จาก Eonian สู่บทใหม่แห่งความมืด กับเส้นทางอันยาวนานแห่ง Dimmu Borgir
ค่ำคืนหนึ่งในโลกที่ดูเหมือนหยุดหายใจ วงการ Black Metal เงียบงันราวสนามรบที่เพิ่งผ่านการสู้รบครั้งใหญ่ เถ้าถ่านยังลอยอยู่ในอากาศ เสียงกรีดร้องที่เคยดังกึกก้องกลับเหลือเพียงความว่างเปล่า และนามแห่ง Dimmu Borgir ก็กลายเป็นเสมือนเงาร่างขนาดมหึมาที่หายไปหลังม่านหมอก นับตั้งแต่อัลบั้ม Eonian ในปี 2018 ผ่านไป โลกหมุนไปหลายรอบ ผู้คนเปลี่ยนผ่าน ยุคสมัยแปรผัน แต่ในความมืดลึกแห่งสตูดิโอ เสียงบางอย่างยังคงถูกหล่อหลอมอย่างช้าๆ ราวพิธีกรรมที่ต้องใช้เวลาเท่ากับอายุแห่งสงคราม
หลายคนเชื่อว่าความเงียบงันของวงคือสัญญาณของการเสื่อมสลาย แต่ในความเป็นจริง มันคือช่วงเวลาที่ไฟกำลังถูกก่อขึ้นใหม่ภายใต้เถ้าถ่าน มือกีตาร์ Silenoz เคยยอมรับว่าหลังจาก Eonian พวกเขาเคยพูดว่าจะไม่ปล่อยให้เวลายาวนานเหมือนครั้งก่อน ทว่าความจริงไม่เคยง่ายเช่นนั้น การสร้างบทเพลงของวงไม่ใช่กระบวนการที่เดินตามสูตร มันเหมือนการหล่อโลหะในเตาไฟ ต้องรอให้ร้อนถึงจุดที่ถูกต้อง ต้องรอให้รูปทรงปรากฏเอง และต้องยอมให้เวลาเป็นผู้ตัดสินว่ามันจะออกมาเป็นอาวุธหรือเศษเหล็ก
การบันทึกเสียงครั้งใหม่นี้ถูกดูแลโดย Fredrik Nordström ชายผู้เคยผ่านสนามรบแห่งซาวด์เมทัลมานับไม่ถ้วน เขาเคยพูดว่าการทำอัลบั้มครั้งนี้ทั้งสนุกและท้าทาย เสมือนเดินผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยกับดัก แต่ทุกก้าวก็ทำให้เห็นภาพของงานที่กำลังจะเกิดขึ้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อการบันทึก การมิกซ์ และการมาสเตอร์เสร็จสิ้น ความรู้สึกเหมือนทหารที่รอดจากศึกอันยาวนานก็ปรากฏขึ้นในห้องควบคุมเสียง เหนื่อยล้า แต่ภาคภูมิ
สิ่งหนึ่งที่ทำให้เส้นทางแห่ง Dimmu Borgir แตกต่างจากวงอื่น คือพวกเขาไม่เคยยอมให้แรงกดดันจากภายนอกบังคับทิศทางของดนตรี ค่าย Nuclear Blast ไม่เคยเร่ง ไม่เคยสั่ง และไม่เคยบังคับให้รีบส่งงาน เพราะพวกเขารู้ดีว่าความมืดที่แท้จริงไม่สามารถสร้างด้วยความรีบร้อน มันต้องค่อยๆ ก่อตัว เสมือนเมฆพายุที่รวมตัวอยู่เหนือขอบฟ้า ก่อนจะตกลงมาพร้อมสายฟ้าในวันที่ไม่มีใครคาดคิด
ช่วงเวลาที่ผ่านไปไม่ใช่เพียงเรื่องของการทำเพลง โลกภายนอกเองก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ค่าใช้จ่ายในการทัวร์พุ่งสูงขึ้น เส้นทางที่เคยง่ายกลายเป็นอุปสรรค วงที่เคยเดินทางข้ามมหาสมุทรได้อย่างอิสระ ต้องคิดคำนวณทุกก้าวเหมือนแม่ทัพที่ต้องเลือกว่าจะส่งกองทัพไปตายหรือไม่ แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังยืนยันว่าการกลับมาบนเวทีครั้งใหญ่จะเกิดขึ้น และมันจะเป็นการกลับมาที่สมศักดิ์ศรีแห่งนามที่เคยยืนอยู่บนยอดพีระมิดแห่ง Black Metal
ข่าวลือเกี่ยวกับเพลงใหม่เริ่มปรากฏเหมือนเสียงกระซิบในอุโมงค์มืด ภาพปริศนาถูกปล่อยออกมาเพียงเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอให้แฟนเพลงทั่วโลกเริ่มรู้สึกว่าบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น เสียงออร์เคสตราที่เคยดังกึกก้องในอดีตกำลังถูกเรียกกลับมาอีกครั้ง และหากทุกอย่างเป็นจริง นี่อาจไม่ใช่แค่การออกอัลบั้มใหม่ แต่มันคือการเปิดบทใหม่แห่งจักรวรรดิที่ไม่เคยล่มสลาย เพียงแต่รอเวลาจะลุกขึ้นอีกครั้ง
ท่ามกลางประวัติศาสตรแห่งเมทัล มีวงจำนวนมากที่มาแล้วก็หายไป บางวงถูกลืมเหมือนชื่อที่ถูกขีดทิ้งจากรายชื่อทหาร แต่บางชื่อกลับยังคงอยู่แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด Dimmu Borgir คือหนึ่งในนั้น ชื่อที่ไม่ใช่แค่ชื่อวง แต่เป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งยุคสมัย เป็นเงาที่ทอดยาวอยู่เหนือประวัติศาสตร์แห่ง Black Metal และเมื่อเงานั้นเริ่มขยับอีกครั้ง เสียงของมันย่อมไม่ใช่เสียงธรรมดา แต่มันคือเสียงแห่งพายุที่กำลังจะมาถึง
#DimmuBorgir #BlackMetal #NuclearBlast #Eonian #ExtremeMetal #MetalNews #TerritoryMag


.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น