ฮาร์ดคอร์จากนิวยอร์กกลับมาอีกครั้ง Pro-Pain ส่งความโกรธแห่งยุคสมัยผ่าน Stone Cold Anger
11 ปีอาจยาวนานพอให้หลายวงกลายเป็นเพียงแค่นามที่ติดอยู่บนแผ่นป้ายหลุมศพแห่งความทรงจำ แต่สำหรับ Pro-Pain เวลาที่ผ่านไปไม่ใช่ความตาย มันคือการถอยกลับเข้าไปในบังเกอร์เพื่อสะสมดินปืน รอวันที่โลกภายนอกเละเทะมากพอจะคู่ควรกับการกลับมาอีกครั้ง และตอนนี้วันนั้นก็มาถึงแล้ว
Stone Cold Anger ไม่ได้เดินเข้าหาผู้ฟังอย่างสุภาพ มันพุ่งเข้าชนเหมือนรถหุ้มเกราะที่เบรกแตกกลางถนนในมหานครที่เต็มไปด้วยควันพิษ ความตึงเครียดทางการเมือง และเสียงตะโกนของผู้คนที่เบื่อหน่ายกับการถูกปกครองโดยคำโกหก วงฮาร์ดคอร์เมทัลจาก New York ที่เคยเป็นกระบอกเสียงแห่งชนชั้นแรงงานกลับมาอีกครั้งพร้อมอัลบั้มเต็มชุดที่ 16 ภายใต้บ้านหลังใหม่อย่าง Napalm Records และนี่คือผลงานแรกในรอบ 11 ปีของพวกเขา
การเปิดฉากด้วยซิงเกิลล่าสุด “Stone Cold Anger” ให้ความรู้สึกเหมือนเสียงเตือนภัยก่อนเมืองล่มสลาย กีตาร์เมโลดิกที่เปิดเพลงเป็นเสมือนเสียงเตือนจากแนวหน้า ก่อนที่เสียงแหบกร้านของ Gary Meskil จะพุ่งเข้ามาราวผู้บัญชาการที่เหนื่อยล้าจากสงครามแต่ยังไม่ยอมลดธง เสียงร้องของเขาเป็นดั่งฝุ่น ควัน และรอยแผลจากการต่อสู้ยาวนานหลายทศวรรษ
Gary กล่าวว่าเพลงนี้คือเสียงของความคับแค้นที่ผู้คนนับล้านกำลังรู้สึก โลกเหนื่อยล้ากับความขัดแย้งที่ลากยาว การคอร์รัปชันที่ไม่สิ้นสุด และสิทธิที่ค่อยๆ ถูกกัดกินโดยคนที่ควรปกป้องมัน คำถามที่เขาโยนกลับคือหมัดตรงเข้าปลายคางของผู้มีอำนาจ ถ้าไม่ใช่ตอนนี้ แล้วจะเมื่อไร
นี่คือสิ่งที่ Pro-Pain ทำได้ดีที่สุดมาตลอด 35 ปี พวกเขาไม่เคยเป็นวงที่เขียนเพลงเพื่อหลบหนีโลก พวกเขาเขียนเพลงเพื่อเอาโลกขึ้นแท่นประหาร
ความน่าสนใจของอัลบั้มนี้ไม่ได้อยู่แค่การกลับมา แต่อยู่ที่ความจริงที่ว่าพวกเขากลับมาโดยแทบไม่สูญเสียแรงกัดแม้แต่น้อย ซาวด์ของ Pro-Pain ยังหนัก ยังหยาบ ยังเต็มไปด้วย groove ที่เหมือนลูกกระสุนยิงซ้ำอย่างแม่นยำ “Oceans Of Blood” เปิดอัลบั้มด้วยแรงกระแทกแบบไม่ไว้หน้าใคร ขณะที่ “March Of The Giants” ฟังเหมือนกองทัพเหล็กกำลังเดินทับซากเมือง ส่วน “Uncle Sam Wants You!” ยังคงถือธงวิจารณ์สังคมอย่างดุดันด้วยท่าทีประชดประชันที่เฉียบคม
“Demonic Intervention” และ “Rinse & Repeat” ยังคงพาผู้ฟังเดินผ่านตรอกมืดแห่งความโกรธอย่างไม่ลดคันเร่ง “Hell Or High Water” เผยให้เห็นอีกมุมของวงที่รู้จักการสร้างเมโลดี้โดยไม่ลดทอนความดิบ ขณะที่ “Scorched Earth” ให้ภาพเหมือนโลกหลังการทิ้งระเบิด ทุกอย่างไหม้ดำ แต่ยังมีเสียงคนตะโกนจากกองเถ้าถ่าน
แล้วมี “Jonestown Punch” ที่ออกหมัดด้วยจังหวะ 2 สเต็ปที่พร้อมจุด pit ให้ลุกเป็นไฟ ก่อนปิดท้ายด้วย “Sky’s The Limit” ที่เหมือนคำประกาศจากทหารผ่านศึกว่าแม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยบาดแผล แต่หัวใจยังไม่ยอมจำนน
อีกหนึ่งรายละเอียดที่แฟนรุ่นเก่าน่าจะยิ้มคือการกลับมาของ Eric Klinger มือกีตาร์คนสำคัญแห่งยุคคลาสสิก การกลับมาของเขาไม่ใช่เพียงเรื่องของรายนามสมาชิก แต่มันคือการนำชิ้นส่วนหนึ่งแห่งจิตวิญญาณดั้งเดิมกลับคืนสู่สนามรบ
รายนามสมาชิกชุดนี้ประกอบด้วย Gary Meskil ในบทบาท bass และ vocals, Jonas Sanders บนกลอง, Greg Discenza รับหน้าที่ lead guitar และ Eric Klinger ในตำแหน่ง rhythm guitar ชุดกำลังพลที่อาจไม่ใช่วัยหนุ่ม แต่ยังเดินเข้าหาแนวปะทะด้วยท่าทีเหมือนคนที่ไม่มีอะไรจะเสีย
Gary ยังกล่าวขอบคุณแฟนเพลงทั่วโลกสำหรับการสนับสนุนตลอด 35 ปี พร้อมยืนยันว่าอัลบั้มนี้ถูกหล่อขึ้นจากความตึงเครียดระดับโลกและเสียงเรียกร้องความรับผิดชอบที่ดังขึ้นทุกวัน ซึ่งฟังแล้วก็ยิ่งชัดว่า Stone Cold Anger ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเป็นแค่อัลบั้มคัมแบ็ก แต่มันคือแถลงการณ์
ในยุคที่หลายวงกลับมาพร้อมความปลอดภัยและ nostalgia แบบไร้เขี้ยว Pro-Pain เลือกกลับมาพร้อมกำปั้นที่ยังหนักเหมือนเดิม และเสียงคำรามที่เหมือนจะบอกว่าโลกวันนี้ไม่ได้ดีขึ้นเลย ดังนั้นเพลงของพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องอ่อนโยนลงเช่นกัน
นี่ไม่ใช่การหวนคืนแห่งตำนานเพื่อถ่ายรูปกับอดีต แต่นี่คือการกลับมาของทหารผ่านศึกที่พร้อมจะรบ!
#ProPain #StoneColdAnger #GaryMeskil #HardcoreMetal #GrooveMetal #NapalmRecords #TerritoryMag


.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น