กลองสงครามแห่ง Thrash..! Dave Lombardo กับความจริงที่ไม่มีใครกล้าพูด


เสียงกลองกระหน่ำดั่งฝนเหล็กในคืนที่ไร้ดาว ในสนามรบแห่งยุค 1980s ที่คำว่า Thrash Metal ยังไม่ใช่เพียงแนวดนตรี หากแต่เป็นสงครามเย็นของเหล่านักรบ 4 เหล่าทัพ Slayer, Metallica, Megadeth และ Anthrax ที่ต่างก่อร่างสร้างอาณาจักรของตนขึ้นมาท่ามกลางเปลวไฟแห่งเสียงแตกพร่าและริฟฟ์ที่คมราวใบมีด และในศูนย์กลางของพายุนี้ นามแห่ง Dave Lombardo ยังคงดังก้องราวเสียงระเบิดที่ไม่มีวันดับสูญ 

ในบทสัมภาษณ์ล่าสุด เสียงของ Lombardo ไม่ได้พุ่งออกมาในรูปของ blast beat หากแต่เป็นถ้อยคำที่เยือกเย็นและจริงจัง เขายอมรับอย่างไม่ปิดบังว่า ในช่วงเวลาที่โลกแห่งเมทัลกำลังก่อตัวดั่งอาวุธ พวกเขาฟังกันและกัน ฟังอย่างตั้งใจ ซึมซับอย่างลึกซึ้ง แล้วก้าวต่อไปโดยไม่หันกลับมาเลียนแบบ เพราะสำหรับเขา เป้าหมายไม่ใช่การเดินตามรอยใคร แต่คือการกลายเป็นสิ่งที่เร็วกว่า หนักกว่า และโหดร้ายกว่าทุกสิ่งที่เคยมีอยู่บนโลกใบนี้

ท่ามกลางภาพจำของแฟนเพลงที่มอง Big Four เป็นคู่แข่งที่พร้อมจะห้ำหั่นกันทุกเมื่อ Lombardo กลับฉีกม่านหมอกนั้นออกอย่างสิ้นเชิง เขาเล่าว่าในความเป็นจริง ไม่มีความเป็นศัตรู ไม่มีความอิจฉาริษยา มีเพียงกลุ่มคนที่หลงใหลในซาวด์แห่งเมทัลเหมือนกัน และมีเป้าหมายเดียวกัน เวทีคือสถานที่ที่พวกเขาจะปลดปล่อยทุกสิ่งออกมาเสมือนกองทัพที่เดินเข้าสู่สนามรบ

ความสัมพันธ์เหล่านั้นไม่ได้สลายไปตามกาลเวลา ตรงกันข้าม มันยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น เขายังคงติดต่อกับเพื่อนเก่าจาก Exodus, Testament รวมถึงเหล่าผู้คนที่เคยยืนอยู่ข้างเวทีในวันที่ Slayer ยังเป็นเพียงเงาเลือนในคลับเล็กๆ บนถนน Sunset Boulevard ความทรงจำเหล่านั้นคือรากฐานแห่งความเป็นพี่น้องที่ฝังลึกยิ่งกว่าเสียงกีตาร์ที่สั่นสะเทือนในลำไส้

แม้ในอีกด้านหนึ่ง Lombardo จะยังคงประกาศอย่างภาคภูมิว่า หากต้องเลือก เขาย่อมยกให้ Slayer เป็นราชันแห่ง Thrash Meatl วงที่โหดที่สุด และอยู่ในจุดสูงสุดแห่งไฟในช่วงเวลานั้น แต่นั่นไม่ใช่คำประกาศสงคราม หากเป็นเพียงเสียงหัวเราะของนักรบที่รู้ดีว่าทุกกองทัพล้วนมีพื้นที่ของตนเองในแผนที่แห่งความบ้าคลั่งนี้

คำยืนยันเดียวกันยังสะท้อนจากฝั่งของ Lars Ulrich มือกลองแห่ง Metallica ที่ยอมรับอย่างเปิดเผยว่า ความเป็นคู่แข่งในอดีตได้เลือนหายไปตามวัยและประสบการณ์ สิ่งที่เหลืออยู่คือการยอมรับในเอกลักษณ์ของกันและกัน และในสนามของเสียงกลอง เขายกให้ Lombardo เป็นดั่งเทพเจ้า ผู้ที่สามารถกวาดล้างทุกคนได้ด้วยการสะบัดปลายนิ้ว

เรื่องราวของ Lombardo ไม่ได้หยุดอยู่ที่ Slayer หลังจากการแยกทางอันขมขื่นในปี 2013 เขาเดินทางต่อไปในโลกที่ยังคงเต็มไปด้วยเงามืดและเสียงคำราม ผ่านวงอย่าง Suicidal Tendencies, Misfits, Dead Cross และ Mr. Bungle ราวกับทหารผ่านศึกที่ไม่เคยวางอาวุธ แม้สงครามเดิมจะจบลงไปแล้วก็ตาม

เมื่อมองย้อนกลับไป ภาพแห่งยุค Thrash ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อความยิ่งใหญ่ หากเป็นการรวมตัวแห่งจิตวิญญาณที่มีเป้าหมายเดียวกัน การผลักดันดนตรีให้ไปไกลกว่าขีดจำกัดของมันเอง และในเสียงกลองที่กระหน่ำไม่หยุดของ Lombardo เราอาจไม่ได้ยินเพียงจังหวะ แต่คือเสียงสะท้อนแห่งยุคสมัยที่เต็มไปด้วยไฟ ความฝัน และมิตรภาพที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า

ในท้ายที่สุด สนามรบแห่ง Thrash Metal ไม่ได้มีผู้ชนะหรือผู้แพ้ มีเพียงผู้ที่ยังคงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางเสียงคำรามของอดีต และยังคงเล่นต่อไป ไม่ใช่เพื่อเอาชนะกัน แต่เพื่อรักษาเปลวไฟนั้นให้ลุกโชนตลอดกาล

#Slayer #DaveLombardo #Metallica #Megadeth #Anthrax #ThrashMetal #BigFour #TerritoryMag

ความคิดเห็น