Gary Meskil เปิดแผลเก่า คืนเลือดท่วม Brussels ที่เกือบพรากชีวิตเขา
กลางเมือง Brussels ที่แสงไฟยามค่ำคืนควรเป็นเพียงเงาสะท้อนบนพื้นถนนที่เปียกฝน กลับมีบางอย่างคลานอยู่ในความมืดราวฝูงสัตว์นักล่าเหยื่อที่รอเวลาเปิดฉากโจมตี และในคืนนั้น Gary Meskil ชายผู้ใช้ชีวิตทั้งชีวิตตะโกนใส่โลกผ่านกำแพงแห่งซาวด์ Hardcore และ Groove Metal ต้องกลายเป็นเป้าหมายแห่งความรุนแรงที่ไม่ต่างจากสงครามข้างถนน เขาไม่ได้ถูกโจมตีเพราะชื่อเสียง ไม่ได้ถูกลอบทำร้ายเพราะศัตรูเก่า หากทุกอย่างเริ่มต้นจากการล้วงกระเป๋าเพียงครั้งเดียว ก่อนจะกลายเป็นค่ำคืนที่เกือบพรากชีวิตของฟรอนต์แมนแห่ง PRO-PAIN ไปตลอดกาล
ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับ FaceCulture ก่อนการมาถึงของอัลบั้มใหม่ “Stone Cold Anger” Meskil เปิดบาดแผลเก่าที่ยังไม่เคยปิดสนิท เขาเล่าว่าในเดือนกรกฎาคม ปี 2017 ระหว่างอยู่ใกล้โรงแรมใน Brussels เขาจับได้ว่ามีคนกำลังล้วงกระเป๋า และทันทีที่เผชิญหน้ากับคนร้าย ทุกอย่างก็ระเบิดออกเหมือนกับการซุ่มโจมตีในเขตสงคราม “มันเป็นปฏิบัติการหลายคน” เขากล่าว ชั่วพริบตาที่เขาถูกกระแทกจากด้านหน้า กระเป๋า เงินสด เอกสาร และทุกอย่างก็หายไปจากตัว ก่อนที่อาวุธคล้ายเหล็กแหลมสำหรับเจาะน้ำแข็งจะฟาดเข้าที่ด้านหลังศีรษะอย่างรุนแรง
แรงกระแทกนั้นทำให้เขาล้มลง และมันทำให้กะโหลกของเขาแตกร้าว กระดูกเบ้าตาถูกทำลาย กระดูกขากรรไกรส่วนบนแตกละเอียด โพรงไซนัสพังยับราวกำแพงคอนกรีตหลังถูกระเบิดถล่ม ฝูงคนร้ายยังคงรุมเตะใบหน้าของเขาจนเลือดทะลักออกมาไม่หยุด ร่างของนักร้องที่เคยยืนคำรามอยู่หน้าเวทีต่อหน้าคนนับพัน กลับนอนจมอยู่กับเลือดของตัวเองกลางเมืองในต่างแดน เขาสูญเสียเลือดมากกว่า 1,300 ซีซี จนต้องรับการถ่ายเลือดหลายครั้ง และแพทย์บอกว่านั่นใกล้เคียงเส้นแบ่งระหว่างการรอดชีวิตกับความตายอย่างน่าสะพรึง
แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าบาดแผลภายนอก คือร่องรอยที่หลงเหลืออยู่ภายในสมองและจิตใจ Meskil ยอมรับว่าเขาไม่เคยเป็นคนมีอาการวิตกกังวลมาก่อน ทว่าเหตุการณ์ใน Brussels ทิ้งเงาดำบางอย่างไว้ในหัวของเขา มันค่อยๆ แทรกตัวออกมาในรูปแบบของ PTSD ความหวาดระแวง และอาการ Anxiety ที่โจมตีเขาโดยไม่มีสัญญาณเตือน โดยเฉพาะทุกครั้งที่ต้องออกทัวร์ เขากล่าวว่ามันเหมือนบางอย่างในจิตใต้สำนึกยังจำเสียงฝีเท้า เสียงตะโกน และแรงกระแทกในคืนนั้นได้เสมอ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม
ความเสียหายยังลามไปถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของนักร้องคนหนึ่ง นั่นคือเสียง กระดูกขากรรไกรส่วนบนของเขาไม่ยึดติดกับกะโหลก ทุกครั้งที่ออกเสียงพยัญชนะบางตัว ความเจ็บปวดจะแล่นผ่านใบหน้าราวใบมีดที่บาดเข้าเนื้อ เขาต้องฝึกออกเสียงใหม่ เรียนรู้วิธีร้องเพลงใหม่ เพื่อให้สามารถยืนอยู่บนเวทีได้อีกครั้ง และด้วยความดื้อดึงแบบคนเมทัล เขาพยายามกลับขึ้นเวทีเร็วเกินไป จนแผลภายในปริแตก เลือดออกอีกครั้งระหว่างร้องเพลง
เขายังเล่าถึงผลกระทบทางสมองที่ตามมาในภายหลัง ทั้งอาการความจำระยะสั้นผิดปกติ ช่วงเวลาที่อยู่ดีๆ ก็ลืมว่าตัวเองกำลังทำอะไร หรือแม้แต่เหตุผลว่าทำไมถึงเดินมาถึงตรงนั้น ความรู้สึกเช่นนั้นสำหรับคนทั่วไปอาจเป็นเพียงความสับสนชั่วคราว แต่สำหรับชายที่เคยควบคุมวงดนตรีบนเวทีด้วยสัญชาตญาณและพลังดิบ มันคือความหวาดกลัวที่กัดกินจากข้างในอย่างเงียบงัน
ที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่า คือแม้ตำรวจเบลเยียมจะสามารถระบุตัวคนร้ายได้ถึง 4 คนจากกล้องวงจรปิด แต่คดีกลับจมหายไปในระบบกฎหมาย พวกเขาไม่มีที่อยู่ถาวรในเบลเยียม และท้ายที่สุด Meskil ต้องเลือกหยุดเดินหน้าคดี เพราะเขารู้ดีว่าการลากเรื่องต่ออาจทำให้ตัวเองตกเป็นเป้าของคนกลุ่มเดิมอีกครั้ง “ผมเป็นคนสาธารณะ และพวกนั้นไม่ใช่คนดี” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ราวกับชายคนหนึ่งที่เลิกคาดหวังความยุติธรรมจากโลกใบนี้ไปแล้ว
ทว่าจากซากปรักหักพังทั้งหมด Gary Meskil ยังไม่ยอมดับสูญ เสียงคำรามของเขายังคงกลับมาอีกครั้งพร้อมอัลบั้ม “Stone Cold Anger” งานชุดที่ 16 ของ PRO-PAIN ที่กำลังจะออกผ่าน Napalm Records ที่เป็นดั่งการลากร่างตัวเองขึ้นมาจากกองเลือดใต้ตรอกมืดใน Brussels แล้วประกาศต่อโลกว่าเขายังมีลมหายใจ
ท่ามกลางกระแสแห่งเมทัล ที่นักดนตรีจำนวนมากร้องเพลงเกี่ยวกับสงคราม ความตาย และความเจ็บปวด แต่สำหรับ Gary Meskil เขาไม่ได้แค่ร้องถึงมันอีกต่อไป เพราะคืนหนึ่งใน Belgium เขาเคยนอนอยู่กลางสนามรบของจริง และยังเดินกลับออกมาได้พร้อมรอยร้าวที่ไม่มีวันหายสนิท!
#GaryMeskil #ProPain #StoneColdAnger #HardcoreMetal #GrooveMetal #PTSD #Brussels #NapalmRecords #TerritoryMag


.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น