100 คำสาปแห่ง Black Metal


Grand Belial’s Key – Mocking the Philanthropist (1997)

ท่ามกลางหน้าประวัติศาสตร์แห่ง Black Metal นั้น ไม่ได้มีเพียงเสียงกรีดร้องจากป่าสนแห่งสแกนดิเนเวียเท่านั้นที่จารึกไว้ด้วยเลือดและเขม่าควัน หากแต่ในอีกซีกโลกหนึ่ง บนแผ่นดินอเมริกาเหนือ ก็มีเปลวไฟอีกกองหนึ่งลุกไหม้อย่างเงียบงัน ร้อนแรง และเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่ขมขื่นยิ่งกว่าเสียงระฆังโบสถ์ที่ถูกทุบจนแตกละเอียด หนึ่งในคัมภีร์ต้องสาปที่ถือกำเนิดขึ้นจากเปลวไฟนั้นคือ Mocking the Philanthropist ปี 1997 ผลงานเต็มชุดแรกของ Grand Belial’s Key วงที่กลายเป็นทั้งตำนานและเงามืดในเวลาเดียวกันของฉาก USBM (United States Black Metal) อัลบั้มนี้คือพิธีกรรม คือคำสาป และคือเสียงหัวเราะเยาะเย้ยต่อศรัทธาที่ถูกทำลายจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน

ปี 1997 คือช่วงเวลาที่ Black Metal ในยุโรปกำลังค่อยๆ เปลี่ยนผ่านจากยุคแห่งความป่าเถื่อนสู่ยุคของการผลิตที่เป็นระบบมากขึ้น แต่ในอเมริกา วงอย่าง Grand Belial’s Key กลับเดินสวนทาง พวกเขาเลือกที่จะสร้างเสียงดนตรีที่หยาบกระด้าง เย็นชา และเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งพิธีกรรมต้องห้าม อัลบั้ม Mocking the Philanthropist ถูกบันทึกเสียงในเดือนธันวาคม 1996 ที่ Crucifier Studio ในรัฐ Pennsylvania ราวกับตั้งใจให้มันถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเข้าสู่ความมืดแห่งฤดูหนาว และเมื่อมันถูกปล่อยออกมาในรูปแบบไวนิล 2 แผ่นจำนวนจำกัดเพียง 1,000 ชุดผ่าน Wood-Nymph Records มันก็กลายเป็นเหมือนวัตถุต้องห้ามที่ถูกส่งต่อกันในหมู่ผู้ศรัทธาในเสียงแห่งความมืด

สิ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้แตกต่างจาก Black Metal สายดิบทั่วไป คือโครงสร้างดนตรีที่เต็มไปด้วยริฟฟ์แบบ Traditional Heavy Metal ผสมกับความโหดเหี้ยมแห่ง Black Metal อย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎเกณฑ์ กีตาร์ของ Gelal Necrosodomy ไม่ได้เพียงสร้างกำแพงแห่งซาวด์ที่หยาบกร้าน แต่ยังเต็มไปด้วยท่อนริฟฟ์ที่วิ่งกระหน่ำเหมือนม้าศึกในสนามรบ มีจังหวะ galloping ที่ชวนให้นึกถึงวงอย่าง Running Wild หรือ Mercyful Fate แต่ถูกบิดเบือนให้กลายเป็นบางสิ่งที่มืดมนและไม่บริสุทธิ์ยิ่งกว่า เสียงกลองและเสียงร้องของ The Black Lourde of Crucifixion ก็ยิ่งเพิ่มบรรยากาศแห่งพิธีกรรมเข้าไปอีก เสียงร้องไม่ได้เป็นเพียงการกรีดร้องแบบ Black Metal ทั่วไป แต่เป็นเสียงคำรามต่ำ เสียงหัวเราะ เสียงสวด และเสียงท่องมนต์ที่ฟังเหมือนกำลังทำพิธีในสถานที่ที่ไม่ควรมีมนุษย์อยู่

ตลอดความยาวกว่า 60 นาทีของอัลบั้มนี้ ผู้ฟังจะถูกพาเดินผ่านบทเพลงที่เหมือนบทสวดกลับหัว เพลงอย่าง Foul Parody of the Lord’s Supper หรือ Castrate the Redeemer ไม่ได้เพียงใช้ชื่อเพื่อสร้างความตกใจ แต่คือการประกาศสงครามต่อศรัทธาโดยตรง ในขณะที่เพลงอย่าง Sumerian Fairytale หรือ The Slums of Jerusalem สร้างภาพของโลกที่ศาสนาและตำนานโบราณถูกผสมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นฝันร้ายที่ไม่มีทางแยกออกจากความจริงได้ แม้กระทั่งเพลงบรรเลงอย่าง At the Blessed Grotto หรือ The Centaur ก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนช่วงเวลาสงบก่อนที่พิธีกรรมบางอย่างจะเริ่มต้น

เนื้อหาของอัลบั้มนี้เองก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้มันถูกพูดถึงในฐานะงานที่อันตรายในประวัติศาสตร์แห่ง Black Metal เพราะมันเต็มไปด้วยการลบหลู่ศาสนา การใช้สัญลักษณ์จากคัมภีร์ต้องห้าม และถ้อยคำที่ยั่วยุอย่างจงใจ บางท่อนนำเนื้อหาจาก The Satanic Bible ของ Anton LaVey มาใช้โดยตรง ทำให้บรรยากาศของอัลบั้มเหมือนหนังสือพิธีกรรมที่ถูกแปลงเป็นเสียงดนตรี ในขณะเดียวกัน ความสุดโต่งของเนื้อหาก็กลายเป็นสิ่งที่ทำให้วงนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และทำให้นามแห่ง Grand Belial’s Key ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ในฐานะวงที่ทั้งทรงอิทธิพลและเต็มไปด้วยข้อถกเถียง

อย่างไรก็ตาม หากมองเฉพาะในแง่ของดนตรี Mocking the Philanthropist คือหนึ่งในอัลบั้มที่กำหนดทิศทางของ USBM ในยุคแรก มันพิสูจน์ว่า Black Metal ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบนอร์เวย์ และสามารถมีเอกลักษณ์ของตัวเองได้ ริฟฟ์ที่ติดหู การเรียบเรียงที่ซับซ้อน และบรรยากาศที่เหมือนพิธีกรรมโบราณ ทำให้อัลบั้มนี้ยังคงถูกพูดถึงมาจนถึงปัจจุบัน แม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษ และแม้โลกแห่ง Black Metal จะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด เสียงหัวเราะเยาะในอัลบั้มนี้ก็ยังคงดังก้องอยู่เหมือนเดิม

เพราะในท้ายที่สุด Black Metal ไม่เคยเป็นเพียงดนตรี แต่มันคือสงคราม เป็นศรัทธา เป็นการปฏิเสธศรัทธา และบางครั้ง มันก็เป็นเพียงเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นท่ามกลางโบสถ์ที่กำลังลุกไหม้

และในหน้าหนึ่งของพงศาวดารแห่งคำสาปทั้ง 100 หน้า นามแห่ง Grand Belial’s Key อัลบั้ม Mocking the Philanthropist ยังคงถูกเขียนไว้ด้วยหมึกสีดำที่ไม่มีวันจางหาย

#GrandBelialsKey #MockingThePhilanthropist #BlackMetal #USBM #TerritoryMag

ความคิดเห็น