100 คำสาปแห่ง Black Metal
Kroda – Cry to Me, River…
ณ อาณาจักรแห่งเงามืดที่ไม่เคยหลับใหล เสียงของมันมักไม่ได้ถูกเปล่งออกมาเป็นคำพูด แต่ไหลรินอยู่ในรูปแห่งสายลมที่พัดผ่านป่าสน หรือกระทั่งในเสียงน้ำที่เคลื่อนไหลอย่างเงียบงัน ราวกับกำลังบันทึกประวัติศาสตร์บางอย่างที่มนุษย์ไม่กล้าเผชิญ และในปี 2005 อัลบั้ม Cry to Me, River… ของ Kroda ก็ได้ทำหน้าที่เป็นพงศาวดารแห่งความตาย ด้วยเสียงกรีดร้องและเถ้าถ่านแห่งความทรงจำ
ผลงานชุดนี้ถือกำเนิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน ภายใต้สังกัด Patriot Productions ในรูปแบบ CD ที่ถูกจำกัดเพียง 1000 ชุดเท่านั้น ราวกับเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกฝังไว้ให้คนเพียงไม่กี่คนได้ค้นพบ ก่อนหน้านั้นมันเคยปรากฏในเงาร่างอื่น ทั้งในเทปคาสเซ็ตภายใต้นามดั้งเดิม “Поплач мені, річко...” และการรีอิชชุดแล้วชุดเล่าที่ตามมาในปีต่อๆ ไป เสมือนซากศพที่ถูกขุดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้โลกได้เห็นบาดแผลเดิมในมุมที่แตกต่างออกไป
เบื้องหลังเสียงทั้งหมดถูกหล่อหลอมโดย 2 จิตวิญญาณหลัก Eisenslav ผู้เปล่งเสียงร้องและถ้อยคำ และ Viterzgir ผู้แบกรับโครงสร้างแทบทุกอย่างแห่งบทเพลง ตั้งแต่กีตาร์ เบส คีย์บอร์ด ไปจนถึงเครื่องดนตรีพื้นบ้านที่แทรกซึมอยู่ในเนื้อเสียง ราวกับเป็นนักรบเพียงไม่กี่คนที่ต้องปะทะกับความเงียบงันของโลกทั้งใบ
ทันทีที่อินโทร “Kroda” เปิดฉากขึ้น มันค่อยๆ คลี่ม่านหมอกออก เผยให้เห็นภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยความเย็นเยียบ เสียงเมโลดี้แบบพื้นบ้านที่แฝงอยู่ในนั้นเป็นดั่งการเรียกคืนความทรงจำของบางสิ่งที่ถูกฝัง ก่อนที่ “Endless Path of Legends” จะพาผู้ฟังเดินเข้าสู่สนามรบที่ไม่มีวันสิ้นสุด เส้นทางที่ถูกเหยียบย่ำด้วยเลือดแห่งบรรพชน
สิ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้โดดเด่นไม่ใช่เพียงความหนักหน่วงแบบ Black Metal หากแต่เป็นการผสานกับกลิ่นอายพื้นบ้านยุโรปตะวันออกอย่างแนบเนียน เสียงคีย์บอร์ดไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงฉากหลัง แต่กลายเป็นกระดูกสันหลังแห่งซาวด์ทั้งหมด สร้างบรรยากาศที่ทั้งกว้างใหญ่และโดดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน ขณะที่กีตาร์และริฟฟ์ต่างๆ เคลื่อนไหวเหมือนเงาแห่งนักรบ ไม่จำเป็นต้องเด่นชัด แต่คอยสนับสนุนให้ภาพรวมทั้งหมดหนักแน่นขึ้นอย่างน่ากลัว
บทเพลงอย่าง “Hoarfrost of Blood” และ “Native Land” เป็นดั่งคำประกาศแห่งความหนาวเหน็บของเลือด และแผ่นดินที่ถูกยึดครอง ทั้งหมดถูกเล่าออกมาในภาษาแห่งซาวด์ที่ปฏิเสธความอ่อนโยน และยึดมั่นในความดิบเถื่อนของธรรมชาติ
หนึ่งในช่วงเวลาที่น่าสะพรึงที่สุดคือ “Cry to Me, River... (Betrayal of Knjaz Volodymir)” ซึ่งทำหน้าที่เสมือนบทกวีแห่งการทรยศ เสียงน้ำในที่นี้ไม่ใช่สิ่งที่ปลอบโยน แต่เป็นพยานแห่งความล่มสลาย เป็นสิ่งที่จดจำทุกการหักหลัง และยังคงไหลต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน
และเมื่อทุกอย่างใกล้จะดับลง อัลบั้มกลับปิดฉากด้วย “Apocalypse” ของ Hypocrisy ที่ถูกตีความใหม่ในแบบไร้เสียงร้อง กลายเป็นเครื่องมือแห่งการทำลายล้างที่ไร้ถ้อยคำ แต่กลับทรงพลังยิ่งกว่า เหมือนสนามรบที่ไม่มีเสียงกรีดร้องของผู้ตาย มีเพียงความเงียบงันที่ดังก้องอยู่ในหัวใจของผู้รอดชีวิต
สิ่งที่ Kroda สร้างขึ้นในอัลบั้มนี้คือโลกทั้งใบ โลกที่ธรรมชาติ ศรัทธา และความเป็นชาติพันธุ์ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างแยกไม่ออก แนวคิดเกี่ยวกับความเคารพต่อผืนดินและบรรพชนถูกถ่ายทอดผ่านทั้งเนื้อเพลงและบรรยากาศทางดนตรี จนกลายเป็นงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสาย Pagan / Symphonic Black Metal
แม้จะเคยถูกกลบอยู่ใต้เงาของวงร่วมยุค แต่ Cry to Me, River… กลับยืนหยัดเหมือนอนุสาวรีย์ที่ถูกลืม รอให้ใครสักคนกลับมาปัดฝุ่นและรับฟังเสียงที่ยังคงก้องอยู่ในนั้น และเมื่อได้ยินแล้ว มันจะไม่ใช่เพียงเสียงดนตรีอีกต่อไป แต่คือเสียงแห่งแม่น้ำที่ยังคงร่ำไห้ไม่หยุดหย่อน
#Kroda #CryToMeRiver #BlackMetal #PaganBlackMetal #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น