100 คำสาปแห่ง Black Metal


Bathory - The Return…… (1985)

เสียงแห่งสายลมหนาวพัดผ่านสตอกโฮล์มในปี 1985 ราวกับโลกกำลังเตรียมรับบางสิ่งที่ไม่ควรถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากอัลบั้มแรกของ Bathory ได้ปล่อยคำสาปลงสู่โลกใต้ดินเมื่อปีก่อน Quorthon ก็เริ่มมองเห็นว่าสงครามแห่งซาวด์กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกทิศทาง Slayer กำลังเร่งความเร็วแห่งความโหด Kreator และ Sodom กำลังขัดเกลาดาบแห่ง Thrash ให้คมยิ่งกว่า ส่วน Celtic Frost กำลังเปิดประตูสู่ความมืดในรูปแบบที่ไม่มีใครคาดถึง แต่แทนที่จะเดินตามสนามรบเดียวกัน Bathory กลับเลือกจะถอยเข้าสู่เงามืด แล้วกลับออกมาพร้อมบางสิ่งที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าเดิม

The Return…… วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 1985 ผ่านค่าย Black Mark Production และมันไม่ใช่เพียงอัลบั้มที่ 2 ของวง แต่เป็นเสมือนพิธีกรรมครั้งใหม่ที่ตั้งใจทำให้โลกแห่ง Heavy Metal เปลี่ยนไปตลอดกาล นามเต็มของมัน The Return of the Darkness and Evil ไม่ได้ถูกเปิดเผยทันที Quorthon ต้องการให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนกำลังอ่านคำพยากรณ์ที่ยังไม่สมบูรณ์ จนกว่าจะฟังเพลงสุดท้ายจบ แล้วจึงเข้าใจว่าความมืดที่กลับมานั้นคือการประกาศสงครามต่อทุกสิ่งที่เคยมีอยู่ก่อนหน้า

ไลน์อัพในยุคนั้นยังคงเป็นแกนหลักที่นำโดย Quorthon ผู้แบกรับหน้าที่ร้อง กีตาร์ และแต่งเพลงทั้งหมด ร่วมกับ Stefan Larsson มือกลอง และ Andreas Johansson ในตำแหน่งเบส แม้จะเป็นเพียงวงจากสวีเดนที่ยังไม่มีชื่อเสียงในกระแสหลัก แต่ในโลกใต้ดิน Bathory เริ่มกลายเป็นเหมือนเงาแห่งปีศาจที่ทุกคนรู้ว่ามีอยู่ แม้จะยังมองไม่เห็นชัดก็ตาม

อัลบั้มเปิดด้วย Revelation of Doom อินโทรที่เหมือนประตูโบราณถูกเปิดออกช้าๆ ก่อนที่ Total Destruction จะพุ่งเข้ามาเสมือนกองทัพที่ไม่มีใครหยุดได้ เสียงกีตาร์ของ Quorthon ยังหยาบและสกปรก แต่ในความหยาบนั้นกลับมีความตั้งใจที่ชัดเจนกว่าอัลบั้มแรก ทุกอย่างเร็วขึ้น ดุขึ้น และมืดขึ้น เหมือนโลกทั้งใบถูกฉาบด้วยเถ้าถ่านแห่งพิธีกรรมต้องห้าม

Born for Burning คือหนึ่งในเพลงที่เก่าแก่ที่สุดของ Bathory ถูกเขียนขึ้นตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม แต่ในเวอร์ชันนี้มันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นบทสวดของคนที่ยอมมอบวิญญาณให้ไฟเผา ขณะที่ The Wind of Mayhem และ Reap of Evil แสดงให้เห็นว่าความเร็วและความดิบสามารถสร้างบรรยากาศที่น่ากลัวยิ่งกว่าการเล่นให้ซับซ้อนเสียอีก

สิ่งที่ทำให้ The Return…… แตกต่างจากอัลบั้มแรกอย่างชัดเจนคือบรรยากาศ มันเต็มไปด้วยความรู้สึกว่ามีบางสิ่งกำลังจ้องมองอยู่ตลอดเวลา เสียงร้องของ Quorthon ต่ำลง ดิบขึ้น และฟังเหมือนถูกบันทึกไว้ในห้องใต้ดินที่ไม่มีแสงสว่าง เสียงเบสเริ่มชัดเจนขึ้น กลองหนักแน่นขึ้น และการโปรดิวซ์โดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนพิธีกรรมมากกว่าการอัดเพลง

ในช่วงเวลานั้น โลกแห่งเมทัลกำลังแข่งขันกันว่าใครจะโหดกว่า ใครจะเร็วกว่า ใครจะซาตานกว่ากัน แต่ Bathory ไม่ได้พยายามชนะด้วยกฎนั้น พวกเขาเลือกสร้างกฎใหม่ขึ้นมาเอง และกฎนั้นต่อมากลายเป็นรากฐานแห่ง Black Metal ยุค 90 ที่วงจากนอร์เวย์จะนำไปต่อยอดจนกลายเป็นขบวนการที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสงครามทางวัฒนธรรม

แม้ Under the Sign of the Black Mark จะถูกยกย่องว่าเป็นผลงานที่สมบูรณ์แบบกว่า แต่ The Return…… คือช่วงเวลาที่ความมืดเริ่มมีรูปร่าง มันคือจุดที่ Bathory หยุดเป็นแค่วงใต้ดิน แล้วกลายเป็นผู้เปิดประตูให้แนวเพลงทั้งแนวถือกำเนิดขึ้น

ความยาวเพียง 30 กว่านาที กับ 11 เพลงที่เต็มไปด้วยความดิบ ความเร็ว และอาฆาต ทำให้อัลบั้มนี้กลายเป็นหนึ่งในบันทึกเสียงที่มีอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์แห่ง Black Metal และแม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษ เสียงจาก The Return…… ก็ยังฟังเหมือนถูกอัดขึ้นเมื่อวานในห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยควันกำยานและเลือด

#Bathory #TheReturn #BlackMetal #Quorthon #BlackMetalHistory #TerritoryMag

ความคิดเห็น