100 คำสาปแห่ง Black Metal


Weakling – Dead as Dreams

ท่ามกลางประวัติศาสตร์แห่ง Black Metal มีบางอัลบั้มที่เกิดมาเพื่อเป็นผลงานยอดเยี่ยม และมีบางอัลบั้มที่เกิดมาเพื่อเป็นคำสาป สิ่งแรกถูกยกย่อง สิ่งหลังคอยหลอกหลอน และ Dead as Dreams ของ Weakling คือประเภทหลังอย่างไม่ต้องสงสัย มันไม่ใช่อัลบั้มที่ฟังเพื่อความบันเทิง ไม่ใช่บันทึกเสียงที่เปิดคลอระหว่างการเดินทาง หรือเปิดคั่นเวลายามว่าง แต่มันคือการเดินเท้าเข้าไปในสมรภูมิที่เต็มไปด้วยซากศพ ความหนาว และความบ้าคลั่งที่ค่อยๆ กัดกินสติ ราวกับผู้ฟังถูกส่งเข้าไปในสนามรบที่ไม่มีใครประกาศชัยชนะ เพราะทุกฝ่ายตายกันหมด

เมื่อพูดถึงตำนานแห่ง Norwegian Black Metal ผู้คนมักย้อนกลับไปยังแผ่นดินที่ปกคลุมด้วยหิมะ โบสถ์ที่ลุกไหม้ และเสียงคำรามจากโลกเหนือ แต่ในอีกซีกหนึ่งของโลก ที่ San Francisco เมืองซึ่งแทบไม่มีใครนึกถึงเมื่อพูดถึง Black Metal กลับมีบางสิ่งถือกำเนิดขึ้นอย่างเงียบงัน Weakling ไม่ใช่วงที่มีผลงานมากมาย ไม่ใช่วงที่ทัวร์ไปทั่วโลก หรือมีจักรวาลดิสโกกราฟีให้สาวกขุดค้น พวกเขาทิ้งไว้เพียงรอยแผลขนาดมหึมาเพียงชิ้นเดียว แล้วหายไปเหมือนหน่วยรบเงาที่ปฏิบัติภารกิจเสร็จแล้วระเบิดสะพานทิ้ง

อัลบั้ม Dead as Dreams ออกในปี 2000 ผ่านค่าย tUMULt แม้ต้นกำเนิดของงานชุดนี้ย้อนกลับไปถึงการบันทึกเสียงในเดือนธันวาคม 1998 ที่ Louder Studios, San Francisco งานชิ้นนี้ประกอบด้วยเพียง 5 บทเพลง แต่คำว่าเพียงดูจะไม่เหมาะนัก เพราะความยาวรวมทะลุ 76 นาที และแทบทุกเพลงคือมหากาพย์ที่ยืดยาวราวการเดินทัพแห่งกองทัพที่แพ้สงคราม Cut Their Grain and Place Fire Therein เปิดฉากด้วยความรู้สึกเหมือนท้องฟ้ากำลังถล่ม ก่อนพาผู้ฟังเข้าสู่นามแห่งเพลงหลัก Dead as Dreams ที่ยาวเกิน 20 นาที ราวกับเวลานั่นแหละที่กำลังเสียเลือดอยู่บนพื้น

รายนามแห่งเพลงในอัลบั้มนี้คือการประกาศสงคราม This Entire Fucking Battlefield ไม่ได้ปิดบังอะไรแม้แต่น้อย มันคือสนามรบทั้งหมดจริงๆ ขณะที่ No One Can Be Called as a Man While He'll Die ฟังดูเหมือนปรัชญาจากนักรบที่กำลังสิ้นลม และ Desasters in the Sun ปิดฉากเหมือนการมองเมืองที่ไหม้ทั้งเมืองในแสงอาทิตย์ยามเช้า

สมาชิกของ Weakling ประกอบด้วย John Gossard ในตำแหน่งกีตาร์ ร้องนำ และเขียนเนื้อร้อง, Joshua M. Smith เล่นกีตาร์, Sarah Weiner รับหน้าที่เบส, Casey Ward เติมชั้นบรรยากาศด้วยคีย์บอร์ด และ Little Sunshine อยู่หลังชุดกลอง รายนามเหล่านี้อาจไม่ได้ถูกกล่าวถึงเทียบเท่าวีรบุรุษแห่งวงการเมทัลกระแสหลัก แต่ในหมู่ผู้คนที่เคยจมลงไปใน Dead as Dreams พวกเขาคือสถาปนิกของเขาวงกตแห่งความสิ้นหวัง

สิ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้ยังถูกพูดถึงไม่ใช่เพราะมันหนักกว่าวงอื่น เพราะ Black Metal ไม่เคยตัดสินกันแค่ความดุเดือด สิ่งที่ทำให้งานชุดนี้ต่างออกไปคือโครงสร้างที่เหมือนฝันร้ายอันยืดเยื้อ ริฟฟ์ไม่ได้เร่งรีบไปข้างหน้าเหมือนการฆาตกรรมแบบฉับพลัน แต่วนเวียน ซ้ำซ้อน กดทับ และบีบคั้นเหมือนการทรมานเชลยศึกที่กินเวลาหลายวัน เสียงคีย์บอร์ดถูกใช้ไม่มาก แต่เหมือนหมอกพิษที่ค่อยๆ รั่วเข้าปอด ส่วนกีตาร์ไม่ได้โจมตีตรงๆ หากใช้วิธีล้อมเมือง ปิดทางหนี แล้วปล่อยให้ความกลัวทำหน้าที่แทนอาวุธ

ปกอัลบั้มที่ใช้ส่วนหนึ่งของภาพ Buen viaje ของ Francisco de Goya ยิ่งทำให้งานชิ้นนี้เหมือนวัตถุต้องสาปจากพิพิธภัณฑ์มากกว่าผลิตภัณฑ์ดนตรี Goya เป็นจิตรกรที่เข้าใจด้านมืดของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง และภาพนั้นก็เหมาะกับสิ่งที่ Weakling สร้างขึ้นอย่างน่ากลัว ราวกับเสียงในอัลบั้มนี้คือซาวด์แทร็กของภาพฝันร้ายที่ถูกแขวนอยู่บนกำแพงมานานหลายศตวรรษ

แม้ Weakling จะไม่เคยกลายเป็นวงระดับมหาชน แต่ผลกระทบของ Dead as Dreams ต่อ USBM นั้นลึกเกินกว่าตัวเลขยอดขายจะอธิบายได้ หลายคนมองว่านี่คือหนึ่งในงานที่ช่วยนิยามว่า American Black Metal ไม่จำเป็นต้องเดินตามเงาของยุโรป มันสามารถมีความเศร้า ความลุ่มลึก ความเป็น psychedelic และความสิ้นหวังในแบบของตัวมันเอง และอิทธิพลของมันสามารถสัมผัสได้ในศิลปินรุ่นหลังจำนวนมาก โดยเฉพาะงานที่เน้นบรรยากาศ ความหม่น และการลากผู้ฟังเข้าสู่ภาวะจิตที่แตกสลาย

ความย้อนแย้งที่สุดคือ อัลบั้มที่ทรงอิทธิพลเช่นนี้กลับมีสถานะเกือบเหมือนตำนานต้องห้าม ถูกตามล่าหาในหมู่นักสะสม มีการ reissue หลายรูปแบบ และแม้กระทั่ง bootleg ที่ผุดขึ้นมาเหมือนข่าวลือของโบราณวัตถุต้องสาป เพราะเมื่อผลงานชิ้นหนึ่งไม่ถูกผลิตซ้ำอย่างเปิดกว้าง มันยิ่งกลายเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ในโลกใต้ดิน

สิ่งน่ากลัวที่สุดเกี่ยวกับ Dead as Dreams ไม่ใช่ความดุดัน แต่มันคือความรู้สึกว่าคุณกำลังฟังอะไรบางอย่างที่ไม่ควรมีอยู่ ราวกับเทปบันทึกเสียงจากหน่วยทหารที่หายสาบสูญ เสียงสุดท้ายจากคนที่ไม่มีวันกลับบ้าน หรือบันทึกคำสารภาพของใครบางคนก่อนยิงตัวเองในบังเกอร์ มันไม่พยายามทำให้ผู้ฟังสนุก แต่มันพยายามทำให้ผู้ฟังเผชิญหน้ากับตัวเอง

และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผ่านมาเกิน 2 ทศวรรษ Dead as Dreams ยังไม่ตาย เพราะฝันบางอย่าง ต่อให้ตื่นแล้ว มันก็ยังตามหลอกหลอน!

#Weakling #DeadasDreams #BlackMetal #USBM #TerritoryMag

ความคิดเห็น