เมื่อความตายเอ่ยนามพวกเขาอีกครั้ง! Funebrarum กับพิธีกรรมบทใหม่ที่หลอมรวมเงามืด
ณ โลกแห่งซาวด์ที่บางสายพันธุ์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิง แต่ถูกปลุกขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับความตาย นามแห่ง Funebrarum คือหนึ่งในพิธีกรรมที่ยังคงลุกไหม้ใต้เถ้าถ่านแห่งยุคสมัย ซาวด์ของพวกเขาไม่เคยสดใส ไม่เคยโอบอ้อม หากแต่เป็นดั่งลมหายใจสุดท้ายของผู้ที่ถูกฝังทั้งเป็นในสุสานแห่งเสียงกีตาร์ที่บดขยี้ทุกสิ่งให้ผุพัง
การกลับมาครั้งนี้คือการเปิดผนึกประตูเหล็กึกล้าที่ถูกล็อกไว้นานนับ 7 ปี กับผลงานลำดับที่ 3 อัลบั้ม Beckoning the Void of Eternal Silence ถูกประกาศอย่างเป็นทางการราวกับเสียงสวดในพิธีศพที่ไม่มีผู้ร่วมไว้อาลัย มีกำหนดปล่อยในวันที่ 29 พฤษภาคม ภายใต้สังกัด Pulverised Records และมันไม่ได้มาอย่างเงียบงัน แต่มาพร้อมแรงกดดันมหาศาลที่กดทับอยู่ใต้ผืนดินแห่งความคาดหวัง
นี่คือการกลับมาของวงที่ถือกำเนิดตั้งแต่ปี 1999 ผ่านยุคสมัยที่เดธเมทัลถูกกลืนกินและเกิดใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกเขาเคยทิ้งร่องรอยไว้ใน Beneath the Columns of Abandoned Gods และ The Sleep of Morbid Dreams ราวกับซากศพที่ยังไม่เน่าเปื่อย ก่อนจะหายไปในหมอกควันแห่งกาลเวลา แล้วกลับมาอีกครั้งในปี 2015 ด้วย EP Exhumation of the Ancient เหมือนการขุดศพขึ้นมาทำพิธีซ้ำอีกครั้ง
แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2026 นี้ มันไม่ใช่แค่การกลับมา หากคือการประกาศสงครามกับความเงียบงันแห่งความตาย
Beckoning the Void of Eternal Silence ถูกบันทึกเสียงข้ามรัฐ ระหว่าง Portland, Oregon และ Edison, New Jersey ภายใต้การควบคุมของวิศวกรแห่งซาวด์ Steven Di Acutis ที่ช่วยถ่ายทอดซาวด์อันอับชื้น หนักหน่วง และกดทับราวกับกำแพงหินในสุสานใต้ดิน ทุกโน้ตเหมือนถูกจารึกลงบนโลงศพ เสียงกลองกระแทกเหมือนพลั่วที่ขุดลึกลงไปในดิน และเสียงกีตาร์ที่ลากยาวเหมือนเสียงคร่ำครวญแห่งวิญญาณที่ยังหาทางออกไม่เจอ
วงได้กล่าวถึงอัลบั้มนี้ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างจากนักบวชในพิธีลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาภูมิใจในผลงานชิ้นนี้ และตั้งตารอที่จะนำมันไปทำลายเวทีทั่วโลก คำพูดนั้นไม่ใช่คำโฆษณา แต่มันฟังดูเหมือนคำสาบานแห่งกองทัพที่กำลังจะเดินทัพเข้าสู่สมรภูมิแห่งซาวด์
ซิงเกิลแรก “Anhela Odor Mortuorum (The Adepts)” ถูกปล่อยออกมาราวกับควันดำที่ลอยขึ้นจากหลุมศพ เพลงนี้ไม่ได้ถูกเขียนในห้องซ้อมที่ปลอดภัย หากแต่ถูกหล่อหลอมขึ้นระหว่างทัวร์ใน Mexico ในดินแดนที่ความเชื่อและความตายเดินเคียงข้างกันมาแต่โบราณ โดยฝีมือของมือเบส Winslow มันเล่าเรื่องของลัทธิที่ดำดิ่งลงสู่ความลึกลับอันมืดมิด เสมือนการเดินทางที่ไม่มีวันหวนกลับ
ซาวด์ของเพลงนี้ไม่ได้พยายามเอาใจใคร มันขรุขระ ดิบ และเย็นเฉียบเหมือนเหล็กกล้าที่ถูกฝังในหลุมฝังศพนานหลายปี และเมื่อมันถูกเล่นสด มันจะเป็นดั่งพิธีกรรมที่ผู้ชมทุกคนกลายเป็นพยานแห่งความเสื่อมสลาย
Funebrarum ไม่ได้พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับยุคสมัย พวกเขายังคงยืนอยู่ในรากแห่งเดธเมทัลยุคปลาย ’80s และต้น ’90s อย่างมั่นคง ซาวด์ของพวกเขายังคงอบอวลด้วยกลิ่นอายแห่ง doom และความอับชื้นของถ้ำใต้ดิน เหมือนการปฏิเสธแสงสว่างของโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
และในโลกแห่งซาวด์ที่ทุกอย่างถูกเร่งให้เร็วขึ้น ถูกทำให้สะอาดขึ้น และถูกปรับให้เข้าถึงง่าย การกลับมาของ Funebrarum กลับเป็นการฉีกทุกกฎทิ้ง แล้วพาผู้ฟังดำดิ่งลงสู่ความมืดที่ไม่มีใครอยากเผชิญ
นี่ไม่ใช่แค่การออกอัลบั้ม แต่มันคือการเปิดประตูสู่ความว่างเปล่าที่ไม่มีที่สิ้นสุด
และเมื่อเสียงสุดท้ายดับลง คุณอาจจะไม่แน่ใจอีกต่อไปว่า สิ่งที่คุณได้ยินนั้นคือดนตรี หรือคือเสียงแห่งความตายที่กำลังเรียกหาคุณ
#Funebrarum #DeathMetal #BeckoningTheVoidOfEternalSilence #PulverisedRecords #UndergroundMetal #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น