George “Corpsegrinder” Fisher กับอัลบั้มที่พา Cannibal Corpse เดินผ่านกองซากศพสู่ศตวรรษใหม่
เสียงกลองเปิดของ “Devoured by Vermin” ไม่ต่างจากเสียงปืนครกที่ถูกยิงใส่สนามรบอันเน่าเหม็นแห่งยุค 90s เดธเมทัล ในช่วงเวลาที่โลกใต้ดินกำลังสั่นคลอนด้วยการเปลี่ยนผ่าน วงดนตรีจำนวนมากดับสูญ บางวงทรุดตัวลงเพราะยาเสพติด บางวงจมหายไปพร้อมความรุนแรงแห่งกระแสดนตรีกระแสหลัก แต่ในปี 1996 Cannibal Corpse กลับเลือกเดินเข้าสู่สมรภูมิที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน พร้อมแบกซากศพของอดีตเอาไว้บนบ่าไหล่ และปล่อยอัลบั้มนาม “Vile” ออกมาราวกับเป็นคำประกาศสงครามฉบับใหม่แห่งเดธเมทัลอเมริกัน
ปกอัลบั้มที่เต็มไปด้วยร่างเน่า หนอน แมลง และกรามที่ถูกถ่างออกเหมือนกำลังถูกบังคับให้กลืนบางสิ่งอันโสมมลงไป ไม่ได้เป็นเพียงงานศิลป์สยองขวัญราคาถูก แต่มันคือภาพสะท้อนของโลกที่กำลังสูญเสียศีลธรรมอย่างช้า ๆ โลกที่มนุษย์เริ่มกัดกินกันเองทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณ และ “Vile” ก็กลายเป็นซาวด์แทร็กแห่งความป่วยไข้นั้นอย่างสมบูรณ์แบบ
สิ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้แตกต่างจากงานก่อนหน้าของวง ไม่ใช่แค่ความรุนแรงของเนื้อหา แต่คือการถือกำเนิดของชายผู้ถูกเรียกว่า George "Corpsegrinder" Fisher นักร้องเสียงคำรามที่เข้ามาแทนที่ Chris Barnes ในช่วงเวลาที่หลายคนคิดว่า Cannibal Corpse อาจจะถึงจุดจบไปแล้ว การเปลี่ยนตัวนักร้องในวงเดธเมทัลระดับนี้ไม่ต่างจากการเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึก แต่แทนที่กองทัพจะล่มสลาย พวกเขากลับแข็งแกร่งกว่าเดิม
Paul Mazurkiewicz มือกลองของวงเคยยอมรับว่า รายชื่อคนที่จะเข้ามาแทน Barnes มีเพียงชื่อเดียวเท่านั้น นั่นคือ George หากเขาปฏิเสธ วงอาจจบลงตรงนั้น ไม่มีศตวรรษที่ 21 สำหรับ Cannibal Corpse ไม่มีทัวร์ระดับโลก ไม่มีสถานะตำนาน ทุกอย่างอาจกลายเป็นเพียงกองกระดูกในประวัติศาสตร์เดธเมทัล แต่เสียงคำรามของ Corpsegrinder กลับทำให้วงเหมือนสัตว์ประหลาดที่ถูกปลุกขึ้นจากโต๊ะชันสูตรอีกครั้ง
“Vile” ไม่ได้เป็นเพียงอัลบั้มที่โหดกว่าเดิม แต่มันเป็นงานที่ผลัก Cannibal Corpse เข้าสู่ระดับที่วงเดธเมทัลไม่ค่อยไปถึงในยุคนั้น อัลบั้มทะยานขึ้นอันดับ 151 บน Billboard 200 และอันดับ 10 บน Heatseekers Chart ราวกับเป็นการเยาะเย้ยโลกกระแสหลักที่เคยมองเดธเมทัลเป็นเพียงเสียงรบกวนจากใต้ดิน ความสำเร็จนั้นเหมือนธงสีแดงที่ถูกปักลงกลางสนามรบ พร้อมประกาศว่าเสียงคำรามของพวกเขาไม่มีวันถูกฝัง
แต่เบื้องหลังความสำเร็จกลับเต็มไปด้วยความโกลาหล การจากไปของ Barnes ทำให้สมาชิกที่เหลือต้องรับภาระในการเขียนเพลงอย่างหนัก โดยเฉพาะ Alex Webster และ Mazurkiewicz ที่ต้องช่วยกันเขียนเนื้อร้องแทบทั้งหมด พวกเขาเล่าว่าทำงานกันแบบบินไปตามแรงลม ไม่มีแผนการชัดเจน ไม่มีความมั่นใจว่าจะรอดหรือไม่ ทุกอย่างเหมือนทหารที่กำลังเย็บแผลตัวเองอยู่กลางสนามรบ ก่อนจะถูกส่งกลับไปแนวหน้าอีกครั้ง
เพลงอย่าง “Perverse Suffering” และ “Eaten from Inside” ไม่ได้พูดถึงความรุนแรงเพียงเพื่อความช็อก แต่มันคือภาพของมนุษย์ที่กำลังถูกความเกลียดชังและความบิดเบี้ยวกัดกินจากภายใน เนื้อเพลงเต็มไปด้วยอารมณ์ของคนที่สูญเสียการควบคุมตัวเอง และเมื่อมองกลับมาที่โลกปัจจุบัน มันยิ่งฟังดูน่ากลัวกว่าเดิม ราวกับคำทำนายที่ถูกเขียนเอาไว้ล่วงหน้าเมื่อ 30 ปีก่อน โลกที่เต็มไปด้วยความโกรธ ความคลั่ง และการทำลายล้างกันเอง กลับเดินเข้าใกล้ “Vile” มากขึ้นทุกวัน
เสียงกีตาร์ของ Rob Barrett และ Jack Owen ในอัลบั้มนี้เหมือนใบเลื่อยที่หมุนบดกระดูกมนุษย์ ซาวด์ทุกชั้นหนา หนัก และสกปรกเหมือนห้องเก็บศพใต้ดิน ขณะที่เสียงร้องของ Corpsegrinder กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่แห่งความป่าเถื่อนในเดธเมทัล มันไม่ใช่แค่การ growl แต่มันเหมือนเสียงของสัตว์ร้ายที่กำลังฉีกเนื้อเหยื่อด้วยความสะใจ
3 ทศวรรษผ่านไป “Vile” ยังคงถูกยกให้เป็นหนึ่งในอัลบั้มสำคัญที่สุดของ Cannibal Corpse เพราะมันคือจุดเปลี่ยนของวง เป็นคืนที่พวกเขาเผาอดีตทิ้ง แล้วเดินเข้าสู่อนาคตโดยไม่รู้ว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร และนั่นเองที่ทำให้อัลบั้มนี้มีพลังเหมือนบันทึกแห่งสงครามจริงๆ สงครามของวงเดธเมทัลที่เกือบล่มสลาย แต่กลับลุกขึ้นจากหลุมศพได้แข็งแกร่งยิ่งกว่า
ในวันที่โลกภายนอกเต็มไปด้วยความโกลาหล “Vile” ยังฟังดูร่วมสมัยอย่างน่าประหลาด เพราะความเน่าเฟะของมนุษย์ไม่เคยหายไปไหน มันเพียงเปลี่ยนรูปร่างเท่านั้นเอง และบางที อีก 30 ปีข้างหน้า เสียงคำรามจากอัลบั้มนี้อาจยังคงดังก้องอยู่ เหมือนเสียงไซเรนเตือนภัยจากสนามรบที่ไม่มีวันสงบ!
#CannibalCorpse #Vile #GeorgeCorpsegrinderFisher #DeathMetal #MetalHistory #TerritoryMag
.jpg)


.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น