100 คำสาปแห่ง Black Metal


Leviathan – The Tenth Sub Level of Suicide

ยุคต้นทศวรรษ 2000 กระแสแห่ง Black Metal อเมริกันยังถูกมองเป็นเพียงเงาสะท้อนจากยุโรป ได้มีชายคนหนึ่งขังตัวเองอยู่กับเครื่องอัดเทปอนาล็อก 4 แทร็ก ปล่อยให้เสียงกลอง กีตาร์ เบส และเสียงกรีดร้องอันคลุ้มคลั่งไหลออกมาราวกับเลือดเสียที่ถูกกรีดจากเส้นเลือด ชายผู้นั้นคือ Wrest หรือ Jef Whitehead ผู้สร้าง Leviathan และสิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 2003 คืออัลบั้มที่ต่อมาถูกยกให้เป็นหนึ่งในบันทึกเสียงอันดำมืดที่สุดแห่งวงการ USBM - “The Tenth Sub Level of Suicide”

นี่ไม่ใช่อัลบั้มที่เปิดฟังเพื่อความบันเทิง ไม่ใช่ผลงานที่ถูกสร้างมาเพื่อให้ผู้คนโยกหัวตามริฟฟ์หรือจดจำท่อนฮุก แต่มันคือห้องสารภาพบาปของชายผู้ที่กำลังแตกสลาย ซาวด์ทุกวินาทีในอัลบั้มเหมือนถูกบันทึกในคืนที่โลกทั้งใบหยุดหายใจ และเหลือเพียงความเกลียดชังต่อมนุษยชาติ ความโดดเดี่ยว และแรงดึงดูดจากเหวลึกแห่งความตายเท่านั้นที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ภายในจิตใจ

“The Tenth Sub Level of Suicide” ถูกปล่อยผ่านค่าย Moribund Records วันที่ 29 กันยายน 2003 ในรูปแบบ CD ก่อนจะถูกรีอิชชูซ้ำหลายครั้งตลอดหลายปีต่อมา ทั้งในรูปแบบแผ่นเสียง เทปคาสเซ็ต และดิจิทัล ราวกับว่างานชิ้นนี้ไม่เคยตายจริงๆ มันยังคงคลานกลับขึ้นมาจากใต้ดินทุกยุคทุกสมัย พร้อมดึงผู้ฟังหน้าใหม่ลงไปสู่ชั้นใต้ดินลำดับที่ 10 ที่ Wrest สร้างไว้ด้วยมือของเขา

สิ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้แตกต่างจาก Black Metal จำนวนมากในยุคนั้น คือมันละทิ้งภาพลักษณ์ซาตาน ป่าเหนือ และพิธีกรรมแบบ Scandinavian Black Metal ออกไปเกือบหมด Leviathan เลือกหันกล้องเข้าหาตัวเองแทน หันเข้าหาความเกลียดชังในจิตใจ ความคิดฆ่าตัวตาย ความเจ็บปวดจากการมีชีวิตอยู่ และความรู้สึกเหมือนถูกฝังทั้งเป็นอยู่ในร่างมนุษย์ของตน เนื้อหาของอัลบั้มแทบทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายในหลายรูปแบบ ราวกับ Wrest กำลังค่อยๆ เดินลงบันไดหินสู่ชั้นใต้ดินทีละขั้น โดยมีผู้ฟังเดินตามลงไปโดยไม่รู้ตัว

เสียงเปิดของ “Introit” ทำหน้าที่เหมือนประตูสนิมเก่าที่ค่อยๆ เปิดออก ก่อน “Fucking Your Ghost in Chains of Ice” จะพุ่งเข้าใส่เหมือนฝูงอีกาที่ถูกปล่อยจากสุสาน กลองระเบิดเป็น blast beat อย่างบ้าคลั่ง ขณะที่กีตาร์ส่งเสียงเหมือนเลื่อยไฟฟ้ากำลังบดกระดูกมนุษย์ เสียงร้องของ Wrest คล้ายสิ่งมีชีวิตที่กำลังถูกทรมานอยู่ในห้องมืดใต้ดิน บางช่วงเขาหวีดร้องเหมือนวิญญาณ บางช่วงเหมือนคนกำลังสำลักเลือดตัวเอง และบางช่วงก็ฟังเหมือนเสียงสุดท้ายก่อนเชือกจะรัดคอจนขาดอากาศ

ความน่ากลัวของอัลบั้มนี้ไม่ได้อยู่ที่ความหนักเพียงอย่างเดียว แต่มันอยู่ที่บรรยากาศ ทุกเพลงถูกลากยาวเกิน 5 นาที บางเพลงทะลุเกือบ 15 นาที เปิดพื้นที่ให้ความอึดอัด เน่าเปื่อย และความเงียบงันค่อยๆ กัดกินผู้ฟังอย่างช้าๆ “Sardoniscorn” คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดแห่งความบ้าคลั่งแบบ Leviathan เพลงยาวเกือบ 10 นาทีที่เต็มไปด้วยริฟฟ์หม่นหมอง เสียงเบสคลานอยู่ใต้พื้นผิวดนตรี และเสียงร้องที่เหมือนกำลังหลุดออกจากร่างมนุษย์

แล้วเมื่ออัลบั้มเดินทางมาถึง “The Idiot Sun” โลกทั้งใบก็เหมือนถูกดูดเข้าสู่หลุมดำ จังหวะช้าลง เสียงกลองเหมือนขบวนศพที่เดินผ่านทุ่งหิมะ และเสียงร้องของ Wrest ฟังเหมือนคนที่หมดแรงแม้แต่จะเกลียดโลกต่อไปแล้ว นี่คือเพลงที่แฟนจำนวนมากยกให้เป็นหนึ่งในบทเพลงที่หดหู่ที่สุดของ Black Metal ยุคใหม่ และเมื่อเข้าสู่บทสุดท้าย “At the Door to the Tenth Sub Level of Suicide” ทุกอย่างก็ระเบิดออกมาเหมือนพิธีกรรมครั้งสุดท้ายก่อนการดับสูญ ความยาวกว่า 15 นาทีของเพลงนี้ไม่ต่างจากการเดินผ่านโถงแห่งซากศพใต้ดินทีละห้อง จนถึงประตูบานสุดท้ายที่ไม่มีใครรู้ว่าอีกด้านคืออะไร

แม้ซาวด์ของอัลบั้มจะดิบพร่า เต็มไปด้วยเสียงแตกพร่าแบบ lo-fi แต่นั่นกลับกลายเป็นจุดแข็งสำคัญ มันทำให้ทุกอย่างฟังเหมือนเทปต้องคำสาปที่ถูกขุดขึ้นมาจากซากเมืองร้าง เสียงกลองยังคงหนักแน่น เบสถูกดันขึ้นมาอย่างชัดเจนผิดกับ Black Metal ทั่วไป และริฟฟ์กีตาร์เต็มไปด้วยความเย็นเยียบแบบ Second Wave Norwegian Black Metal แต่ถูกบิดให้คลุ้มคลั่งกว่า เดียวดายกว่า และเป็นอเมริกันกว่า

หลายคนเปรียบ Leviathan กับ Xasthur แต่ถ้า Xasthur คือหมอกหนาวที่ค่อยๆ กลืนกินร่างกาย Leviathan ก็คือมีดสนิมที่ค่อยๆ แทงลึกลงในช่องท้อง ทั้งคู่พูดถึงความเศร้า ความโดดเดี่ยว และความตายเหมือนกัน แต่ Wrest เติมความโกรธลงไปในความสิ้นหวัง ทำให้อัลบั้มนี้ฟังเหมือนสัตว์บาดเจ็บที่พร้อมกัดทุกอย่างก่อนตาย

สิ่งสำคัญที่สุดคือความจริงใจ เพราะต่อให้ Black Metal จะเต็มไปด้วยภาพลักษณ์ ความสุดโต่ง และการแสดงบทบาทมากมายเพียงใด แต่ “The Tenth Sub Level of Suicide” กลับให้ความรู้สึกเหมือนบันทึกจากคนที่กำลังเผชิญหน้ากับความมืดในหัวตัวเองจริงๆ มันไม่ใช่ความชั่วร้ายแบบแฟนตาซี แต่มันคือความทุกข์ของมนุษย์ที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเสียงดนตรี

กว่า 20 ปีผ่านไป อัลบั้มนี้ยังถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในผลงานสำคัญที่สุดของ USBM และ Depressive Black Metal มันไม่ใช่งานที่ฟังง่าย ไม่ใช่อัลบั้มที่ทุกคนจะทนฟังได้จนจบ แต่สำหรับผู้ที่กล้าก้าวลงไปในชั้นใต้ดินลำดับที่ 10 นี้ พวกเขาจะได้พบหนึ่งในงานศิลปะอันดำมืดและจริงแท้ที่สุดชิ้นหนึ่งแห่ง Black Metal

และเมื่อเสียงสุดท้ายดับลง ความเงียบงันที่เหลืออยู่หลังอัลบั้มจบลง อาจน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงดนตรีทั้งหมดที่ Wrest เคยบันทึกเอาไว้เสียอีก

#Leviathan #TheTenthSubLevelOfSuicide #USBM #BlackMetal #DSBM #Wrest #MoribundRecords #AtmosphericBlackMetal #DepressiveBlackMetal #TerritoryMag

ความคิดเห็น