100 คำสาปแห่ง Black Metal
Enslaved – Frost (1994)
ท่ามกลางประวัติศาสตร์แห่ง Black Metal มีอัลบั้มจำนวนไม่น้อยที่เกิดขึ้นราวกับถูกปล่อยลงมาจากท้องฟ้าอันมืดหม่น แต่มีเพียงไม่กี่ชุดเท่านั้นที่ให้ความรู้สึกเหมือนมันถูกขุดขึ้นจากใต้ชั้นดินเยือกแข็งแห่งโลกเหนือ เสมือนซากอาวุธจากสงครามโบราณที่ยังคงคมกริบแม้เวลาจะกัดกร่อนทุกสิ่งไปแล้ว Enslaved อัลบั้ม Frost คือหนึ่งในนั้น มันคือเอกสารของสงครามแห่งซาวด์ที่บันทึกช่วงเวลาซึ่งจิตวิญญาณ Black Metal กำลังขยายตัวออกจากความดิบเถื่อนแบบสัญชาตญาณ ไปสู่มิติที่ลึก เย็น และมีรากทางอารยธรรมโบราณซ่อนอยู่ในทุกเสียงลมหายใจ
อัลบั้มนี้ออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 1994 ผ่าน Osmose Productions ภายใต้รหัส OPCD 025 ในรูปแบบซีดี และเพียงแค่ชื่อ Frost ก็เหมือนประกาศตั้งแต่ต้นว่าผู้ฟังไม่ได้กำลังจะพบดนตรีเพื่อความบันเทิง หากกำลังก้าวเข้าสู่ภูมิประเทศที่หนาวจัดพอจะทำให้เลือดแข็งตัวไปพร้อมกับความศรัทธาเก่าแก่ที่ฟื้นคืนจากเถ้าถ่าน
หาก Vikingligr veldi คือเสียงกลองแรกของกองทัพหนุ่มที่ยังพุ่งชนโลกด้วยพลังดิบ Frost ก็คือช่วงเวลาที่กองทัพนั้นเริ่มจัดกระบวน เริ่มรู้ว่าการใช้ดาบให้ลึกกว่าการฟันสะเปะสะปะต้องอาศัยทั้งวินัย ความเชื่อ และสายตาที่มองข้ามเส้นขอบฟ้า Enslaved ในยุคนี้ประกอบด้วย Grutle Kjellson ในตำแหน่งร้องนำ เบส และ mouth harp, Ivar Bjørnson รับผิดชอบกีตาร์และ electronics ส่วน Trym Torson ประจำการอยู่หลังชุดกลองและ percussion รายชื่ออาจดูไม่ใหญ่โต แต่สิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นกลับให้ความรู้สึกเหมือนกองทัพเงาจากตำนานนอร์สหลายร้อยชีวิตกำลังเคลื่อนพลผ่านหุบเขาน้ำแข็ง ท่ามกลางหมอกหนาและท้องฟ้าเหล็กกล้า ซาวด์ใน Frost เป็นอุณหภูมิ เป็นกลิ่นดินเปียกเย็น เป็นภาพของฟยอร์ดที่เงียบงันจนคล้ายกำลังเก็บซ่อนศพแห่งเทพเจ้าเอาไว้ใต้ผืนน้ำ
อัลบั้มเปิดฉากด้วยบท instrumental ชื่อเดียวกับงานทั้งชุด “Frost” ที่ทำหน้าที่ราวกับประตูหินขนาดมหึมา เสียงคีย์บอร์ดและบรรยากาศเปิดทางให้ผู้ฟังค่อยๆ สูญเสียความอบอุ่นจากโลกภายนอก ก่อนจะถูกดึงลึกลงไปในความมืดของ “Loke” เพลงที่เหมือนการปล่อยสัตว์ร้ายตัวแรกออกจากกรง จากตรงนั้น Frost ก็ไม่เคยมองย้อนกลับอีกเลย “Fenris” ขึงความตึงเครียดด้วยพลังดุร้ายที่แฝงความติดหูอย่างประหลาด “Svarte vidder” แผ่ลมหนาวอย่างไร้ปรานีราวทุ่งดำไม่มีจุดสิ้นสุด “Yggdrasil” กลับเปลี่ยนภูมิประเทศชั่วคราวให้กลายเป็นพิธีกรรมกลางป่าโบราณ ใช้เสียงร้องสะอาดและ mouth harp ปลุกภาพต้นไม้ให้ยืนเด่นกลางความเงียบงัน ก่อนที่ “Jotunblod”, “Gylfaginning”, “Wotan” และ “Isøders dronning” จะค่อยๆ ทำหน้าที่เสมือนบทต่างๆ ในมหากาพย์ที่ไม่ได้เล่าเรื่องแบบเส้นตรง แต่สร้างโลกขึ้นมาทั้งใบให้ผู้ฟังเดินหลงเข้าไป
เสน่ห์ที่ทำให้ Frost ถูกยกให้เป็นหลักหมุดสำคัญแห่ง Black Metal ไม่ได้อยู่เพียงความดิบหรือความเร็ว แม้มันจะมีทั้งริฟฟ์แบบเลื่อยกระดูก กลองที่ฟาดรัวเหมือนเสียงเกราะแตก และเสียงร้องของ Grutle ที่ทั้งครืดคราด คลุ้มคลั่ง และมีสำเนียงหัวเราะประหลาดราววิญญาณที่ยังไม่ยอมลงหลุม แต่สิ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้แตกต่างคือบรรยากาศ มันเป็นงานที่เข้าใจว่า Black Metal ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยความสมบูรณ์แบบทางเทคนิคเสมอไป เพราะความยิ่งใหญ่ของมันอยู่ที่การสร้างโลกขึ้นมาจากเสียง และ Frost ก็ทำเช่นนั้นอย่างแม่นยำ มันมีความเย็น มีความกว้าง มีความโบราณ และมีความลึกลับแบบที่ไม่เร่งรีบอธิบายตัวเองให้ใครเข้าใจ เสียงคีย์บอร์ดที่ถูกใช้เป็นระยะไม่ได้มีหน้าที่ประดับ หากเป็นหมอก เป็นเงา เป็นลมหายใจแห่งผืนป่า ส่วน percussion และโครงสร้างเพลงที่ยอมให้หลายช่วงยืดยาวออกไปนั้น ก็ช่วยสร้างสภาพคล้ายพิธีกรรมมากกว่าจะเป็นแค่เพลงในความหมายทั่วๆ ไป
นั่นทำให้ Frost กลายเป็นอัลบั้มที่มีความขัดแย้งในตัวเองอย่างงดงาม มันทั้งดุร้ายและอ่อนช้อย ทั้งป่าเถื่อนและช่างคิด ทั้งโหดเหี้ยมและชวนเคลิบเคลิ้ม บางช่วงมันเหมือนพายุหิมะที่กรีดเนื้อจนชา บางช่วงกลับเหมือนแสงไฟจากห้องโถงไม้เก่าในคืนที่โลกภายนอกเงียบงันเพราะหิมะหนาจัด ความไม่สมบูรณ์แบบบางจุดซึ่งอาจถูกมองว่าเป็นรอยพร่องเมื่อฟังแบบแยกเพลงต่อเพลง กลับยิ่งทำให้ตัวอัลบั้มทั้งชุดมีชีวิตมากขึ้น เพราะมันฟังดูเหมือนงานของคนหนุ่มที่กำลังผลักขอบเขตตัวเองออกไปด้วยสัญชาตญาณ ไม่ใช่งานของศิลปินที่มุ่งขัดเงาทุกมุมจนเสียเลือดเนื้อของมันไป ความเยาว์วัย ความหุนหัน และความทะเยอทะยานที่ยังไม่ถูกทำให้เชื่อง กลายเป็นหนึ่งในแรงขับสำคัญที่ทำให้ Frost มีบุคลิกเฉพาะตัวจนยากจะเลียนแบบ
ในเชิงประวัติศาสตร์ อัลบั้มนี้ยังเป็นหลักฐานว่าช่วงกลางทศวรรษ 1990 คือเวลาที่ Black Metal นอร์เวย์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความอื้อฉาวหรือความโหดร้าย แต่เริ่มแตกแขนงเป็นภาษาทางศิลปะที่ลุ่มลึกขึ้น Enslaved ไม่ได้ละทิ้งรากของความรุนแรงและความมืด ตรงกันข้าม พวกเขากลับฝังมันให้ลึกยิ่งกว่าเดิม แล้วปล่อยให้มันงอกขึ้นมาพร้อมกลิ่นอาย Viking metal, โทน epic, ภูมิทัศน์เชิงตำนาน และเค้าเงาของความ progressive ที่ยังไม่เผยร่างเต็มตัว แต่เริ่มส่องประกายอยู่ตามรอยแยกของบทเพลง ด้วยเหตุนี้ Frost จึงไม่ใช่เพียงผลงานที่ยอดเยี่ยมในตัวมันเอง ทว่ายังเป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่าง Enslaved ยุคต้นกับวงดนตรีที่พวกเขาจะกลายเป็นในเวลาต่อมา เป็นเหมือนสะพานน้ำแข็งที่พาดจากความป่าเถื่อนสู่ความทะเยอทะยานทางศิลปะ โดยไม่ยอมให้ไฟในหัวใจเย็นลงแม้แต่น้อย
ความจริงที่น่าสนใจอีกอย่างคือแม้ Frost จะถือกำเนิดในปี 1994 แต่มันไม่เคยถูกฝังไว้กับยุคนั้นเท่านั้น รายชื่อการผลิตซ้ำและออกใหม่ที่ยาวต่อเนื่องตั้งแต่ยุค 1990 จนถึงศตวรรษถัดมา ทั้งซีดี ไวนิล เทปคาสเซ็ต และเวอร์ชันรีอิชชูจากหลายค่าย ล้วนบอกเราตรงๆ ว่างานชิ้นนี้ไม่เคยตาย มันยังถูกเรียกกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนคำสาปที่ผู้คนเต็มใจปลุกให้ตื่นขึ้นใหม่ ตั้งแต่ pressing แรกที่เป็น black disc พร้อม embossed cover ไปจนถึง reissue และ repress ในวาระต่างๆ ตลอดหลาย 10 ปี Frost ยังคงมีแรงดึงดูดประหลาดแบบเดียวกับภูเขาหิมะที่ไม่มีวันละลาย ต่อให้เวลาผ่านไปนานเพียงไร ผู้คนก็ยังต้องย้อนกลับมายืนมองมันด้วยความเงียบงันปนเกรงขาม
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้อยู่เหนือกาลเวลา คือมันไม่ยอมเป็นแค่งานเก่าอันทรงคุณค่าแบบที่เราชื่นชมด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์อย่างเดียว แต่ยังฟังได้อย่างมีพลังในปัจจุบัน ความหนาวของมันไม่เคยจาง ความลึกลับของมันไม่เคยกลายเป็นของประดับในพิพิธภัณฑ์ และตัวตนของมันไม่เคยถูกเจือจางด้วยคลื่นลูกใหม่ของวงการ ตรงกันข้าม หลายคนยังคงใช้ Frost เป็นมาตรวัดผลงานของ Enslaved เองด้วยซ้ำ ไม่ใช่เพราะมันสมบูรณ์แบบที่สุด แต่เพราะมันมีอัตลักษณ์ที่เด่นชัดเหลือเกิน มันมีหน้าตาของตัวเอง มีลมหายใจของตัวเอง และมีอากาศของตัวเอง
Frost จึงไม่ใช่เพียงบทหนึ่งในลำดับที่ 61 ของพงศาวดาร 100 คำสาปแห่ง Black Metal หากคือแผ่นศิลาจารึกแห่งยุคสมัยที่ความมืดยังมีเกียรติ ความหนาวยังมีศักดิ์ศรี และเสียงดนตรียังสามารถทำหน้าที่เป็นทั้งอาวุธ พิธีกรรม และความทรงจำแห่งเผ่าพันธุ์ได้พร้อมกัน มันคืออัลบั้มที่ไม่ได้พยายามประนีประนอมกับโลกภายนอก ไม่ได้ยื่นมือออกมาเชื้อเชิญผู้ฟังอย่างอ่อนโยน แต่ยืนรออยู่ในเงามืด ให้เฉพาะผู้ที่กล้าพอจะเดินฝ่าหิมะเข้าไปสัมผัสสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน และเมื่อเข้าไปถึงแล้ว หลายคนก็พบว่าข้างในนั้นไม่ใช่เพียงความหนาว หากเป็นเปลวไฟสีดำที่เผาไหม้อย่างเงียบงันมาตั้งแต่ปี 1994 และยังไม่ดับลงเลยจนถึงวันนี้
#Enslaved #Frost #BlackMetal #VikingMetal #Norway #OsmoseProductions #MetalArchives #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น