100 คำสาปแห่ง Black Metal
Mayhem – Chimera (2004)
10 ปีหลัง De Mysteriis Dom Sathanas ทิ้งรอยแผลลึกไว้บนผิวหนังแห่ง Black Metal, Mayhem ไม่ได้หวนกลับมาเพื่อขุดศพเดิมขึ้นมาสวดซ้ำ หากแต่เลือกหลอมความมืดเสียใหม่ในเตาไฟที่เย็นกว่า คมกว่า และมีวินัยยิ่งกว่าเดิม Chimera ซึ่งออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2004 ผ่าน Season of Mist จึงไม่ใช่งานประเภทที่พุ่งเข้าหาผู้ฟังด้วยความสกปรกดิบเถื่อนแบบยุคแรก หากเป็นอสูรกายอีกสายพันธุ์หนึ่ง เป็นสัตว์ประหลาดหลายเศียรที่ประกอบขึ้นจากความเร็ว ความชำนาญ ความผิดเพี้ยนแห่งโครงสร้างเพลง และความเกลียดชังที่ถูกควบคุมอย่างแม่นยำจนน่าหวาดผวา มันคือ Mayhem ในวันที่ไม่ต้องพิสูจน์ความเป็นตำนานด้วยซากศพของอดีตอีกแล้ว แต่เลือกพิสูจน์ด้วยคมมีดของปัจจุบัน
สิ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้แตกต่างจากเงาหนักหน่วงแห่ง De Mysteriis Dom Sathanas หรือความทะเยอทะยานแตกแขนงของ Grand Declaration of War คือการหาจุดสมดุลระหว่างความเป็น Black Metal กับความเป็นงานประพันธ์ที่ซับซ้อนได้อย่างน่าสะพรึง Blasphemer เขียนริฟฟ์ราวกับกำลังสลักตราประทับลงบนแผ่นเหล็กเยือกแข็ง เสียงกีตาร์ของเขาไม่ได้กรีดร้องอย่างป่าเถื่อนแบบไร้ทิศทาง แต่บิดเบี้ยว ลื่นไหล และเคลื่อนผ่านจังหวะที่แปลกประหลาดเหมือนเขาวงกตที่เต็มไปด้วยมุมหักศอก ทุกอย่างดูคมกริบเกินกว่าจะเป็นความบังเอิญ หลายช่วงของอัลบั้มมีลักษณะเกือบก้าวเข้าใกล้ Progressive Metal แบบลับๆ ผ่านการเติมห้องจังหวะ การหักบีต และการวางริฟฟ์ที่ทำให้ผู้ฟังเสียหลักกลางทาง แต่แทนที่จะทำให้งานเสียความเป็นปีศาจ รายละเอียดเหล่านี้กลับทำให้ Chimera มีบุคลิกเฉพาะตัว เหมือนเห็นเงาปีศาจเดินผ่านกำแพงหิมะอย่างเงียบงัน ทว่าแม่นยำทุกก้าว
Hellhammer ยังคงเป็นเครื่องจักรแห่งสงครามประจำวง กลองของเขาในอัลบั้มนี้ไม่ใช่เพียงการระดมยิงด้วย blast beat และกระเดื่องคู่ความเร็วสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นแกนเหล็กที่ยึดทุกโครงสร้างอันสลับซับซ้อนของเพลงไว้ด้วยความนิ่งที่น่าหวั่นใจ จังหวะฉาบที่พราวและละเอียดช่วยผลักให้ซาวด์ของ Chimera มีบุคลิกเย็นจัด คล้ายห้องผ่าศพที่สว่างเกินจริงจนความตายยิ่งดูชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกัน Necrobutcher ซึ่งหลายคนอาจมองข้าม ก็กลับมีบทบาทอย่างเด่นชัดกว่าที่คาด เบสในอัลบั้มนี้ไม่ใช่เพียงเงาที่ซ้อนอยู่ใต้กีตาร์ แต่เป็นมวลหนืดสีดำที่คอยเสริมแรงกดดันให้เพลงแน่น หนัก และมีสันคมทางอารมณ์มากขึ้น โดยเฉพาะในบางช่วงที่มันเผยตัวออกมาอย่างชัดเจนจนแทบกลายเป็นกระดูกสันหลังของบรรยากาศทั้งเพลง
อีกหัวใจสำคัญคือเสียงร้องของ Maniac ซึ่งนี่คือสตูดิโออัลบั้มชุดสุดท้ายของเขากับวง เขาไม่ได้ร้องแบบอาละวาดฟูมฟาย หรือเลือกความพิสดารเพื่อแย่งความสนใจ แต่ใช้เสียงที่แห้ง เสื่อม โทรม และคล้ายผ่านการเผาไหม้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ถ่ายทอดความรู้สึกเกลียดชัง มนุษยชาติ ความตาย และความว่างเปล่าออกมาอย่างน่าขนลุก มันไม่ใช่เสียงของปีศาจในตำนาน หากเป็นเสียงของมนุษย์ที่จมลงไปลึกจนเหลือเพียงสัญชาตญาณดิบกับเศษซากแห่งความวิปลาส ประโยคบางช่วงในเนื้อร้องจึงทำงานรุนแรงกว่าที่เห็นบนกระดาษ เพราะเมื่อผ่านปากของ Maniac มันไม่ใช่ถ้อยคำอีกต่อไป แต่กลายเป็นคำพิพากษา
ในเชิงงานแต่ง Chimera มีความตรงไปตรงมากว่า Grand Declaration of War อย่างชัดเจน องค์ประกอบอิเล็กทรอนิกส์ เสียงพูดเชิงทดลอง และความแตกแขนงแบบ avant-garde ถูกลดทอนลง เปิดทางให้ความดุดันและความเข้มข้นของโครงสร้างเพลงเข้ามายืนแถวหน้า แต่ถึงอย่างนั้น อัลบั้มนี้ก็ยังไม่ใช่การถอยกลับไปหาความดิบแบบเดิม มันคือการกลั่น Mayhem ยุคใหม่ให้อยู่ในรูปแบบที่กระชับกว่า โฟกัสกว่า และบาดลึกกว่า เพลงอย่าง “Whore” เปิดอัลบั้มราวกับค้อนสงครามกระแทกเข้ากลางใบหน้า ขณะที่ “Dark Night of the Soul”, “Rape Humanity with Pride”, “My Death” และเพลงไตเติล “Chimera” ต่างเผยให้เห็นความสามารถของวงในการสร้างความอึดอัด กดดัน และคลุ้มคลั่งโดยไม่ต้องพึ่งความเละเทะหรือความพร่ามัวแบบงาน Black Metal ดั้งเดิม
ความน่าสนใจของอัลบั้มนี้จึงอยู่ตรงความย้อนแย้ง มันทั้งเย็นชาและรุนแรง ทั้งเป็นระบบและบิดเบี้ยว ทั้งชัดเจนและชวนหลงทางในเวลาเดียวกัน มีคนรักมันเพราะเห็นว่านี่คือหนึ่งในจุดสูงสุดของ Mayhem ยุค Blasphemer บางคนมองว่ามันยังขาดเสน่ห์ดิบป่าเถื่อนและอารมณ์อันยากควบคุมของอดีต แต่ไม่ว่าใครจะยืนอยู่ฝั่งไหน ปฏิเสธได้ยากว่า Chimera คือผลงานที่มีเอกลักษณ์จัดจ้าน และเป็นหลักฐานว่าหลังตำนานเลือด คดีอื้อฉาว และเงาผีจากยุคต้น Mayhem ยังสามารถสร้างภาษาแห่งความมืดแบบใหม่ขึ้นมาได้อีกครั้ง มันอาจไม่ใช่อัลบั้มที่ทุกคนยกให้ดีที่สุดในนาม Mayhem ทว่าในฐานะสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งแห่ง Black Metal มันยืนอยู่ได้ด้วยขาและเขี้ยวของตัวเองอย่างสง่างาม และนั่นทำให้ Chimera ไม่ใช่เพียงงานลำดับที่ 3 ในรายชื่อสตูดิโออัลบั้มของวง แต่เป็นพงศาวดารอีกบทแห่งการอยู่รอด การกลายพันธุ์ และประกาศว่าอำนาจแห่งความมืดไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดังเสมอไป บางครั้งมันเพียงเดินเข้ามาช้าๆ ด้วยฝีเท้าที่นิ่งพอจะทำให้ทั้งห้องเงียบงัน
#Mayhem #Chimera #BlackMetal #Norway #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น