งจากแฟนเพลงสายสุดขั้วทั่วโลก
นามแห่งอัลบั้มที่ฟังดูราวกับการประกาศสงครามกับความมืด แต่เมื่อบทเพลงเริ่มต้นขึ้น ผู้ฟังจะค้นพบว่าความมืดในที่นี้ไม่ใช่ศัตรู หากเป็นอาณาจักรที่วงกำลังเข้ายึดครอง
ตั้งแต่ “Blasphémait Desecration” ที่เปิดฉากอย่างดุเดือดราวพิธีกรรมบูชายัญ ไปจนถึง “The Voice Of My Ghost” ที่เหมือนเสียงกระซิบจากวิญญาณผู้ถูกลืมเลือน ทุกบทเพลงเดินหน้าอย่างไร้ปรานี เสียงกลองของ Longstreth ถาโถมดุจปืนใหญ่ เสียงเบสและเสียงร้องของ Steve Tucker พุ่งเข้ากระแทกผู้ฟังราวกับคำสาปโบราณ ส่วนริฟฟ์กีตาร์ของ Gene Palubicki ก็แผ่ขยายดั่งกองทัพในเงาดำที่กำลังเคลื่อนพลผ่านสมรภูมิอันไร้จุดสิ้นสุด
หนึ่งในบทเพลงสำคัญของอัลบั้มคือ “When Our Shadows Align” ซึ่งล่าสุดได้รับการถ่ายทอดออกมาในรูปแบบมิวสิกวิดีโออย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ภาพและเสียงของเพลงนี้ให้ความรู้สึกเหมือนพิธีกรรมแห่งการรวมตัวของเงาทั้ง 3 เงาที่เคยเดินอยู่คนละเส้นทางในอดีต แต่บัดนี้กลับเคลื่อนเข้าหากันจนกลายเป็นร่างเดียว
การบันทึกเสียงอัลบั้มเกิดขึ้นที่ Menegroth The Thousand Caves ภายใต้การดูแลของ Colin Marston บุคคลผู้อยู่เบื้องหลังผลงานของ Gorguts, Origin และ Atheist สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนห้องทดลองลับที่ใช้หลอมสร้างอาวุธแห่งซาวด์ระดับทำลายล้าง ขณะที่ Longstreth อธิบายผลงานชุดนี้ว่าเป็น “Infernal Nuclear Death Metal” หรือ Death Metal ระดับนิวเคลียร์จากขุมนรก คำจำกัดความที่อาจฟังเกินจริงสำหรับบางคน แต่เมื่อเสียงเพลงเริ่มทำงาน มันกลับฟังดูเหมาะสมอย่างน่าประหลาด
ด้านงานศิลป์ก็ได้รับการดูแลโดยบุคคลระดับแนวหน้าของวงการ Daniele Valeriani ผู้เคยสร้างผลงานให้ Dark Funeral และ Mayhem รับหน้าที่วาดภาพปกอัลบั้ม ขณะที่โลโก้ของวงถูกออกแบบโดย Christophe Szpajdel ศิลปินผู้ฝากลายเซ็นไว้กับ Emperor และ Moonspell ทำให้ทุกองค์ประกอบของ MALEFIC THRONE ตั้งแต่เสียงดนตรีจนถึงภาพลักษณ์ภายนอก ล้วนถูกสร้างขึ้นด้วยมาตรฐานระดับสูงสุดแห่ง Extreme Metal
ท่ามกลางยุคที่ Death Metal แตกแขนงออกเป็นสายพันธุ์นับไม่ถ้วน หลายวงพยายามไล่ล่าความซับซ้อน หลายวงพยายามสร้างความแตกต่างด้วยเทคนิคหรือเทคโนโลยี แต่ MALEFIC THRONE กลับเลือกเดินบนเส้นทางที่เรียบง่ายกว่า พวกเขาใช้ประสบการณ์ ใช้ไฟที่สะสมมานาน และใช้ความเข้าใจในแก่นแท้แห่งความรุนแรงทางดนตรีเป็นอาวุธ
นี่ไม่ใช่วงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อไล่ตามกระแส ไม่ใช่การรวมตัวของซุป’ตาเพื่อสร้างความตื่นเต้นชั่วคราว แต่คือการกลับมาพบกันของนักรบ 3 คนที่เคยยืนอยู่บนสนามรบเดียวกันเมื่อหลาย 10 ปีก่อน และวันนี้ พวกเขากำลังเขียนบทใหม่แห่งสงครามนั้นด้วยเลือด เหล็กกล้า และเงามืด
เมื่อเงาทั้ง 3 เรียงตัวเป็นหนึ่งเดียว ความมืดจึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป หากกลายเป็นอาณาจักรที่ถูกพิชิตเรียบร้อยแล้ว
#MaleficThrone #TheConqueringDarkness #SteveTucker #GenePalubicki #JohnLongstreth #MorbidAngel #Origin #Angelcorpse #AgoniaRecords #DeathMetal #ExtremeMetal #InfernalDeathMetal #TerritoryMag



.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น