ManUNkind วันที่อดีตอันโหดร้ายของ Mayhem ถูกชุบชีวิตขึ้นอีกครั้ง


ท่ามกลางค่ำคืนที่สายลมเหนือพัดผ่านภูเขาหินแห่งออสโล เสียงกระซิบจากยุคสมัยหนึ่งยังคงไหลเวียนอยู่ในอากาศ ราวควันไฟจากโบสถ์ที่เคยถูกเผา ราวเสียงกรีดร้องที่ไม่มีวันดับสูญ นั่นคือเงาแห่ง Mayhem วงที่เป็นดั่งบาดแผล ดั่งพิธีกรรม และเป็นดั่งสงครามที่ยังไม่เคยสิ้นสุด

กลาง Inferno Metal Festival เวทีที่เปรียบเสมือนสนามรบของเหล่าวิญญาณดำ Attila Csihar ยืนอยู่ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแห่งผู้ศรัทธา ดุจผู้สวดมนต์แห่งความตาย ผู้พาเสียงคำรามของมนุษย์ข้ามพรมแดนของโลกไปสู่สิ่งที่ไม่อาจอธิบาย และในค่ำคืนหนึ่ง บทสนทนาที่ดูเหมือนธรรมดากลับเปิดประตูสู่เรื่องราวที่แม้แต่เขาเองก็ยังไม่ทันตั้งตัว

เมื่อนามแห่ง Metallica ถูกกล่าวขึ้น พร้อมกับวิดีโอเพลง “ManUNkind” จากอัลบั้ม Hardwired... to Self-Destruct ผลงานที่โลกกระแสหลักยอมรับอย่างกว้างขวาง Attila กลับตอบสนองด้วยความประหลาดใจที่แทบไม่อาจปกปิด “พวกเขาทำวิดีโอเกี่ยวกับเราเหรอ?” คำพูดสั้นๆ ที่หลุดออกมาไม่ใช่แค่ความงุนงง แต่มันคือภาพสะท้อนัแห่งช่องว่างระหว่างโลกใต้ดินกับเวทีระดับโลกที่จู่ๆ ก็ถูกเชื่อมเข้าหากันโดยไม่ทันตั้งตัว

ในวิดีโอนั้น เงาของ Per 'Dead' Ohlin และ Øystein 'Euronymous' Aarseth ถูกนำกลับมาสวมร่างโดยนักแสดง เสมือนพิธีปลุกวิญญาณในรูปแบบใหม่ ไม่ใช่ผ่านไฟ ไม่ใช่ผ่านเลือด แต่ผ่านกล้องและแสงไฟของอุตสาหกรรมดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มันไม่ใช่แค่การคารวะ แต่มันคือการยอมรับ ว่าความมืดที่ Mayhem เคยก่อขึ้นนั้น ได้ฝังรากลึกจนแม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Metallica ยังต้องหันกลับมามอง

Attila ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ด้วยความยิ่งใหญ่โอ้อวด เขากลับพูดถึงมันเหมือนคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางพายุ แล้วพบว่าฟ้าผ่าที่ตกลงมาไม่ได้ทำให้เขาตาย แต่กลับทำให้โลกทั้งใบหันมามอง “มันบ้ามาก ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน” เขากล่าว ความเชื่อมโยงนั้นไม่ได้เกิดจากแผนการหรือการตลาด แต่มันเกิดจากประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนด้วยความรุนแรง ความสูญเสีย และความหมกมุ่นในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าแตะต้อง

ในอีกด้านหนึ่ง Attila ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์กับศิลปินจากโลกอื่น จาก Phil Anselmo แห่ง Pantera ไปจนถึงความตั้งใจที่จะร่วมงานกับ Iggor Cavalera อดีตมือกลองแห่ง Sepultura มันคือเครือข่ายของนักรบแห่งซาวด์ที่กระจายอยู่ทั่วโลก ต่างคนต่างถืออาวุธของตน กีตาร์ เสียงร้อง หรือจังหวะกลอง แต่ทั้งหมดต่างรู้ดีว่าพวกเขากำลังสู้รบในสนามเดียวกัน

และบางที นี่อาจเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด มันไม่ใช่เสียงดนตรี มันไม่ใช่ภาพลักษณ์ แต่คือความจริงที่ว่าเรื่องราวของ Mayhem ไม่เคยตาย มันเพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบ จากข่าวลือใต้ดินสู่ภาพยนตร์ จากเทปคาสเซ็ตสู่ YouTube จากไฟเผาโบสถ์สู่แสงไฟบนเวทีระดับโลก และเมื่อ Metallica หยิบมันขึ้นมาเล่าอีกครั้ง มันก็เหมือนการขุดศพขึ้นมาจากหลุม ไม่ใช่เพื่อฝัง แต่เพื่อให้โลกทั้งใบได้จ้องมอง

ในเดือนมิถุนายนที่กำลังจะมาถึง Attila อาจได้พบกับสมาชิกของ Metallica ที่บูดาเปสต์ เมืองบ้านเกิดของเขา การพบกันนั้นอาจดูเหมือนเรื่องธรรมดา แต่ในความเป็นจริง มันคือการเผชิญหน้าระหว่างสองโลก โลกหนึ่งที่เกิดจากความโกลาหลและเลือด อีกโลกหนึ่งที่สร้างขึ้นจากเวที แสงไฟ และผู้คนนับล้าน และระหว่างสองโลกนั้น มีเพียงคำถามเดียวที่ยังคงลอยอยู่ในอากาศ

“พวกคุณได้ไอเดียนี้มาจากไหน?”

คำถามที่ฟังดูเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยประวัติศาสตร์ที่หนักอึ้งราวกับหินในสุสาน เพราะบางครั้ง เรื่องราวที่ถูกเล่าซ้ำ อาจไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันคือคำสาปที่ยังคงเดินทางต่อไป ผ่านเสียง ผ่านภาพ และผ่านผู้คนที่ยังคงยืนอยู่ท่ามกลางเงามืด

และตราบใดที่เสียงยังคงดังขึ้น เงาแห่ง Mayhem ก็จะไม่มีวันจางหาย

#Mayhem #Metallica #AttilaCsihar #BlackMetal #ManUNkind #TerritoryMag



ความคิดเห็น