100 คำสาปแห่ง Black Metal


Archgoat – Whore of Bethlehem

ท่ามกลางศรัทธาถูกบดขยี้จนกลายเป็นฝุ่นสีเทา และเสียงสวดมนต์ถูกแทนที่ด้วยคำสาปแช่งจากลำคอของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรมีอยู่จริง นามแห่ง Archgoat คือหนึ่งในตราประทับที่ฝังลึกลงไปในประวัติศาสตร์อันมืดมนแห่ง Black Metal เสมือนรอยแผลที่ไม่มีวันสมาน และในปี 2006 พวกเขากลับมาอีกครั้งพร้อมกับอัลบั้มเต็มชุดแรกที่เหมือนดั่งพิธีกรรมปลุกผี Whore of Bethlehemอ ผลงานที่เสมือนถูกอัญเชิญจากอีกโลกหนึ่ง

เสียงเปิดของ “Invocation” เป็นเหมือนการเปิดประตูสู่ห้องพิธีที่ปิดผนึกมานานหลายปี เสียงกีตาร์ที่หยาบกระด้างและกลองที่เคลื่อนตัวเหมือนการเดินทัพในความมืดค่อยๆ สร้างบรรยากาศที่หนาวเย็น ก่อนที่เสียงคำรามของ Lord Angelslayer จะพุ่งทะลุออกมา เสียงที่ไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่สัตว์ แต่เป็นบางสิ่งที่อยู่ระหว่างกลาง เสียงต่ำลึกจนเหมือนปีศาจกำลังสำรอกความเกลียดชังออกมาจากก้นบึ้งแห่งนรก

อัลบั้มนี้ถูกบันทึกในช่วงฤดูร้อนปี 2006 ภายในห้องซ้อมของวงที่ถูกเรียกว่า “Temple of the Blackmoon” สถานที่ซึ่งเป็นเสมือนแท่นบูชาที่ทุกเสียงถูกปล่อยออกมาอย่างดิบเถื่อนโดยไม่ผ่านการขัดเกลาเกินจำเป็น และถูกนำไปขัดเกลาต่อที่ Kh-studios ให้ยังคงความสกปรกแห่งซาวด์ไว้เหมือนเลือดที่แห้งกรังบนกำแพง

เมื่อเข้าสู่ “Angel of Sodomy” และ “Lord of the Void” โครงสร้างของดนตรีเริ่มเผยให้เห็นถึงวินัยในความป่าเถื่อน ริฟฟ์ที่ไม่ได้ซับซ้อนแต่หนักหน่วงเหมือนดั่งค้อนแห่งสงคราม ท่อนช้าสลับเร็วเหมือนจังหวะของการทรมาน และทุกจังหวะถูกวางไว้อย่างแม่นยำราวกับพิธีกรรมที่ต้องทำตามขั้นตอน ไม่มีอะไรเกิน ไม่มีอะไรขาด มีเพียงความเกลียดชังที่ถูกควบคุมให้อยู่ในรูปแบบที่สมบูรณ์

“Dawn of the Black Light” เหมือนรุ่งอรุณที่ไม่ได้ให้แสงสว่าง แต่กลับนำพาความมืดที่หนาแน่นยิ่งกว่า เสียงกีตาร์วนซ้ำอย่างสะกดจิต ขณะที่เสียงร้องยังคงเป็นเหมือนคำสาปที่ถูกท่องซ้ำไม่รู้จบ และเมื่อเข้าสู่ “Desecration” และ “Black Crusade” ความเร็วและความดิบถูกเร่งขึ้นเหมือนการบุกโจมตีครั้งสุดท้ายแห่งกองทัพที่ไม่กลัวความตาย

สิ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้น่ากลัวไม่ใช่เพียงซาวด์ แต่คือความจริงใจของมัน มันไม่ได้พยายามเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้พยายามประณีต แต่กลับเลือกที่จะเป็นสิ่งที่มันควรจะเป็นอย่างแท้จริง Black Metal ในรูปแบบดั้งเดิมที่ยังคงกลิ่นอายแห่งยุคต้นยุค 90s แต่ถูกหลอมใหม่ให้หนักแน่นและมีโครงสร้างมากขึ้น

ไลน์อัพของวงในช่วงเวลานั้นได้แก่ Ritual Butcher (กีตาร์), Sinisterror (กลอง) และ Lord Angelslayer (เบส/ร้อง) พวกเขาทำงานร่วมกันเหมือนเครื่องจักรแห่งสงครามที่ถูกตั้งโปรแกรมมาเพื่อทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า ไม่มีการโชว์เทคนิคหวือหวา ไม่มีโซโล่ที่ต้องจดจำ มีเพียงจังหวะ ริฟฟ์ และเสียงร้องที่ทำหน้าที่เหมือนอาวุธ

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ว่าวงจะหายไปจากฉากตั้งแต่ปี 1993 ก่อนจะกลับมาในปี 2004 แต่ Whore of Bethlehem ไม่ได้แสดงอาการอ่อนแรงหรือพยายามเอาใจตลาด ตรงกันข้าม มันกลับเหมือนทหารผ่านศึกที่กลับมาจากสงครามด้วยรอยแผลเต็มตัว แข็งแกร่งกว่าเดิม และพร้อมจะฆ่าอีกครั้งโดยไม่ลังเล

การปล่อยอัลบั้มนี้ผ่าน Hammer of Hate Records ในวันที่ 9 กันยายน 2006 คือการประกาศสงครามอีกครั้งในโลกแห่ง Black Metal และตลอดหลายปีหลังจากนั้น มันถูกนำกลับมาผลิตซ้ำในรูปแบบต่างๆ ทั้ง CD, Cassette, Vinyl และ Digital ราวกับคำสาปที่ไม่มีวันตาย ยังคงถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นในหมู่ผู้ศรัทธาแห่งความมืด

Whore of Bethlehem ไม่ใช่อัลบั้มสำหรับทุกคน แต่มันคือบทพิสูจน์ว่า Black Metal ในรูปแบบที่ดิบที่สุดยังคงมีชีวิต และยังคงสามารถสร้างความรู้สึกไม่สบายใจได้อย่างแท้จริง

และในพงศาวดารของ 100 คำสาปแห่ง Black Metal บทนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่า หากแต่เป็นหลักฐานว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง ยังมีบางสิ่งที่รอคอยอยู่ในความมืด และพร้อมจะกระซิบชื่อของคุณในคืนที่เงียบงัน

#Archgoat #WhoreOfBethlehem #BlackMetal #Underground #TerritoryMag


ความคิดเห็น