Black Metal บนรถมินิบัส! เมื่อ Anders Odden พาผู้ศรัทธาย้อนรอยบาดแผลเลือดแห่ง Norway
เหนือดินแดนที่หิมะกัดผิวหนังจนชาและท้องฟ้าหม่นราวเหล็กกล้าที่เย็นยะเยือก ประวัติศาสตร์บทหนึ่งยังคงหายใจอยู่ในความมืด ประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้ถูกจารึกด้วยหมึก หากแต่ถูกสลักด้วยเสียงกรีดร้อง ริฟฟ์กีตาร์ และคราบเลือดที่ไม่มีวันล้างออก โลกเคยรู้จัก Norway ในฐานะแผ่นดินแห่งฟยอร์ด ความสงบ และภูมิทัศน์อันงดงาม แต่สำหรับสาวก Black Metal มันคือสมรภูมิศักดิ์สิทธิ์ เป็นสุสานแห่งความคิดสุดขั้ว เป็นจุดกำเนิดแห่งเสียงดนตรีที่ไม่ต้องการปลอบโยนใคร และวันนี้ ชายผู้ที่เคยยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟของยุคนั้นกำลังเปิดประตูให้ผู้คนเดินเข้าไปสัมผัสมันด้วยตัวเอง
Anders Odden นามนี้ไม่ใช่คนนอก เขาไม่ใช่นักวิชาการที่อ่านเรื่องราวจากเอกสาร ไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่มองจากกระจกหน้าต่างรถ แต่คือหนึ่งในผู้ที่อยู่ในเส้นเลือดแห่งฉาก Norwegian extreme metal มาตั้งแต่ปลายยุค 80s ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง Cadaver และยังเคยมีบทบาทร่วมกับ Satyricon, Celtic Frost และ Order ตลอดเส้นทางกว่า 40 ปี เขาเห็นยุคที่ Black Metal ยังไม่กลายเป็นสินค้าเชิงวัฒนธรรม เขาเห็นตอนที่มันยังเป็นสงครามแห่งความคิดที่ดิบเถื่อนของคนหนุ่มที่โกรธโลก และตอนนี้ Odden กำลังทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นำประวัติศาสตร์นั้นออกจากห้องเก็บศพแล้วพาผู้คนขึ้นรถไปดูด้วยตาตัวเอง
ชื่อของทริปนั้นฟังราวกับพิธีกรรมต้องห้าม “The Unholy 16: In the Footsteps of Euronymous and Dead” เพียงชื่อก็บอกชัดว่านี่ไม่ใช่ city tour แบบธรรมดา ไม่มีไกด์ยิ้มแย้มชี้โบสถ์สวยหรือร้านกาแฟยอดนิยม สิ่งที่รออยู่คือเส้นทางแสวงบุญผ่านบาดแผลแห่ง Black Metal เส้นทางที่มีเพียง 16 ที่นั่ง ราวกับพิธีลับสำหรับผู้ที่ถูกเลือก และในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง ผู้ร่วมทางจะถูกพาย้อนผ่าน 7 จุดสำคัญของตำนานมืดแห่ง Norway
หนึ่งในจุดหมายคือบ้านของ Mayhem สถานที่ซึ่ง Per Yngve Ohlin หรือ Dead เคยใช้ชีวิตอยู่ ก่อนที่เรื่องราวของเขาจะจบลงอย่างสั่นสะเทือนในปี 1991 สถานที่อีกแห่งคืออพาร์ตเมนต์ที่ Tøyengata 40 A ใน Oslo จุดที่นามแห่ง Øystein “Euronymous” Aarseth และ Varg Vikernes ถูกผูกติดกันตลอดกาลในโศกนาฏกรรมที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ Black Metal ไปตลอดกาล
นี่คือการเดินทางที่ไม่ได้ขายเพียงสถานที่ แต่ขายความทรงจำที่เปื้อนเลือด Odden จะทำหน้าที่เป็นไกด์ด้วยตัวเอง เล่าเรื่องจากสายตาของคนที่อยู่ใกล้ยุคนั้นจริงๆ รายละเอียดที่หาไม่ได้จากสารคดีหรือบทความทั่วไป เพราะประวัติศาสตร์บางบท ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในหอจดหมายเหตุ แต่มันฝังอยู่ในสมองของคนที่รอดออกมาจากสนามรบนั้น
สิ่งที่น่าสนใจคือ Black Metal ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองเป็นวัฒนธรรมใต้ดินสุดโต่ง บัดนี้กลับถูกยกระดับเป็นหนึ่งใน soft power ทางวัฒนธรรมของ Norway ถึงขั้นที่ Odden เคยทำหน้าที่เป็นวิทยากรให้กระทรวงการต่างประเทศนอร์เวย์ เพื่ออธิบายให้นักการทูตและว่าที่เอกอัครราชทูตเข้าใจว่า Black Metal มีความสำคัญต่ออัตลักษณ์ประเทศเพียงใด นี่คือการเดินทางแห่งแนวดนตรีที่ครั้งหนึ่งเคยถูกประณาม แต่วันนี้กลับถูกยอมรับในฐานะส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรม
และแน่นอน เมื่อโลกเปลี่ยน ความดิบเถื่อนก็เปลี่ยนรูปแบบ ผู้ร่วมทัวร์จะไม่ได้เดินเท้าฝ่าหิมะเหมือนทหารในแนวหน้า หากแต่จะขึ้นรถมินิบัสหรู พร้อมอาหาร Norwegian set menu ที่มีทั้ง waffles กับ brown cheese, fenalår และเนื้อ cured meats ระดับพรีเมียม ราวกับว่าประวัติศาสตร์อันโหดเหี้ยมถูกจัดเสิร์ฟบนถาดเงิน
ภาพนี้ชวนให้ตั้งคำถามอย่างน่าประหลาดใจ วัฒนธรรมที่ถือกำเนิดจากความตาย ความเกลียดชัง และการต่อต้าน กลายมาเป็นประสบการณ์ curated luxury ได้อย่างไร บางคนอาจมองว่านี่คือการ commercialize ความมืด บางคนอาจมองว่านี่คือการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ แต่ไม่ว่าคำตอบจะเป็นแบบไหน สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ Black Metal ไม่ได้ตายไปพร้อมกับผู้คนในตำนาน มันเพียงเปลี่ยนรูปร่าง
ปีนี้ยังเป็นวาระครบ 40 ปีนับจากที่ Odden ได้พบ Euronymous เป็นครั้งแรก ราวกับวงกลมประหลาดที่หมุนกลับมาปิดจุดเริ่มต้น ชายผู้เคยยืนอยู่หน้าสมรภูมิในวัยหนุ่ม วันนี้กลายเป็นผู้เฒ่าผู้ถือแผนที่พาคนรุ่นใหม่เดินย้อนเข้าไปในเขาวงกตแห่งอดีต
เพราะบางประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้อ่านอย่างเดียว บางประวัติศาสตร์…ต้องเดินเข้าไปฟังเสียงกระซิบของมันด้วยตัวเอง!
#BlackMetal #NorwegianBlackMetal #AndersOdden #Cadaver #Mayhem #Euronymous #Dead #VargVikernes #Norway #ExtremeMetal #MetalHistory #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น