งูยักษ์ใต้ผืนน้ำแข็งเริ่มขยับ! DIMMU BORGIR ปล่อย “Ascent” เปิดประตูแห่งพิธีกรรมใหม่ เสียงเพรียกแห่งความมืด ก่อนอัลบั้มเต็มจะถูกปลุกให้ตื่น
สายฟ้าฟาดลงบนฟากฟ้าเหนือดินแดนหนาวเย็น รอยแยกแห่งเมฆดำเปิดออกเสมือนบาดแผลที่ไม่มีวันปิดสนิท และจากรอยแยกนั้น เสียงหนึ่งได้พุ่งทะลุลงมาสู่โลก ดั่งคำประกาศสงครามอีกครั้งของ Dimmu Borgir ที่ยังคงยืนหยัดอยู่บนยอดพีระมิดแห่ง symphonic black metal อย่างมิสั่นคลอน
“Ascent” ซิงเกิลลำดับที่ 2 จากอัลบั้มใหม่ Grand Serpent Rising ไม่ได้เดินเข้าหาผู้ฟังอย่างสุภาพ หากแต่พุ่งเข้าใส่เหมือนสัตว์ร้ายที่อดอยากมานาน เสียงกีตาร์กระแทกกระทั้น เสียงออร์เคสตราที่แทรกตัวเหมือนหมอกพิษ และจังหวะกลองที่กระหน่ำราวกับขบวนทัพในคืนที่ไร้จันทร์ ทุกองค์ประกอบรวมตัวกันเป็นบางสิ่งที่ทั้งงดงามและอำมหิต ราวความงามของซากศพที่ยังอุ่นในสนามรบ
Stian "Shagrath" Thoresen เอ่ยถึงบทเพลงนี้ด้วยน้ำเสียงที่เหมือนผู้บัญชาการมองดูแผนที่ศึกว่า “มันดิบกว่า ตรงกว่า และรุนแรงกว่าซิงเกิลแรกอย่าง ‘Ulvgjeld & Blodsødel’” ราวกับว่าทั้ง 2 เพลงนี้คือ 2 คมดาบที่ถูกหล่อขึ้นจากเหล็กคนละชนิด แต่พร้อมจะเฉือนเนื้อ และจิตวิญญาณของผู้ฟัง
แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เสียงคำรามนั้นลึกยิ่งกว่า Sven "Silenoz" Kopperud อธิบายว่า “Ascent” คือการเดินทางของงูยักษ์ที่เลื้อยขึ้นผ่านกระดูกสันหลังของมนุษย์ มันไม่ใช่ประสบการณ์ที่งดงาม หากแต่เป็นความเจ็บปวดที่จำเป็น การแตกสลายของตัวตนเก่า เพื่อให้บางสิ่งที่สูงกว่าได้ถือกำเนิด ดั่งพิธีกรรม การเผาตัวเองเพื่อกำเนิดใหม่ในเถ้าถ่าน
อัลบั้ม Grand Serpent Rising ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 22 พฤษภาคม ผ่าน Nuclear Blast ดั่งการลอกคราบครั้งใหญ่ของอสูรกายที่มีอายุยืนยาวกว่า 3 ทศวรรษ ซากของอดีตถูกสลัดทิ้ง เหลือเพียงแก่นแท้ที่เข้มข้นกว่าเดิม ทุกริฟฟ์ ทุกเมโลดี้ ทุกถ้อยคำ ถูกคัดเลือกเหมือนทหารที่ต้องผ่านสนามฝึกที่โหดเหี้ยม ไม่มีพื้นที่สำหรับความอ่อนแอ ไม่มีเสียงใดที่ถูกปล่อยไว้โดยไม่ผ่านการพิพากษา
เบื้องหลังเสียงอันดุดันนั้นคือกระบวนการที่ยาวนานและทรหดตั้งแต่ปี 2018–2019 ผ่านช่วงเวลาที่โลกหยุดนิ่งจากโรคระบาด ไอเดียถูกสะสมเหมือนกระสุนในคลังแสง จนเมื่อวงกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง พวกเขาพบว่าตนเองมีวัตถุดิบมากพอจะสร้างอัลบั้มคู่ แต่พวกเขาเลือกตัดทิ้ง เลือกฆ่าสิ่งที่รัก เพื่อให้ผลงานที่เหลืออยู่บริสุทธิ์ที่สุด นี่คือศิลปะแห่งการเสียสละ บทเรียนที่ศิลปินต้องยอมรับ
การกลับมาร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ Fredrik Nordström ยิ่งตอกย้ำความเป็นตัวตนของวง ซาวด์ที่ได้ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบดุจเครื่องจักร แต่เป็นพลังดิบที่มีเลือดเนื้อ “สิ่งที่คุณได้ยิน คือสิ่งที่ถูกเล่นจริง” ไม่มีการแต่งเติมให้สวยงามเกินจริง ไม่มีจังหวะที่ถูกขัดเกลาจนสูญเสียความเป็นมนุษย์ มันคือซาวด์ของวงที่ยืนอยู่บนเวทีจริง เปลือยเปล่า ดุดัน และอันตราย
ในจักรวาลอันมืดมนของพวกเขา งูไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความชั่วร้าย หากแต่คือการเกิดใหม่ ความรู้ และการหลุดพ้น มันคือการผลัดผิวแห่งวิญญาณมนุษย์ ที่ต้องตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อก้าวไปสู่บางสิ่งที่สูงกว่า แนวคิดนี้ไหลเวียนอยู่ในเนื้อเพลงของอัลบั้มอย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับแนวคิด esoteric และพลัง Kundalini ไฟงูศักดิ์สิทธิ์ที่ซ่อนอยู่ในตัวมนุษย์ รอวันที่จะตื่นขึ้นและเผาผลาญทุกข้อจำกัด
แม้การจากไปของอดีตมือกีตาร์จะเป็นอีกหนึ่งรอยแยกในประวัติศาสตร์ของวง แต่กลับทำให้แก่นแท้แห่งการสร้างสรรค์กลับไปสู่จุดเริ่มต้น เมื่อทุกอย่างยังเป็นเพียงการปะทะกันของไอเดียระหว่าง 2 ผู้ก่อตั้ง ความดิบ ตรงไปตรงมา และไม่ประนีประนอม กลับกลายเป็นพลังที่ทำให้อัลบั้มนี้คมยิ่งกว่า
และเมื่อเสียงสุดท้ายของ Grand Serpent Rising จางหายไป สิ่งที่หลงเหลือไม่ใช่เพียงความประทับใจ แต่เป็นรอยแผล เป็นร่องรอยของบางสิ่งที่เคยเลื้อยผ่านตัวคุณไปแล้วโดยไม่อาจย้อนกลับ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การฟังเพลง แต่มันคือการถูกเลือกให้เข้าร่วมพิธีกรรมที่ไม่มีวันลบเลือน
เมื่ออสูรกายจากนอร์เวย์ตื่นขึ้นอีกครั้ง คำถามจึงไม่ใช่ว่าโลกจะพร้อมรับมันหรือไม่ แต่คือคุณพร้อมจะเผชิญหน้ากับมันหรือยัง
#DimmuBorgir #Ascent #GrandSerpentRising #SymphonicBlackMetal #NuclearBlast #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น