100 คำสาปแห่ง Black Metal
Craft – Fuck the Universe
หากจะกล่าวถึงประวัติศาสตร์แห่ง Black Metal ซึ่งมีอัลบั้มจำนวนมากที่ประกาศสงครามต่อศาสนา ต่อศีลธรรม หรือต่อมนุษยชาติ แต่มีไม่กี่งานที่ยกปืนขึ้นเล็งไปไกลกว่านั้น ราวกับความเกลียดชังได้ขยายตัวจนทะลุพรมแดนของโลกมนุษย์ และพุ่งตรงสู่ตัวโครงสร้างของการมีอยู่ Fuck the Universe ของ Craft คือหนึ่งในบันทึกสงครามนั้น มันเป็นดั่งถ้อยแถลงจากหลุมเพลาะแห่งจิตวิญญาณที่หมดศรัทธาในทุกสิ่ง แม้กระทั่งจักรวาลก็กลายเป็นเป้าหมายแห่งการประหาร
เมื่ออัลบั้มนี้ถือกำเนิดในวันที่ 17 กันยายน 2005 ผ่านค่าย Carnal Records มันคือก้าวที่ 3 ของวงสวีดิช Black Metal วงนี้ หลังจาก Total Soul Rape และ Terror Propaganda (Second Black Metal Attack) ได้สร้างชื่อให้ Craft ในฐานะผู้สืบทอดความหนาวเย็นจากสายเลือด Scandinavian Black Metal แบบดิบกระด้าง ทว่า Fuck the Universe ไม่ได้เดินซ้ำรอยเดิม มันคือช่วงเวลาที่วงเริ่มเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้บูชาความมืด ไปสู่การเป็นสถาปนิก
รายนามสมาชิกในช่วงเวลานั้นประกอบด้วย Nox ผู้คำรามราวสัตว์บาดเจ็บที่ยังไม่ตาย, John Doe ที่รับทั้งกีตาร์และเบส, Joakim กับภารกิจวางกำแพงริฟฟ์อันเย็นเยียบ และ Daniel ที่เปลี่ยนกลองให้กลายเป็นเสียงปืนกลหนัก ทุกองค์ประกอบถูกบันทึกและมิกซ์ที่ Wall of Sound, Falun, Sweden และสิ่งที่ออกมาไม่ใช่ซากซาวด์ lo-fi แบบ Black Metal ดั้งเดิมเสียทีเดียว แต่มันคือความสกปรกที่ถูกควบคุมอย่างแม่นยำ เหมือนมีดเปื้อนเลือดที่ถูกลับคมอย่างตั้งใจ
เพียงชื่อเพลงเปิดอย่าง Earth a Raging Blaze ก็ให้ความรู้สึกเหมือนภาพโลกที่กำลังลุกไหม้ใต้รองเท้าทหาร เพลงถัดมา Thorns in the Planet’s Side ยืดตัวออกไปกว่า 6 นาทีเหมือนการทรมานเชื่องช้า หนักหน่วง และเยือกเย็น ขณะที่เพลงไตเติล Fuck the Universe ดั่งการถ่มน้ำลายใส่การมีอยู่ทั้งหมดอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา และโหดเหี้ยมอย่างน่าประหลาด
สิ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้แตกต่างจากงานก่อน คือวุฒิภาวะในการเขียนเพลง Craft เริ่มเข้าใจว่าความมืดที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งแค่ความหยาบกร้าน พวกเขาเริ่มสร้างบรรยากาศ เริ่มปล่อยให้ความอึดอัดเดินคลานเข้าสู่ห้องทีละนิ้ว Xenophobia แฝงแรงกระแทกแบบ black/thrash ที่ทำให้เสียงดนตรีเหมือนเครื่องจักรสงครามกำลังเดินหน้า ส่วน The Suffering of Others มีความโหดเย็นที่เหมือนการจ้องมองความเจ็บปวดของมนุษย์ด้วยดวงตาที่ไร้อารมณ์
แม้กระทั่งเพลง instrumental อย่าง Destroy All มันคือช่วงพักหายใจก่อนการสังหารรอบสุดท้าย และเมื่อ Principium Anguis ปิดฉาก ทุกอย่างให้ความรู้สึกเหมือนซากเมืองหลังการทิ้งระเบิด ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีผู้รอด มีเพียงเถ้าถ่านและควันดำ
สิ่งน่าสนใจคือ Craft ไม่เดินตามสูตรที่ว่าต้องดิบเท่านั้น แบบ Black Metal บางสาย ซาวด์ของ Fuck the Universe คมชัดขึ้น หนักแน่นขึ้น แต่ไม่เสียความชั่วร้ายไปเลยแม้แต่น้อย กลับกัน ความชัดนั้นทำให้ริฟฟ์และบรรยากาศทำงานได้โหดเหี้ยมยื่งกว่า เหมือนจากเดิมเราได้ยินเสียงปีศาจอยู่หลังกำแพง แต่ตอนนี้มันยืนอยู่ตรงหน้าและกระซิบใส่หูอย่างชัดเจน
อัลบั้มนี้ยังได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในผลงานสูงสุดของ Craft ด้วยคะแนนรีวิวเฉลี่ยระดับสูงในหมู่นักฟังสาย extreme metal และการถูกรีอิชชูหลายครั้งผ่าน Southern Lord, Season of Mist Underground Activists, Hammer of Damnation ไปจนถึง Darkness Shall Rise Productions เป็นหลักฐานว่าความเกลียดชังในงานชุดนี้ไม่เคยเสื่อมสลาย มันยังคงถูกส่งต่อเหมือนเชื้อโรคจากยุคหนึ่งสู่อีกยุค
หาก Black Metal ยุคแรกคือการต่อต้านพระเจ้า และยุคถัดมาคือการต่อต้านมนุษย์ Fuck the Universe คือช่วงเวลาที่ความโกรธนั้นวิวัฒน์ไปอีกขั้น มันไม่เหลือเป้าหมายเฉพาะอีกต่อไป ทุกอย่างถูกลากขึ้นแท่นประหารพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นศาสนา สังคม มนุษย์ หรือแม้แต่จักรวาลที่โอบล้อมเราอยู่
มันคือเอกสารสงครามจากจิตใจที่ไหม้เกรียม เป็นบทกวีที่เขียนด้วยเขม่าดินปืน และเป็นอีกหนึ่งคำสาปที่พิสูจน์ว่า Black Metal ไม่ได้ต้องการเพียงทำลายศรัทธา บางครั้งมันต้องการทำลายความหมายแห่งการมีอยู่ทั้งหมด!
#Craft #FuckTheUniverse #BlackMetal #SwedishBlackMetal #ExtremeMetal #MetalHistory #TerritoryMag


.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น