100 คำสาปแห่ง Black Metal


Inquisition – Ominous Doctrines of the Perpetual Mystical Macrocosm

บางอัลบั้มที่ไม่ได้เปิดประตูด้วยเสียงเพลง หากแต่เปิดด้วยความมืดอันไร้ขอบเขต ราวกับผู้ฟังถูกผลักออกจากพื้นโลกแล้วลอยเข้าไปในจักรวาลที่ไม่มีพระเจ้า ไม่มีแสงอาทิตย์ และไม่มีเสียงสวดใดนอกจากเสียงกีตาร์ที่หมุนวนเสมือนควันดำจากแท่นบูชา Ominous Doctrines of the Perpetual Mystical Macrocosm ของ Inquisition คือหนึ่งในคัมภีร์นั้น อัลบั้มเต็มลำดับที่ 5 ของดูโอ Black Metal ผู้มีรากเหง้าจาก Colombia ก่อนจะย้ายศูนย์กลางมายังสหรัฐฯ เปิดฉากออกสู่โลกเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2010 ผ่าน Icarus Music ในรูปแบบ CD ก่อนจะมีฉบับ European press โดย No Colours Records และการเผยแพร่ผ่าน Hells Headbangers Records ในปีถัดมา นี่ไม่ใช่เพียงงานต่อยอดจาก Nefarious Dismal Orations หากเป็นช่วงเวลาที่ Inquisition ยกพิธีกรรมซาตานิกของตนขึ้นจากถ้ำใต้พิภพ แล้วส่งมันออกไปหมุนเวียนในระบบสุริยะแห่งความมืด

แกนกลางของอัลบั้มถูกขับเคลื่อนโดย 2 ร่างหลัก Dagon ผู้รับหน้าที่ vocals, guitars, lyrics และ songwriting กับ Incubus ที่ทำหน้าที่ drums ทั้งคู่สร้าง Black Metal ที่ไม่จำเป็นต้องมี bass เป็นกระดูกสันหลัง แต่ปล่อยให้กีตาร์และกลองทำหน้าที่เป็นกำแพงหินลาวา เสียงของ Dagon อาจเป็นกำแพงด่านแรกที่ผู้ฟังจำนวนมากต้องข้าม บ้างมองว่ามันประหลาด บ้างมองว่ามันแห้งกร้าน บ้างยอมรับว่าไม่มีเสียงร้องแบบใดจะเข้ากับโลกของ Inquisition ได้เท่านี้ แต่เมื่อเสียงนั้นถูกวางทับลงบน tremolo riff, dissonant chord, blast beat และจังหวะกลองที่มีน้ำหนักแบบ death metal มันกลับกลายเป็นเสียงของสิ่งมีชีวิตนอกมิติ มากกว่านักร้องนำในวง Black Metal ทั่วไป

ทันทีที่ “Astral Path to Supreme Majesties” เปิดฉาก อัลบั้มก็ไม่ค่อยเหลือพื้นที่ให้ความลังเล เสียงกลองกระหน่ำราวปืนใหญ่ในสงครามกลางจักรวาล ขณะที่กีตาร์ลากผู้ฟังเข้าสู่เส้นทางดาราศาสตร์อันชั่วร้าย ริฟฟ์ของ Inquisition ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงโจมตี หากมันวนซ้ำอย่างมีเจตนา เหมือนมนตร์ดำที่ต้องท่องซ้ำจนจิตเริ่มหลุดจากร่าง จุดเด่นของอัลบั้มนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิธีที่วงใช้ความซ้ำ ความหนาแน่น และเมโลดี้อันเย็นเยียบสร้างภาวะสะกดจิต บางช่วงดุเดือดแบบ Thrash บางช่วงกดต่ำคล้าย Doom บางช่วงแหวกออกเป็นลายกีตาร์ที่ให้ภาพเสมือนแสงดาวกำลังดับลงกลางสุญญากาศ

“Desolate Funeral Chant” คือพิธีศพกลางห้วงลึก เพลงที่ค่อยๆ ไหลเหมือนขบวนแห่ศพผ่านเมืองร้างบนดาวเคราะห์ที่ไม่มีผู้รอดชีวิต มันช้ากว่า หนักกว่า และมีบรรยากาศกว้างกว่าเพลงเปิด แต่ในความเชื่องช้านั้นกลับมีแรงดึงมหาศาล ริฟฟ์หลักเดินเหมือนเท้าของนักบวชสายดำ ส่วนท่อนเปลี่ยนบรรยากาศทำให้เพลงเหมือนเปิดประตูสู่วิหารอีกชั้นหนึ่ง นี่คือจุดที่ Inquisition แสดงให้เห็นว่าความโหดแห่ง Black Metal ไม่จำเป็นต้องวิ่งด้วยความเร็วสูงเสมอไป บางครั้งความน่ากลัวที่สุดคือการปล่อยให้เสียงกีตาร์ลากยาวอย่างเย็นชา จนผู้ฟังรู้สึกเหมือนถูกฝังทั้งเป็นใต้ฝุ่นดาว

ในด้านโครงสร้าง อัลบั้มนี้ถูกยกย่องอย่างต่อเนื่องจากรีวิวหลายยุค เพราะมันรวมหลายบุคลิกของ Black Metal เข้าไว้ด้วยกันโดยไม่หลุดจากแกนดั้งเดิม มีความดิบแบบยุคคลาสสิก มีความเป็นพิธีกรรมแบบ old school มีความ melodic ที่ชัดขึ้น มีความ dissonant แบบสมัยใหม่ และยังมีแรงปะทะที่บางครั้งชวนให้นึกถึง Thrash Metal ท่อนอย่าง “Cosmic Invocation Rites” และ “Upon the Fire Winged Demon” พาอัลบั้มกลับเข้าสู่สนามรบด้วยความเร็วและความเกรี้ยวกราด ขณะที่ “Ominous Doctrines of the Perpetual Mystical Macrocosm” ทำหน้าที่เหมือนเสาหลักแห่งวิหาร เป็นบทสวดกลางจักรวาลที่รวมความสง่างาม ความมืด และความโอหังแบบซาตานิกไว้ในเพลงเดียว

“Crepuscular Battle Hymn” คือเสียงกลองรบยามสนธยา เพลงที่ให้ความรู้สึกเหมือนกองทัพดําทมิฬกำลังเคลื่อนผ่านขอบฟ้าที่ดาวฤกษ์กำลังจะตาย มันมีพลัง headbanging ชัดเจนกว่าเพลงอื่น แต่ยังคงแฝงความเย็นชาและกลิ่นควันจากพิธีกรรม ส่วน “Hymn for a Dead Star” และ “Across the Abyss Ancient Horns Bray” ทำหน้าที่ปิดท้ายอัลบั้มด้วยภาพแห่งจักรวาลที่เหลือเพียงซากดาวและเสียงแตรโบราณจากอีกฟากของเหวลึก ทั้งหมดทำให้งานชุดนี้มีความเป็น album experience มากกว่าการรวมเพลงเด่นแยกชิ้น เหมือนผู้ฟังเดินผ่านห้องพิธีกรรม 10 ห้องในปราสาทที่ลอยอยู่กลางความว่างเปล่า

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ Ominous Doctrines of the Perpetual Mystical Macrocosm จะถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่เปิดประตูให้ Inquisition เข้าถึงผู้ฟังวงกว้างขึ้น แต่มันไม่ได้ลดความแข็งกร้าวลงเพื่อเอาใจใคร งานโปรดักชันสะอาดและชัดขึ้นกว่างานก่อนหน้า แต่ยังไม่ถึงขั้นขัดเงาจนหมดกลิ่นดินดำ กลองของ Incubus มีความคมและหนัก กีตาร์ของ Dagon มีผิวหยาบเหมือนโลหะขึ้นสนิม ซาวด์ทั้งหมดถูกจัดวางให้ทั้งฟังรู้เรื่องและยังคงแรงกดดันแบบ Black Metal ไว้ครบ ข้อถกเถียงเรื่องความคล้ายคลึงกับ Immortal จึงอาจเป็นเพียงประตูแรกของการเปรียบเทียบ เพราะเมื่อฟังลึกลงไป Inquisition ไม่ได้เดินบนภูเขาน้ำแข็งแบบเดียวกัน หากพวกเขาสร้างจักรวาลของตนเอง จักรวาลที่ซาตาน เทววิทยามืด และสัญลักษณ์ดวงดาวหลอมรวมกันเป็นภาษาเดียว

แน่นอน นามแห่ง Inquisition ไม่ได้เดินทางผ่านประวัติศาสตร์โดยปราศจากเงาดำด้านอื่น ประวัติและข้อถกเถียงรอบตัว Dagon ทำให้งานของวงถูกมองด้วยสายตาระมัดระวังเสมอ และนี่คือความจริงที่ไม่ควรถูกกลบไว้ใต้เสียงกีตาร์ เมื่อพูดถึงอัลบั้มนี้ในฐานะศิลปะ เราสามารถยอมรับพลังของบทเพลงได้ ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ปิดตาต่อบริบทและคำถามทางศีลธรรมที่ล้อมรอบผู้สร้าง ผลงานชั้นดีในโลกแห่ง Extreme Metal จำนวนมากมักยืนอยู่ในพื้นที่สีเทาเช่นนี้ พื้นที่ที่ผู้ฟังต้องแยกแยะด้วยสติว่าอะไรคือคุณค่าทางดนตรี และอะไรคือสิ่งที่ไม่ควรถูกทำให้โรแมนติก

ท้ายที่สุด Ominous Doctrines of the Perpetual Mystical Macrocosm คือหนึ่งในอัลบั้ม Black Metal แห่งศตวรรษที่ 21 ที่ยังคงมีแรงดึงสูง มันไม่ได้สมบูรณ์แบบในทุกมุม เสียงร้องยังคงเป็นด่านทดสอบ ความคล้ายคลึงของโครงเพลงอาจทำให้บางคนรู้สึกว่าทุกอย่างวนอยู่ในคาถาเดียวกัน แต่สำหรับผู้ที่ยอมให้ตนเองจมลงไปในหลุมดำของอัลบั้มนี้ ความซ้ำนั้นกลับกลายเป็นพิธีกรรม ความดิบกลายเป็นแรงศรัทธา และความมืดกลายเป็นแผนที่สู่จักรวาลที่ไม่มีวันรุ่งสาง นี่คือเสียงของ Black Metal ที่ไม่ได้มองลงไปยังนรกเพียงอย่างเดียว แต่มองขึ้นไปยังดวงดาว แล้วพบว่าสวรรค์ก็อาจดำมืดไม่ต่างจากขุมนรก!

#Inquisition #OminousDoctrinesOfThePerpetualMysticalMacrocosm #BlackMetal #CosmicBlackMetal #OccultBlackMetal #TerritoryMag

ความคิดเห็น