100 คำสาปแห่ง Black Metal
Deathspell Omega – Si monvmentvm reqvires, circvmspice
เมื่อสนามรบแห่ง Black Metal เริ่มเงียบงัน เหล่าทหารที่เคยคำรามกลับหลงเหลือเพียงเสียงสะท้อนแห่งอดีต สิ่งที่เคยถูกขับเคลื่อนด้วยความดิบและความเกลียดชังกลับเริ่มนิ่งงันราวหลุมศพที่ไร้การขุดค้น จนกระทั่ง Deathspell Omega ปรากฏตัวขึ้นราวกับกองทัพเงาที่เคลื่อนผ่านม่านหมอกแห่งศรัทธา พร้อมอัลบั้มที่เปรียบเสมือนคำสาปบทใหม่แห่งศตวรรษ Si monvmentvm reqvires, circvmspice งานบันทึกเสียงที่เป็นดั่งพิธีกรรมที่เปิดประตูสู่บางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรมองเห็น
นามแห่งอัลบั้มที่ถูกดัดแปลงจากภาษาละติน “หากเจ้าตามหาอนุสาวรีย์ของเขา จงมองไปรอบตัว” มันคือคำสั่งที่บังคับให้ผู้ฟังเงยหน้าขึ้นมองโลกที่ตนยืนอยู่ โลกที่เต็มไปด้วยซากศพแห่งความเชื่อ ความศรัทธาที่เน่าเปื่อย และร่องรอยของบางสิ่งที่แทรกซึมอยู่ทุกอณูแห่งการมีอยู่ มันคือปฐมบทของไตรภาคที่ต่อมาแตกแขนงไปสู่ Fas – Ite, Maledicti, in Ignem Aeternum และ Paracletus ซึ่งร่วมกันสร้างพงศาวดารทางเทววิทยาที่บิดเบี้ยว สงครามระหว่างพระเจ้า มนุษย์ และปีศาจในมิติที่ไม่มีคำตอบ
ซาวด์ของอัลบั้มนี้เปรียบเสมือนสนามเพลาะที่ถูกขุดลึกลงไปในจิตใต้สำนึก กีตาร์ที่บิดเบี้ยวและไม่ประนีประนอมปะทะกันด้วยโครงสร้างคอร์ดที่ไม่เป็นมิตรต่อมนุษย์ เสียงกลองกระหน่ำราวกับปืนกลที่ไม่หยุดพัก ขณะที่เสียงร้องของ Mikko Aspa เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการทรมานผู้ฟัง มันคือเสียงของบางสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ เสียงที่เหมือนถูกบีบออกมาจากหลุมลึกแห่งจักรวาล ในขณะเดียวกัน วงยังแทรกองค์ประกอบที่ดูขัดแย้งอย่างบทสวด Gregorian และโครงสร้างแบบอัลบั้มคู่ยุค 70s ที่แต่ละด้านเปิดด้วยคำอธิษฐานราวกับพิธีกรรมทางศาสนาที่ถูกบิดกลับด้าน
เนื้อหาภายในอัลบั้มดำดิ่งลงสู่แก่นแห่งความเชื่ออย่างไร้ปรานี มันไม่ได้เพียงตั้งคำถามต่อพระเจ้า แต่ฉีกโครงสร้างของศรัทธาออกเป็นชิ้น โดยมีแนวคิดจาก Georges Bataille เป็นเชื้อเพลิงทางความคิด ความเน่าเปื่อย การสลายตัว และแนวคิดแบบ antinatalism ถูกนำมาใช้ราวกับเครื่องมือในการรื้อถอนคุณค่าแห่งการดำรงอยู่ ทุกบทเพลงเสมือนบทสวดกลับหัว เพื่อปฏิเสธ เพื่อประกาศว่าบางสิ่งที่มนุษย์เรียกว่าซาตาน ไม่ได้อยู่ในที่ไกลโพ้น หากแต่ฝังรากลึกอยู่ในทุกมิติของความจริง
“First Prayer”, “Second Prayer” และ “Third Prayer” คือเสาหลักแห่งพิธีกรรม เสียงที่ช้าลงในช่วงเหล่านี้กลับทำให้บรรยากาศยิ่งหนาแน่นขึ้นราวกับอากาศที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่าน ขณะที่ “Carnal Malefactor” แผ่ขยายออกไปเหมือนสนามรบที่ไม่มีวันสิ้นสุด และ “Drink the Devil’s Blood” ที่ถูกนำกลับมาสร้างใหม่ก็เหมือนการชำระล้างบางสิ่งด้วยเลือดของศัตรู ทั้งหมดนี้ถูกร้อยเรียงให้กลายเป็นโครงสร้างแห่งประสบการณ์ที่ต้องใช้ความอดทนและการยอมจำนนต่อความมืด
นี่คือจุดเปลี่ยนที่ Deathspell Omega ทิ้งรากเหง้าเดิมแห่ง Black Metal แบบยุค 90s แล้วก้าวเข้าสู่พื้นที่ที่ไม่เคยมีใครกล้าเหยียบ ดั่งการทำลายแล้วสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด อัลบั้มนี้ต้องการให้คุณเผชิญหน้ากับมัน เหมือนการยืนอยู่ต่อหน้ากระจกที่สะท้อนสิ่งที่คุณพยายามหลบหนีมาตลอด
#DeathspellOmega #BlackMetal #AvantGardeMetal #SiMonvmentvmReqviresCircvmspice #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น