เมื่อ Brutal Slamming Hardcore ถือกำเนิดจากซากแห่งศรัทธา ในนาม Dermestid
ทุกฉากดนตรีใต้ดิน มักมีบางวงถือกำเนิดขึ้นไม่ต่างจากเสียงระเบิดในคืนที่ไม่มีใครคาดคิด ไม่มีการประโคมข่าวล่วงหน้า ไม่มีพิธีการหรูหรา มีเพียงแรงผลักดันดิบเถื่อนจากคนกลุ่มหนึ่งที่เชื่อว่าดนตรีควรทำหน้าที่เหมือนอาวุธ มากกว่าจะเป็นเพียงความบันเทิงสำหรับฆ่าเวลา และสำหรับประเทศไทยในปี 2569 หนึ่งในนามที่เริ่มขยับตัวออกมาจากความมืดนั้นคือ Dermestid วง Brutal Slamming Hardcore หน้าใหม่ที่พร้อมพาร่างของผู้ฟังลงไปคลุกกับฝุ่น ควัน เหงื่อ และแรงปะทะแห่งฉากเอ็กซ์ตรีมอย่างไร้ปรานี
Dermestid ถือกำเนิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2569 จากแนวคิดของ “แฟ้ม” ผู้รับหน้าที่ทั้งร้องนำและกีตาร์ ชายผู้ต้องการสร้างบางสิ่งที่ตรงไปตรงมา หนักหน่วง และไม่ประนีประนอมกับรสนิยมกระแสหลัก ความคิดนั้นไม่ได้เกิดจากความอยากทำวงธรรมดา แต่มาจากความต้องการปล่อยซาวด์ที่เหมือนกำปั้นเหล็กกระแทกเข้ากลางหน้าอกของผู้ฟัง เขาจึงชักชวน “พณ” มือเบส และ “สแนร์” มือกลอง เข้ามาร่วมก่อร่างสร้างหน่วยรบนี้ ก่อนที่การมาถึงของ “ต้นน้ำ” ในตำแหน่งกีตาร์ จะทำให้โครงสร้างของวงสมบูรณ์พร้อมสำหรับการเปิดฉากโจมตี
นามแห่ง Dermestid ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากแมลงที่กัดกินซากศพอย่างเงียบงัน เป็นชื่อที่เหมาะกับซาวด์ของวงอย่างประหลาด เพราะดนตรีของพวกเขาไม่ได้ค่อยๆ แทรกซึม หากแต่ค่อยๆ ฉีกเนื้อชั้นนอกออกทีละชิ้น Brutal Slamming Hardcore ในมือของพวกเขาคือภาษาแห่งความกดดัน จังหวะสแลมที่ทุบลงเหมือนค้อนแห่งสงคราม ริฟฟ์ที่ลากยาวเหมือนใบมีดถูผ่านกำแพงคอนกรีต และกลองที่เดินหน้าราวกับยานเกราะบดผ่านสนามเพลาะ
การปรากฏตัวครั้งแรกของวงในงาน Agenda of Karma เปรียบเสมือนการส่งสัญญาณครั้งแรกจากแนวหน้า มันคือช่วงเวลาที่นาม Dermestid ถูกโยนเข้าสู่ฉากใต้ดินไทยอย่างเป็นทางการ และแม้จะเป็นเพียงก้าวแรก แต่ก็เพียงพอให้ผู้ที่อยู่ตรงนั้นรับรู้ว่านี่ไม่ใช่วงที่ตั้งใจจะเดินเข้ามาอย่างสุภาพ พลังบนเวทีของพวกเขาเต็มไปด้วยแรงปะทะ ความดิบ และความจริงใจแบบที่สายเอ็กซ์ตรีมจับต้องได้ทันที ไม่มีการเคลือบเงา ไม่มีความพยายามทำตัวให้เข้าถึงง่าย มีเพียงซาวด์ที่พร้อมกระแทกทุกคนให้ตื่นจากภาวะชินชา
หลังจากนั้น เส้นทางของวงเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อ Dermestid เข้าร่วมกับ Raw Vision Record ก่อนปล่อย EP เปิดตัว The Agenda of Karma เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ผลงานสั้นๆ แต่แรงอัดแน่นเหมือนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบขึ้นจากความอึดอัดของโลกยุคปัจจุบัน ทั้ง 3 แทร็กทำหน้าที่เสมือนเอกสารจากสนามรบคนละหน้า
“บทนำ (Intro)” ทำหน้าที่เปิดประตูเหมือนเสียงไซเรนก่อนการโจมตี เป็นลมหายใจแรกก่อนความโกลาหลจะเริ่มต้น
“วัตถุนิยม (Materialism)” คือการพุ่งเข้าชนตรงๆ กับโลกที่ตีค่ามนุษย์ด้วยสิ่งของ สถานะ และความโลภ ซาวด์ของเพลงไม่อ้อมค้อม มันหนักเหมือนเครื่องจักรบดขยี้ค่านิยมที่ผุพัง
ส่วน “Suicidal” คือบทที่มืดที่สุดใน EP ชื่อเพลงชวนให้รู้สึกถึงขอบเหวแห่งจิตใจ ความกดดัน และความรุนแรงของสภาพสังคม แต่ในทางดนตรี มันยังคงยึดแกน Brutal Slamming Hardcore เอาไว้อย่างแข็งแรง เปลี่ยนความอึดอัดให้กลายเป็นแรงกระแทกแห่งซาวด์มากกว่าคำพูด
สิ่งที่ทำให้ Dermestid น่าสนใจคือการเลือกใช้ซาวด์ให้เป็นเครื่องมือวิพากษ์โลกที่เต็มไปด้วยความบิดเบี้ยว พวกเขากำลังสร้างบันทึกแห่งยุคสมัยที่ผู้คนถูกกลืนโดยความกดดัน ระบบ และความว่างเปล่าทางจิตวิญญาณ
และในเวลาที่วงเพิ่งเริ่มสร้างชื่อ พวกเขาก็ยังไม่หยุดเดินหน้า เพราะซิงเกิลใหม่ “เด็กที่ถูกบูชายัญบนแท่นบูชา (Child Offered to the Altar)” กำลังจะถูกปล่อยออกมา ชื่อเพลงเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอจะบอกว่าพวกเขายังเลือกเดินในเส้นทางที่มืดหม่นและไม่ประนีประนอมกับความสบายใจของผู้ฟัง
ฉากใต้ดินไทยมักมีวงที่เกิดขึ้นและหายไปเหมือนควันปืนหลังการปะทะ แต่บางครั้ง ก็มีบางนามที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเพียงผ่านทาง Dermestid อาจเป็นหนึ่งในนั้น วงที่เพิ่งถือกำเนิด แต่กำลังส่งเสียงราวกับผ่านสงครามมาแล้วหลายสมรภูมิ และหากพวกเขายังคงรักษาความดิบ ความจริงใจ และแรงปะทะนี้เอาไว้ได้ นามของพวกเขาอาจไม่ได้เป็นเพียงวงหน้าใหม่ของปีนี้ แต่อาจกลายเป็นอีกบาดแผลหนึ่งที่ฉากเอ็กซ์ตรีมไทยจะจดจำ
#Dermestid #BrutalSlammingHardcore #ThaiUnderground #RawVisionRecord #TheAgendaOfKarma #ChildOfferedToTheAltar #TerritoryMag


.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น