ระหว่างทัวร์และความบ้าคลั่งแห่งการประพันธ์ การกลับมาที่รอคอยของ SYMPHONY X
ท่ามกลางเถ้าถ่านแห่งห้วงเวลา มีวงดนตรีบางวงที่ไม่เคยรีบร้อนเดินตามเข็มนาฬิกาแห่งอุตสาหกรรมดนตรี พวกเขาปล่อยให้บทเพลงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นราวกับการหลอมเหล็กในเตาหลอม และชื่อของวงนั้นคือ Symphony X วง Progressive Metal จากรัฐนิวเจอร์ซีย์ที่เคยสร้างมหากาพย์แห่งซาวด์อย่าง Underworld ปี 2015 ก่อนจะหายเข้าไปในเงามืดของสตูดิโอเป็นเวลาหลายปี ราวกับนักเล่นแร่แปรธาตุที่ปิดประตูห้องทดลองเพื่อสร้างสิ่งใหม่ที่ยิ่งใหญ่
ในบทสนทนาล่าสุดกับสถานี 92.5 Kiss FM ของบราซิล มือกีตาร์และมันสมองหลักของวง Michael Romeo ได้เปิดม่านบางส่วนของกระบวนการสร้างสรรค์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่เบื้องหลังกำแพงอันเงียบงันนั้น เขายอมรับว่า โลกแห่งซาวด์ได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง เมื่อหลายปีก่อน การทำอัลบั้มหนึ่งชุดยังคงได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าลิขสิทธิ์แผ่นเสียง ทำให้ศิลปินสามารถขังตัวเองอยู่ในสตูดิโอเป็นปีเพื่อขัดเกลาบทเพลง แต่ในยุคสตรีมมิงและเศรษฐกิจทางดนตรีที่พลิกผัน ศิลปินจำนวนมากจำเป็นต้องออกทัวร์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้วงยังคงอยู่รอด และ Symphony X ก็ไม่มีข้อยกเว้น
หลังโลกผ่านพ้นเงาแห่งโรคระบาด สมาชิกของวงต้องกลับไปขึ้นเวทีอย่างหนักเพื่อพยุงทุกอย่างให้กลับเข้าสู่เส้นทางเดิม ขณะที่ Romeo พยายามขโมยเวลาเล็กๆ ระหว่างการเดินทางเพื่อเขียนริฟฟ์และทำนองใหม่ๆ ทุกครั้งที่เขากลับถึงบ้าน ไอเดียใหม่ก็จะปรากฏขึ้น ราวกับกระดาษโน้ตที่ปลิวว่อนอยู่ในห้องทดลองของนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังคลุ้มคลั่งกับงานของตน
ผลลัพธ์คือกองภูเขาแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่แทบจะควบคุมไม่ได้
Romeo เล่าว่าในคอมพิวเตอร์ของเขามีโฟลเดอร์ที่เต็มไปด้วยไอเดียมากกว่าพันชิ้น ริฟฟ์ เมโลดี้ และโครงสร้างเพลงที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ทุกครั้งที่วงออกทัวร์ เขาจะหยุดเรียบเรียงงานเก่าและกลับมาพร้อมแรงบันดาลใจใหม่ แล้วเริ่มต้นบางอย่างขึ้นอีกครั้ง จนในที่สุดไอเดียเหล่านั้นก็ทับถมกันเหมือนภูเขาหินในเหมืองที่ยังไม่ได้คัดแยก
“มันไม่ใช่ว่าเราไม่มีอะไรเลย” เขากล่าว “จริงๆ แล้วเรามีมากเกินไป ปัญหาคือมันยังไม่ใช่เพลงที่เสร็จสมบูรณ์”
เมื่อกองวัสดุทางดนตรีขยายตัวจนแทบล้นทะลัก Romeo จึงเริ่มส่งตัวอย่างเหล่านั้นให้เพื่อนร่วมวงฟัง เพื่อช่วยกันคัดเลือกว่าชิ้นใดควรถูกนำไปต่อยอด และชิ้นใดควรถูกทิ้งไว้ในห้องเก็บของแห่งความคิดสร้างสรรค์ การคัดกรองนั้นเปรียบเสมือนการขุดหาทองคำในภูเขาหินมหึมา เพราะในบรรดาไอเดียหลายพันชิ้น มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่จะกลายเป็นบทเพลงจริง
ขณะเดียวกัน เสียงจากอีกฝั่งของวงก็มายืนยันภาพเดียวกัน นักร้องนำ Russell Allen อธิบายว่ากระบวนการทำงานของ Symphony X ไม่เคยเป็นเส้นตรง Michael Romeo เปรียบเสมือนนักวิทยาศาสตร์ผู้บ้าคลั่งในห้องทดลอง ผู้ต้องการพื้นที่และเวลาในการทดลองอย่างอิสระ เมื่อกระบวนการนั้นถูกหยุดด้วยทัวร์หรือกิจกรรมอื่นๆ เขาจะกลับมาพร้อมความรู้สึกว่าไอเดียเก่าทั้งหมดต้องเริ่มต้นใหม่
Allen เปิดเผยว่ามีไฟล์เดโมรวมกันยาวถึง 10 ชั่วโมง ทั้งที่อัลบั้มหนึ่งชุดต้องการเพียงราว 50 กว่านาทีเท่านั้น การคัดเลือกจึงกลายเป็นภารกิจยักษ์ที่ต้องใช้เวลาอย่างมหาศาล แต่เขายืนยันว่าเนื้อหาที่กำลังค่อยๆ ถูกหลอมรวมอยู่ตอนนี้มีพลังมากพอที่จะกลายเป็นบทใหม่ที่คู่ควรกับมรดกของวง
แม้แฟนเพลงจำนวนมากจะรอคอยการกลับมาของ Symphony X ด้วยความอดทนที่ยาวนาน Allen ยืนยันอย่างชัดเจนว่าวงไม่คิดจะขอโทษต่อการใช้เวลานานเช่นนี้ เพราะสำหรับพวกเขา สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ความเร็วของการปล่อยอัลบั้ม แต่คือคุณภาพของเสียงดนตรีที่พวกเขาจะทิ้งไว้เป็นมรดก
“ท้ายที่สุดแล้ว เราคือคนที่ต้องอยู่กับผลงานนั้นไปตลอดชีวิต” เขากล่าว “ดังนั้นมันต้องเป็นสิ่งที่เราภูมิใจจริงๆ”
ในขณะนี้ Symphony X กำลังเตรียมตัวออกทัวร์ครบรอบ 30 ปีในละตินอเมริกา ซึ่งจะเริ่มต้นในอีกไม่นาน หลังจากนั้น วงตั้งใจจะกลับเข้าสู่ห้องอัดเพื่อรวบรวมทุกชิ้นส่วนแห่งมหากาพย์ที่กำลังสร้างขึ้น หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน Michael Romeo หวังว่าอัลบั้มใหม่จะถูกบันทึกเสียงเสร็จสิ้นก่อนสิ้นปี 2026
นั่นหมายความว่าหลังจากความเงียบงันที่ยาวนานเกือบ 1 ทศวรรษ ประตูเหล็กของห้องทดลองอันมืดมิดกำลังจะเปิดออกอีกครั้ง และเมื่อวันนั้นมาถึง เสียงดนตรีของ Symphony X อาจกลับมาดังกึกก้องเหมือนกองทัพที่เคยเดินผ่านสมรภูมิแห่ง Progressive Metal อย่างสง่างาม
บางที ภูเขาแห่งไอเดียที่กำลังถูกคัดกรองอยู่ตอนนี้ อาจเป็นวัตถุดิบแห่งบทใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขา
และเมื่อเสียงกีตาร์แรกถูกบันทึกลงเทป มันอาจเป็นสัญญาณว่าเงามืดของ Underworld กำลังจะถูกแทนที่ด้วยอาณาจักรบทใหม่แห่ง Symphony X
#SymphonyX #MichaelRomeo #RussellAllen #ProgressiveMetal #PowerMetal #MetalNews #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น