100 คำสาปแห่ง Black Metal
Paysage d’Hiver – Paysage d’Hiver (1999)
ท่ามกลางประวัติศาสตร์แห่ง Black Metal มีบางผลงานที่เป็นดั่งภูมิประเทศที่ผู้ฟังต้องเดินฝ่าพายุเข้าไปด้วยตนเอง และหนึ่งในนั้นคือเดโมปี 1999 ของวงจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ชื่อ Paysage d’Hiver ผลงานที่ถูกบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ตเพียง 200 ม้วน ภายใต้สังกัด Kunsthall Produktionen ราวกับเอกสารลับจากโลกอีกใบ โลกที่ไม่มีฤดูใบไม้ผลิ ไม่มีฤดูร้อน มีเพียงหิมะที่ตกไม่หยุด และลมหายใจที่กลายเป็นน้ำแข็งทันทีที่หลุดออกจากปาก
เบื้องหลังงานชิ้นนี้คือบุรุษเพียงคนเดียว Wintherr ศิลปินลึกลับผู้รับหน้าที่ทุกตำแหน่งในผลงาน ตั้งแต่กีตาร์ กลอง ซินธ์ ไปจนถึงเสียงกรีดร้องที่คล้ายวิญญาณติดค้างอยู่ในพายุหิมะ เสียงเหล่านั้นเสมือนเสียงของใครบางคนที่หลงทางในป่าหิมะมานานเกินไป จนเริ่มพูดกับเงาของตัวเอง
เดโม Paysage d’Hiver มีความยาวกว่า 54 นาที แต่ประกอบด้วยเพียง 3 บทเพลง “Welt aus Eis”, “Gefrorener Atem” และ “Der Weg” ชื่อเพลงทั้ง 3 เหมือนคำจารึกจากภาษาแห่งฤดูหนาว โลกแห่งน้ำแข็ง ลมหายใจที่แข็งตัว และเส้นทาง ซึ่งไม่ใช่เส้นทางสู่แสงสว่าง แต่เป็นทางเดินลึกเข้าไปในความหนาวที่ไม่มีวันจบ
บทแรก “Welt aus Eis” เริ่มต้นด้วยเสียงฮัมต่ำลึกเหมือนลมพัดผ่านภูเขาน้ำแข็ง ก่อนที่เสียงกีตาร์จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นพร้อมการ tremolo picking ที่คมเสมือนเกล็ดน้ำแข็งแตก เสียงกรีดร้องของ Wintherr ไม่ได้อยู่ด้านหน้าเหมือนวง Black Metal ทั่วไป แต่มันเหมือนลอยอยู่ในหมอกหิมะ บางครั้งใกล้ บางครั้งห่าง เหมือนใครบางคนกำลังร้องขอความช่วยเหลือจากอีกฝั่งของพายุ
ในเพลงเดียวกันนี้ ยังมีองค์ประกอบที่ไม่ธรรมดา คือไวโอลินที่ลอยอยู่เหนือกำแพงกีตาร์ดั่งแสงสีขาวบนท้องฟ้าเหนือภูเขาแอลป์ ซินธ์คีย์บอร์ดถูกใช้เป็นพื้นหมอกแห่งซาวด์ เมื่อกีตาร์ไฟฟ้าค่อยๆ เลือนหาย เสียงเมโลดี้เดียวกันกลับถูกส่งต่อโดยกีตาร์อะคูสติกอย่างแนบเนียน เหมือนเปลวไฟเล็กๆ ที่ถูกส่งต่อจากมือหนึ่งสู่อีกมือหนึ่งท่ามกลางความมืดแห่งพายุ
หลังจากนั้น “Gefrorener Atem” และ “Der Weg” ทำหน้าที่เหมือนการเดินทางต่อไปในดินแดนสีขาวที่ไร้จุดหมาย กีตาร์ชั้นแล้วชั้นเล่า ซินธ์แอมเบียนต์ที่ลอยอยู่ฉากหลัง และจังหวะ blast beat ที่ไม่หยุดพัก สร้างภาพแห่งพายุหิมะที่กำลังหมุนตัวอย่างบ้าคลั่ง
ซาวด์ของอัลบั้มนี้เป็น lo-fi อย่างจงใจ แต่ไม่ใช่ความหยาบแบบไร้ทิศทาง ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างแม่นยำจนเสียงกีตาร์กับเสียงลมแทบแยกไม่ออก เสียง static ที่ปกคลุมซาวด์ทั้งหมดเหมือนหิมะที่ตกไม่หยุด ทำให้เส้นแบ่งระหว่างซาวด์กับธรรมชาติค่อยๆ เลือนหาย
ช่วงท้ายของ “Der Weg” กีตาร์เริ่มเล่นริฟฟ์ที่ซ้ำซากเหมือนการก้าวเดินที่เริ่มหมดแรง ซินธ์แอมเบียนต์ถูกวางไว้ด้านบนเหมือนหมอกหนาทึบ และไวโอลินบางช่วงก็ปรากฏขึ้นเหมือนเสียงสะท้อนแห่งภูเขา การเรียงเสียงทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหิมะที่ไม่มีที่สิ้นสุด
สิ่งที่ทำให้เดโมชุดนี้กลายเป็นตำนาน คือบรรยากาศที่สร้างขึ้น ความรู้สึกของการหลงทางในโลกสีขาวที่ไร้พรมแดน ความโดดเดี่ยวที่กัดกินจิตใจ และความหนาวที่ค่อยๆ แทรกเข้าไปในกระดูก
แม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 2 ทศวรรษ ผลงานนี้ยังคงถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในจุดสูงสุดแห่ง atmospheric black metal และเป็นผลงานที่นิยามตัวตนของ Paysage d’Hiver ได้ชัดที่สุด ภาพชายสวมผ้าคลุมยืนอยู่บนเนินหิมะที่ปรากฏบนปกอัลบั้ม กลายเป็นสัญลักษณ์ของวงไปโดยปริยาย ภาพของผู้เดินทางในโลกที่ไม่มีฤดูกาลอื่นนอกจากฤดูหนาว
ในท้ายที่สุด Paysage d’Hiver ปี 1999 ที่เป็นดั่งพายุหิมะที่ถูกบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ต เป็นดินแดนที่ผู้ฟังต้องก้าวเข้าไปเอง และเมื่อเข้าไปแล้ว ก็แทบไม่มีทางเดินกลับออกมา
เพราะในโลกของ Wintherr ฤดูหนาวไม่เคยจบลง และเสียงกรีดร้องในพายุ ยังคงดังอยู่เสมอ
#PaysagedHiver #BlackMetal #AtmosphericBlackMetal #Wintherr #SwissBlackMetal #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น