100 คำสาปแห่ง Black Metal
Samael – Worship Him (1991)
ท่ามกลางฤดูหนาวแห่งยุโรปที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด มีบางสิ่งกำลังก่อตัวขึ้นใต้ผืนฟ้าที่ปกคลุมด้วยเมฆสีหม่น เสียงกีตาร์ที่แห้งกร้านเสมือนเหล็กขึ้นสนิม เสียงกลองที่หนักแน่นราวกับกองทัพเดินทัพผ่านหุบเขา และเสียงคำรามที่ไม่เหมือนบทเพลงใดในโลกมนุษย์ นั่นคือช่วงเวลาที่โลกได้รับรู้ถึงนามของ Samael วงจากสวิตเซอร์แลนด์ที่สลักรอยแผลไว้บนประวัติศาสตร์แห่ง Black Metal ผ่านผลงาน Worship Him ปี 1991 อัลบั้มที่ภายหลังถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญแห่งการก่อกำเนิด Second Wave of Black Metal
ก่อนที่ไฟแห่งนอร์เวย์จะลุกโชน ก่อนที่โบสถ์จะถูกเผา และก่อนที่นามอย่าง Mayhem หรือ Darkthrone จะกลายเป็นตำนาน ในสวิตเซอร์แลนด์ วงเล็กๆ ที่ประกอบด้วย Vorphalack และ Xytraguptor กำลังพยายามสร้างซาวด์ที่ไม่เหมือนใคร พวกเขาไม่ได้ต้องการความเร็วแบบ Thrash ไม่ต้องการความเทคนิคแบบ Progressive และไม่ได้สนใจความไพเราะแบบ Heavy Metal สิ่งที่พวกเขาต้องการคือบรรยากาศ ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอีกมิติหนึ่ง มิติที่เต็มไปด้วยความลึกลับ ความตาย และพิธีกรรมโบราณ
การบันทึกเสียงในเดือนมีนาคม 1990 ที่ Taurus Studio ในสวิตเซอร์แลนด์ มันเป็นเสมือนพิธีกรรมที่ไม่มีใครเข้าใจ แม้แต่โปรดิวเซอร์ Claude Lander เองก็ไม่เคยเจอใครกรีดร้องใส่ไมโครโฟนด้วยความคลั่งแบบนี้มาก่อน แต่ความไม่เข้าใจนั้นกลับกลายเป็นข้อได้เปรียบ เพราะในขณะที่ทีมอัดเสียงยังสับสน วงกลับมีภาพชัดเจนอยู่ในหัวว่าพวกเขาต้องการให้มันออกมามืดแค่ไหน ผลลัพธ์คือซาวด์ที่หยาบ ดิบ และเต็มไปด้วยแรงเสียดทาน เหมือนโลหะที่ถูกขูดบนหิน
อิทธิพลแห่ง Slayer, Venom, Bathory, Possessed, Motörhead, Iron Maiden และ Hellhammer ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดของอัลบั้มนี้ แต่ Worship Him ไม่ได้เลียนแบบใคร มันเลือกจะตัดความเป็นร็อกออกให้มากที่สุด ตัดความเป็นเมโลดี้ออกให้เหลือน้อยที่สุด และแทนที่ด้วยบรรยากาศที่หนาวเย็นจนแทบหายใจไม่ออก ริฟฟ์กีตาร์ในเพลงอย่าง Sleep of Death, Into the Pentagram หรือ The Dark ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้คนโยกหัว แต่เพื่อให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในสถานที่ต้องห้าม
นี่คือจุดที่ Samael แตกต่างจากวง Extreme Metal จำนวนมากในยุคนั้น เพราะแทนที่จะพยายามโชว์ฝีมือ พวกเขากลับพยายามสร้างโลกอีกใบ โลกที่เสียงดนตรีทำหน้าที่เหมือนประตู และเมื่อเปิดเข้าไปแล้ว ผู้ฟังจะไม่แน่ใจว่าตัวเองยังอยู่ในโลกเดิมหรือไม่
เมื่ออัลบั้มถูกปล่อยออกมาในวันที่ 1 เมษายน 1991 ผ่านค่าย Osmose Productions ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นเพียงค่ายเล็กๆ จากฝรั่งเศส ไม่มีใครคาดคิดว่านี่จะกลายเป็นผลงานแรกของค่ายที่ถูกจดจำในประวัติศาสตร์ และไม่มีใครรู้ว่ามันจะเดินทางไปไกลถึงนอร์เวย์ ที่ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นหัวรุนแรงกำลังมองหาซาวด์ที่ใช่และชัดเจนยิ่งกว่า
และหนึ่งในผู้ที่ได้ยินมันคือ Euronymous แห่ง Mayhem เขาชื่นชมอัลบั้มนี้อย่างมาก และภายหลังยอมรับว่าเสียดายที่ไม่ได้ปล่อยมันผ่านค่าย Deathlike Silence ของตัวเอง ขณะที่ Fenriz แห่ง Darkthrone ถึงกับยกให้เป็นอัลบั้มคลาสสิก และนำเพลง Into the Pentagram ไปใส่ในชุดรวมเพลง Old-School Black Metal ของเขา พร้อมเปรียบว่ามันคือคำตอบของ Samael ต่อ Triumph of Death ของ Hellhammer
สิ่งที่ทำให้ Worship Him แตกต่างจากอัลบั้มอื่นในยุคเดียวกัน คือมันไม่ใช่ Black/Thrash แบบ Venom และไม่ใช่ Death Metal แบบ Possessed มันมีความเป็น Occult ชัดเจนกว่า หนักแน่นกว่า และเย็นชากว่า เหมือนพิธีกรรมที่ไม่มีผู้ชม มีเพียงผู้เข้าร่วมและเงามืดที่ยืนดูอยู่ในความเงียบงัน
ในเวลาต่อมา นิตยสาร Terrorizer จัดให้ Samael เป็นหนึ่งในวงที่หล่อเลี้ยงไฟแห่ง Black Metal ในช่วงเวลาที่แทบไม่มีใครทำมัน และ Decibel ก็ยก Worship Him เข้าสู่ Hall of Fame ในฐานะอัลบั้มที่เปลี่ยนทิศทางแห่งแนวเพลง
ทุกครั้งที่เปิดฟังอัลบั้มนี้ มันให้ความรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่ Black Metal ยังไม่ใช่กระแส ไม่ใช่แฟชั่น และไม่ใช่สินค้า มันเป็นเพียงเสียงของคนไม่กี่คนที่พยายามสร้างบางอย่างจากความมืด และโดยไม่รู้ตัว พวกเขาก็ได้จุดไฟให้สงครามแห่งซาวด์ที่ลุกลามไปทั่วยุโรป
Worship Him คือคำสวดแรกแห่งพิธีกรรม และเมื่อบทสวดนั้นเริ่มต้น โลกแห่ง Black Metal ก็ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
#Samael #WorshipHim #SecondWaveBlackMetal #OsmoseProductions #ExtremeMetal #MetalHistory #BlackMetal #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น