ก่อน Scream Bloody Gore จะถือกำเนิด ยังมีเสียงคำรามอีกชุดหนึ่งซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน
ประวัติศาสตร์มักจดจำผู้ชนะ จดจำอัลบั้มที่เปลี่ยนโลก จดจำนามแห่งศิลปินผู้กลายเป็นตำนาน แต่ในเงามืดของประวัติศาสตร์ทุกหน้า มักมีเรื่องราวอีกจำนวนมากที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ราวกับซากโบราณสถานที่ถูกฝังอยู่ใต้ชั้นดินหนาและรอคอยใครสักคนมาขุดค้นอีกครั้ง เรื่องราวแห่ง Death Metal ก็ไม่ต่างกัน ผู้คนรู้จัก Scream Bloody Gore ในฐานะจุดเริ่มต้นของอาณาจักรแห่งความตาย รู้จัก Leprosy ในฐานะหนึ่งในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แห่งแนวดนตรีสุดขั้ว และรู้จัก Chuck Schuldiner ในฐานะบุคคลผู้เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ดนตรีหนักกะโหลกไปตลอดกาล แต่ก่อนที่โลกจะรู้จักนามเหล่านั้น ก่อนที่คำว่า Death Metal จะถูกจารึกลงบนแผนที่แห่งวัฒนธรรมใต้ดิน มีเพียงเด็กวัยรุ่นไม่กี่คนในฟลอริดาที่กำลังทดลองสร้างบางสิ่งจากความหลงใหล ความดื้อรั้น และจินตนาการอันมืดมิด พวกเขาอัดเสียงเดโมด้วยอุปกรณ์ราคาถูก ซ้อมดนตรีในห้องเล็กๆ และส่งต่อเทปคาสเซ็ตจากมือหนึ่งสู่อีกมือหนึ่งโดยไม่มีใครคาดคิดว่าเมล็ดพันธุ์เล็กๆ เหล่านั้นจะเติบโตกลายเป็นต้นไม้ยักษ์ที่ทอดเงาปกคลุมวงการ Extreme Metal ทั่วโลกในเวลาต่อมา
กว่า 4 ทศวรรษผ่านไป บทเพลงจำนวนมากจากยุคเริ่มต้นนั้นยังคงถูกจดจำในฐานะตำนานอันเลือนราง หลายเพลงถูกบันทึกไว้เพียงบนเทปเดโมที่คุณภาพเสียงย่ำแย่จนแทบฟังรายละเอียดไม่ออก หลายเพลงถูกส่งต่อผ่านวัฒนธรรม Tape Trading จนเสียงดนตรีค่อยๆ ถูกกลืนหายไปกับเสียงซ่าและความเสื่อมสภาพของเนื้อเทป ราวกับเศษซากอารยธรรมโบราณที่เหลือเพียงเงารางๆ ให้คนรุ่นหลังจินตนาการถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต แต่สำหรับ Terry Butler, Rick Rozz, Matt Harvey และ Gus Rios เรื่องราวเหล่านั้นไม่ควรถูกปล่อยให้จมหายไปในหลุมศพแห่งกาลเวลา เพราะสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในเดโมยุคแรกของ Death และ Mantas คือรหัสของพันธุกรรมแห่ง Death Metal เป็นหลักฐานชิ้นแรกแห่งวิวัฒนาการที่จะนำไปสู่การถือกำเนิดของหนึ่งในขบวนการดนตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกใต้ดิน
นั่นคือเหตุผลที่ Left To Die ถือกำเนิดขึ้น และนั่นคือเหตุผลที่ Initium Mortis มีความสำคัญมากกว่าการเป็นเพียงอัลบั้มใหม่ของวงรวมดาว Death Metal เพราะแทนที่จะพยายามแต่งเพลงขึ้นมาแข่งขันกับมรดกอันยิ่งใหญ่ของ Death สมาชิกทุกคนกลับเลือกเดินย้อนเส้นทางสู่จุดเริ่มต้น พวกเขาลงไปสำรวจคลังเดโม การบันทึกการซ้อม และบทเพลงที่เคยถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1983 ถึง 1987 ก่อนจะคัดเลือกชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดมาประกอบขึ้นใหม่ราวกับนักโบราณคดีกำลังฟื้นฟูซากวิหารที่พังทลายให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือบทเพลงอย่าง Archangel, Legion Of Doom, Death By Metal และ Witch Of Hell ที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณดิบเถื่อนของยุคแรกเอาไว้อย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันก็ได้รับการถ่ายทอดผ่านคุณภาพการบันทึกเสียงที่ทำให้ผู้ฟังสามารถมองเห็นรายละเอียดซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกซ่อนอยู่ใต้ชั้นหมอกแห่งเทคโนโลยีอันจำกัดแห่งยุคสมัย
โดยเฉพาะ Witch Of Hell ซิงเกิลล่าสุดจากอัลบั้มซึ่งเปรียบเสมือนหน้าต่างที่เปิดออกสู่ปี 1984 อย่างสมบูรณ์แบบ ภายในนั้นยังคงมีความดิบ ความห้าวหาญ และความรู้สึกอันไร้เดียงสาในแบบที่พบได้เฉพาะช่วงเวลาที่แนวดนตรีกำลังถือกำเนิด ริฟฟ์กีตาร์พุ่งตรงราวใบมีดสนิม เสียงกลองเคลื่อนตัวเหมือนกองทัพที่กำลังบุกผ่านสนามรบ และบรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกราวกับกำลังรับฟังคำสาปจากยุคสมัยที่โลกยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Death Metal ขึ้นบนผืนแผ่นดินแห่งฟลอริดา Terry Butler ถึงกับกล่าวว่านี่คือพิมพ์เขียวของวง Death/Thrash รุ่นต่อๆ มา เป็นตัวอย่างอันชัดเจนว่าความดุร้ายแบบดั้งเดิมนั้นมีพลังมากเพียงใดโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความซับซ้อนหรือการประดับตกแต่งใดๆ
สิ่งที่ทำให้ Initium Mortis น่าสนใจอย่างยิ่งคือการที่อัลบั้มนี้ไม่ได้พยายามเลียนแบบอดีต แต่มันกำลังเปิดเผยอดีตให้คนรุ่นปัจจุบันได้มองเห็นอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก ราวกับการขุดค้นฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตโบราณที่เคยถูกเข้าใจเพียงจากภาพร่างเลือนราง แล้วนำมันกลับมาประกอบเป็นร่างสมบูรณ์ต่อหน้าสายตาของผู้คนทั่วโลก ในแต่ละเพลง ผู้ฟังจะได้ยินจุดเชื่อมต่อระหว่าง Mantas กับ Death ได้ยินวิวัฒนาการของริฟฟ์ ได้ยินรากเหง้าแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ต่อมาจะผลิดอกออกผลเป็น Leprosy, Spiritual Healing และผลงานระดับตำนานอีกมากมายในอนาคต และยิ่งรับฟังมากเท่าใด ก็ยิ่งตระหนักว่าประวัติศาสตร์แห่ง Death Metal ไม่ได้เริ่มต้นจากอัลบั้มใดอัลบั้มหนึ่ง หากเริ่มต้นจากกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่กล้าฝันถึงเสียงดนตรีแบบใหม่ในวันที่โลกยังไม่พร้อมจะเข้าใจ
ในยุคที่วงการดนตรีเต็มไปด้วยการรียูเนียน การหวนคืนอดีต และการเฉลิมฉลองความทรงจำเก่าๆ Initium Mortis จึงแตกต่างออกไป เพราะมันไม่ใช่การหวนกลับไปมองอดีตด้วยความคิดถึง แต่มันคือการกลับไปสำรวจจุดกำเนิดแห่งความมืด เป็นการเปิดประตูสู่ห้องลับที่ถูกปิดตายมานานกว่า 40 ปี และปล่อยให้ซาวด์จากยุคแรกเริ่มแห่ง Death Metal ได้พูดกับโลกอีกครั้งอย่างชัดเจนกว่าที่เคยเป็นมา ราวกับวิญญาณที่ถูกฝังอยู่ใต้ผืนดินมาเนิ่นนานกำลังลุกขึ้นยืน สะบัดฝุ่นออกจากร่างกาย และเดินกลับเข้าสู่สนามรบอย่างสง่างาม
LeftToDie #InitiumMortis #DeathMetal #ChuckSchuldiner #Death #Mantas #RelapseRecords #OldSchoolDeathMetal #TerryButler #RickRozz #WitchOfHell #Archangel #DeathByMetal #TerritoryMag



.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น