4 ทศวรรษแห่งเงามืด VENOM กลับมาสะบัดคมดาบ Black Metal ใน Into Oblivion


ณ ค่ำคืนอันเงียบงันเหนือเมือง Newcastle มักถูกปกคลุมด้วยหมอกเย็นและแสงไฟสีส้มที่สั่นไหวราวกับเปลวเพลิงใต้พิภพ เมืองท่าทางเหนือแห่งอังกฤษแห่งนี้คือดินแดนที่เคยให้กำเนิดซาวด์แห่งคำรามซึ่งจะสั่นสะเทือนไปทั่วโลกแห่งเมทัล เมื่อปี 1979 ชายหนุ่ม 3 คนรวมตัวกันภายใต้นาม Venom และเริ่มปลุกปีศาจที่หลับใหลในซอกมุมแห่งซาวด์หนักกะโหลก เสียงกีตาร์ดิบกร้าว เบสที่เหมือนค้อนเหล็ก และจังหวะกลองที่กระแทกเหมือนเสียงเดินทัพแห่งกองทัพปีศาจ กลายเป็นประกายไฟแรกที่จุดชนวนสิ่งซึ่งโลกจะรู้จักในภายหลังในนามแห่ง Black Metal

กว่า 4 ทศวรรษผ่านไป เปลวไฟนั้นยังไม่มอดดับ ตรงกันข้าม มันยังคงลุกไหม้อยู่ในเงามืดแห่งเวทีใต้ดิน และในปี 2026 เงาร่างแห่งตำนานก็กลับมาปรากฏอีกครั้ง เมื่อ Venom ประกาศอัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 16 ของพวกเขาในนาม “Into Oblivion” ซึ่งมีกำหนดปลดปล่อยออกสู่โลกในวันที่ 1 พฤษภาคม ผ่านค่าย BMG และ Noise Records อัลบั้มนี้ถือเป็นผลงานใหม่ของวงนับตั้งแต่ Storm The Gates เมื่อปี 2018 และยังคงนำโดยแกนกลางแห่งยุคปัจจุบัน ได้แก่ Cronos (Conrad Lant) ในตำแหน่งเบสและนักร้องนำ, Rage (Stuart Dixon) มือกีตาร์ และ Danté (Danny Needham) มือกลอง

หากย้อนกลับไปยังต้นกำเนิด Venom พวกเขาเปลี่ยนภูมิทัศน์แห่งเมทัลไปตลอดกาลด้วยอัลบั้ม Black Metal ในปี 1982 ที่กลายเป็นชื่อของแนวดนตรีที่จะแพร่พันธุ์ออกไปในยุโรปเหนือ สแกนดิเนเวีย และทั่วโลก วงอย่าง Metallica, Celtic Frost, Mayhem หรือ Behemoth ต่างเคยยอมรับว่าพลังดิบแห่ง Venom คือหนึ่งในเชื้อไฟสำคัญที่ทำให้เมทัลสายสุดขั้วถือกำเนิด

ใน “Into Oblivion” Venom กลับมาพร้อมบทเพลงทั้งหมด 13 บท ราวกับ 13 พิธีกรรมที่ถูกจารึกไว้ในคัมภีร์แห่งปีศาจ ซาวด์ของอัลบั้มยังคงรักษาความดิบแบบยุค 80 แต่แทรกด้วยความทันสมัยและโครงสร้างเพลงที่ซับซ้อนขึ้น กีตาร์ยังคงฟาดฟันด้วยริฟฟ์ที่หนักหน่วงและชั่วร้าย ทว่าการเรียบเรียงมีมิติที่กว้างกว่าเดิม ดั่งสนามรบที่เปิดกว้างให้กองทัพปีศาจได้เดินทัพอย่างเต็มกำลัง

เส้นทางของอัลบั้มนี้ไม่ได้ราบรื่นนัก การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ความล่าช้าในกระบวนการบันทึกเสียง และความตั้งใจของวงที่จะทำให้ผลงานออกมาสมบูรณ์ที่สุด ล้วนทำให้การสร้าง “Into Oblivion” ยืดเยื้อยาวนานหลายปี Cronos อธิบายว่า หากต้องการสร้างอัลบั้มที่ทรงพลังจริงๆ ศิลปินย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทนด้วยเลือด เหงื่อ และน้ำตา

สำหรับมือกีตาร์ Rage ผลงานชุดใหม่นี้คือหนึ่งในช่วงเวลาที่น่าภูมิใจที่สุดของวง เขาเล่าว่าเสียงของอัลบั้มก้าวไปอีกขั้น เพลงแต่ละเพลงมีบุคลิกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ยังเชื่อมโยงกันเป็นโครงสร้างเดียว เหมือนบทสวดหลายบทที่รวมกันเป็นพิธีกรรมเดียว

ซิงเกิลแรกของอัลบั้ม “Lay Down Your Soul” ทำหน้าที่เหมือนเสียงแตรสงครามที่เรียกเหล่าสาวกให้กลับมารวมตัวอีกครั้ง เพลงนี้มีพลังและท่วงท่าที่จงใจพาให้ย้อนนึกถึงยุคแรกแห่ง Venom โดยเฉพาะจิตวิญญาณเดียวกับเพลง “Black Metal” ในอดีต จังหวะร้องประสานที่กว้างใหญ่ทำให้เพลงนี้เหมือนถูกออกแบบมาเพื่อเวทีเทศกาลเมทัล ที่ผู้คนนับหมื่นจะตะโกนคำร้องพร้อมกันใต้ท้องฟ้ายามราตรี

หนึ่งในความแข็งแกร่งของ Venom ยุคปัจจุบันคือความสัมพันธ์ของสมาชิกทั้ง 3 คน ไลน์อัพ Cronos–Rage–Danté อยู่ด้วยกันมาแล้วถึง 17 ปี ซึ่งยาวนานกว่ายุคใดๆ ก่อนหน้านี้ของวง ความเป็นมิตรและความเคารพซึ่งกันและกันคือสิ่งที่ทำให้เครื่องจักรแห่งสงครามนี้ยังคงเดินหน้าต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวแห่ง Venom ไม่ได้มีเพียงดนตรีเท่านั้น ชื่อของวงยังคงถูกแบ่งออกเป็นหลายร่างในโลกแห่งการแสดงสด ทั้งเวอร์ชันที่นำโดย Cronos เอง เวอร์ชัน Venom Inc. ที่นำโดย Tony “Demolition Man” Dolan และการรวมตัวของอดีตสมาชิกยุคคลาสสิกอย่าง Mantas และ Abaddon ซึ่งกำลังเตรียมฉลองครบรอบ 45 ปีของอัลบั้ม Welcome To Hell ในปี 2026

ความขัดแย้งทางกฎหมายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์โลโก้และงานศิลป์ของ Venom ยังเคยนำไปสู่การฟ้องร้องกันในปี 2024 ระหว่าง Cronos และ Abaddon ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้ตำนานจะยิ่งใหญ่เพียงใด เงาแห่งความขัดแย้งก็ยังคงหลอกหลอนอยู่ในเบื้องหลัง

แต่เหนือกว่าข้อพิพาททั้งหมด สิ่งหนึ่งยังคงชัดเจนเสมอ Venom คือหนึ่งในเสาหลักแห่งเมทัล และทุกครั้งที่พวกเขาปล่อยผลงานใหม่ โลกแห่งเมทัลก็เหมือนถูกปลุกให้ตื่นจากหลุมศพอีกครั้ง

“Into Oblivion” จะเป็นเสมือนพิธีกรรมที่เรียกวิญญาณแห่งยุคสมัยกลับคืนมา เป็นการยืนยันว่าผู้จุดประกายแห่ง Black Metal เมื่อ 40 กว่าปีก่อน ยังมีเปลวไฟแห่งความมืดเหลืออยู่ในอก และพร้อมจะปล่อยมันออกมาอีกครั้ง

เมื่อริฟฟ์แรกดังขึ้น ประตูนรกก็เปิดออกทันที และนามแห่ง Venom ก็ยังคงถูกจารึกไว้ในสงครามแห่งซาวด์อย่างไม่มีวันลบเลือน

#Venom #IntoOblivion #BlackMetal #ExtremeMetal #MetalLegends #TerritoryMag



ความคิดเห็น