Deathwish บทใหม่ในสงครามแห่งซาวด์ GRADIENCE หลอม Trap-Rap กับ Blackened Death Metal จนเกิดพายุเลือดบทใหม่แห่งยุคเมทัล
กลางนครโคเปนเฮเกนที่ลมหายใจแห่งฤดูหนาวยังลอยปกคลุมตรอกที่ชุ่มฝน ราวกับเมืองทั้งเมืองกำลังถูกฝังอยู่ใต้เถ้าถ่านแห่งยุคสมัย วงเมทัลเลือดเดนมาร์กนาม GRADIENCE ได้เปิดม่านบทใหม่แห่งสงครามทางดนตรีด้วยซิงเกิล “Deathwish” ผลงานที่ถูกสร้างขึ้นราวกับระเบิดเพลิงสำหรับขว้างเข้าสู่ใจกลางวงกลมมอชพิท เสียงกีตาร์ที่กรีดกระชากเหมือนใบมีดสนิม เสียงกลองที่พุ่งกระแทกเหมือนปืนกล และจังหวะแร็ปที่คล้ายถ้อยคำจากตรอกมืดในมหานครร้าง ทุกอย่างถูกรวมเข้าด้วยกันอย่างบ้าคลั่งจนเส้นแบ่งระหว่าง Blackened Death Metal กับ Trap-Rap แตกสลายลงเหมือนกำแพงคอนกรีตในเขตสงคราม
GRADIENCE ไม่ได้เพียงหยิบองค์ประกอบของ 2 โลกมาปะติดปะต่อ แต่พวกเขากำลังบดขยี้มันเข้าด้วยกันจนกลายเป็นซากปรักหักพังทางเสียงดนตรี “Deathwish” คือคำประกาศสงครามจากคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับเงาของยุค MySpace วันที่เมทัลคอร์ เดธคอร์ และความดิบของโลกออนไลน์กำลังระเบิดตัวเองไปทั่วอินเทอร์เน็ต Jakob Lærke Harris มือกีตาร์และนักร้องของวงยอมรับว่า เพลงนี้คือจดหมายเลือดที่เขียนถึงวงที่พวกเขาเติบโตมา ไม่ว่าจะเป็น Killswitch Engage, Job For A Cowboy หรือ The Black Dahlia Murder แต่แทนที่จะจมอยู่กับอดีต GRADIENCE กลับฉีกมันออกเป็นเศษเนื้อ แล้วเติมกลิ่นอายแร็ป เมโลดี้ และอารมณ์แบบร่วมสมัยลงไปจนเกิดเป็นสัตว์ประหลาดตัวใหม่ที่ไม่มีใครควบคุมได้
ภายใต้ความรุนแรงนั้น กลับมีหัวใจที่เต้นอยู่จริงๆ นั่นคือมิตรภาพระหว่าง Jakob กับ Gavin Mistry นักร้องผู้มาจากโลกฮิปฮอป ทั้ง 2 พบกันในโชว์ของวงเดธคอร์ท้องถิ่นอย่าง Cabal เมื่อปี 2022 ราวกับทหาร 2 นายจากคนละแนวรบเดินเข้าหากันกลางซากสนามเพลาะ ฝ่ายหนึ่งคือศิลปินภาพและนักดนตรีจากวง “popcore” อีกฝ่ายคือชายผู้เคลื่อนไหวอยู่ในเครือข่ายฮิปฮอปใต้ดินหลายสาย พวกเขาแตกต่างกันแทบทุกอย่าง แต่กลับมองเห็นพื้นที่เดียวกัน พื้นที่ที่เสียงคำรามของเมทัลสามารถอยู่ร่วมกับจังหวะของแร็ป
สิ่งที่ทำให้ GRADIENCE น่าสนใจไม่ใช่เพียงการผสมแนวดนตรี หากคือวิธีที่พวกเขาปฏิเสธกำแพงทั้งหมด Jakob เคยกล่าวว่าพวกเขาแทบไม่อยากตีกรอบตัวเองด้วยซ้ำ แม้จะใช้คำว่า “blackened rap metal” เพื่อดึงดูดความสนใจ แต่ในสายตาของเขา แร็ปก็เป็นเพียงอาวุธอีกชิ้นหนึ่ง เหมือนเสียงกรีดร้องหรือเมโลดี้ ทุกอย่างเป็นเพียงเครื่องมือในการถ่ายทอดอารมณ์ให้ลึกพอจะเจาะเข้าไปในจิตใจผู้ฟัง ความหนักหน่วงจึงไม่ใช่เรื่องของเดซิเบลเพียงอย่างเดียว แต่คือแรงกระแทกทางอารมณ์ที่หลงเหลือหลังเสียงสุดท้ายดับลง
“Deathwish” จึงฟังเหมือนภาพแห่งมหานครที่กำลังลุกไหม้ เสียงซินธ์เย็นเยียบเหมือนหิมะตกทับซากศพ เสียงร้องสะอื้นและท่อนแร็ปเหมือนบทสารภาพของคนที่เดินอยู่กลางถนนชุ่มเลือด ขณะที่ริฟฟ์กีตาร์ยังเดินหน้าราวรถถังเหล็กที่ไม่รู้จักคำว่าหยุด ซึ่ง GRADIENCE ดูเหมือนจะรู้ดีว่า ดนตรีที่เปลี่ยนโลกได้ มักเริ่มต้นจากความสับสน ความหวาดกลัว และแรงต่อต้าน
ในยุคที่เส้นแบ่งแนวดนตรีถูกละลายลงทุกวัน GRADIENCE กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งนามที่น่าจับตาในโลกใต้ดินยุโรป พวกเขาไม่ใช่วงที่ยืนอยู่ระหว่างเมทัลกับฮิปฮอป แต่คือวงที่ลากทั้ง 2 โลกลงไปในหลุมเดียวกัน แล้วปล่อยให้มันกัดกินกันเองจนเกิดซาวด์รูปแบบใหม่ ทำให้ “Deathwish” เปรียบเสมือนเสียงไซเรนก่อนการจลาจลของยุคถัดไป และบางที เมื่อวงกลมมอชพิทเริ่มหมุนอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสเมทัลที่อาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
#GRADIENCE #Deathwish #BlackenedRapMetal #Metalcore #Deathcore #TrapRap #Copenhagen #TerritoryMag



.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น