100 คำสาปแห่ง Black Metal
Ulver – Nattens Madrigal (1997)
ลำดับที่ 66 ใน 100 คำสาปแห่ง Black Metal พงศาวดารที่เกิดจากสงคราม ความตาย และเถ้าถ่านแห่งศรัทธา มีอัลบั้มบางชุดที่เป็นดั่งพิธีกรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นท่ามกลางเงามืดแห่งป่าและสายลมเหนือ และหนึ่งในงานที่ถูกกล่าวถึงเสมอในตำนานเหล่านั้นคือ Nattens Madrigal – Aatte Hymne Til Ulven I Manden ผลงานชุดที่ 3 ของวงนอร์เวย์ Ulver ซึ่งปรากฏตัวในโลกเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 1997 ผ่านค่าย Century Media Records ราวกับบทสวดกลางค่ำคืนที่ถูกปลุกขึ้นจากหิมะและความวิกลจริตของมนุษย์
อัลบั้มนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน หากแต่ถูกประพันธ์ขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกแห่งปี 1995 ในยุคที่ Black Metal นอร์เวย์ยังคงมีเถ้าถ่านแห่งสงครามทางวัฒนธรรมหลงเหลืออยู่ในอากาศ เนื้อหาของมันหมุนวนอยู่รอบภาพสัญลักษณ์ดึกดำบรรพ์ หมาป่า รัตติกาล ดวงจันทร์ และด้านมืดแห่งจิตใจมนุษย์ เหมือนนิทานโบราณที่เล่าขานกันในหมู่ผู้เดินทางผ่านป่าสนในฤดูหนาว ที่ซึ่งเงาของสัตว์นักล่าซ่อนอยู่หลังแนวต้นไม้และรอเวลาปรากฏตัว
ในประวัติศาสตร์ของ Ulver อัลบั้มนี้ถือเป็นบทสุดท้ายของสิ่งที่แฟนเพลงเรียกว่า “Black Metal Trilogie” ซึ่งเริ่มต้นจาก Bergtatt และดำเนินต่อด้วย Kveldssanger แต่หาก 2 อัลบั้มก่อนหน้าเหมือนบทกวีพื้นบ้านที่มีทั้งเสียงกีตาร์ไฟฟ้าและอะคูสติกผสมกันอย่างลึกลับ Nattens Madrigal กลับเลือกเส้นทางตรงกันข้าม มันตัดทอนทุกองค์ประกอบที่อ่อนโยนออกไปอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงกำแพงแห่งซาวด์ดิบหยาบของกีตาร์ไฟฟ้า กลองที่พุ่งราวกับพายุ และเสียงร้องที่ฟังคล้ายสัตว์ป่าถูกปลุกให้คลั่ง
ซาวด์ของอัลบั้มตั้งใจทำให้หยาบกร้านราวกับบันทึกเสียงจากถ้ำหรือป่าลึก เสียงกีตาร์แตกพร่าจนแทบเหมือนคลื่นหิมะพัดใส่ผู้ฟัง ความไม่สมบูรณ์แบบนี้ไม่ใช่ข้อผิดพลาด แต่เป็นอาวุธทางศิลปะที่ Ulver ใช้เพื่อทำลายภาพลักษณ์ของความเนี้ยบในอุตสาหกรรมดนตรี และเพื่อรักษาจิตวิญญาณดิบของ Black Metal ที่กำลังถูกค่ายใหญ่และตลาดกระแสหลักพยายามกลืนกิน
มีตำนานเล่ากันว่า งบประมาณในการอัดเสียงอัลบั้มนี้ถูกวงนำไปใช้ซื้อสูท Armani, โคเคน และรถ Corvette สีดำ ก่อนจะนำอุปกรณ์ 8 แทร็กไปอัดเสียงกันกลางป่านอร์เวย์ราวกับกลุ่มหมาป่าที่กำลังหอนใต้ดวงจันทร์ เรื่องเล่านี้กลายเป็นหนึ่งในตำนานประจำอัลบั้ม แม้ภายหลัง Kristoffer Rygg หรือ Garm นักร้องนำของวงจะยอมรับเพียงครึ่งเดียวว่ามันอาจเป็นข่าวลือที่ถูกปล่อยโดยค่ายเพลงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับงาน แต่เขาก็ปล่อยให้เรื่องเล่านั้นดำรงอยู่ต่อไป ราวกับว่าตำนานบางอย่างควรมีชีวิตของมันเอง
Rygg เคยกล่าวไว้ว่า ช่วงเวลาที่ค่ายเพลงใหญ่เริ่มสนใจ Black Metal นั้นอาจเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเสื่อมสลายของจิตวิญญาณแท้จริงแห่งแนวเพลงนี้ เขาเห็นว่าการผลิตดนตรีที่สมบูรณ์แบบเกินไปทำให้ความดิบและเวทมนตร์ในยุคเดโมของวงอย่าง Mayhem หรือ Celtic Frost ค่อยๆ หายไปจากโลก และสำหรับเขา เสียงบันทึกแบบ lo-fi ที่เต็มไปด้วยความผิดพลาดนั้นมีชีวิตชีวามากกว่าผลงานที่ถูกขัดเงาอย่างสมบูรณ์แบบ
Nattens Madrigal เป็นดั่งการต่อต้านอย่างเงียบงันต่อระบบธุรกิจของดนตรีกระแสหลัก มันเป็นเหมือนสัตว์ป่าที่ถูกปล่อยเข้าสู่เมืองใหญ่ หยาบคาย ดุร้าย และไม่ยอมเชื่อง
ภายในอัลบั้มประกอบด้วย 8 บทเพลง ซึ่งถูกเรียกว่า “Hymne” หรือบทสวด แต่ละบทคือการสำรวจด้านมืดของมนุษย์ผ่านภาพหมาป่าในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ “Wolf and Fear”, “Wolf and the Devil”, ไปจนถึง “Wolf and the Night” เสมือนพิธีกรรม 8 ขั้นตอนที่ค่อยๆ นำผู้ฟังเดินลึกเข้าไปในป่าแห่งสัญชาตญาณดิบ
เบื้องหลังเสียงคำรามนั้นคือสมาชิกของ Ulver ได้แก่ Kristoffer Rygg, Håvard Jørgensen, Torbjørn Heimen Pedersen, Hugh Mingay และ Erik Olivier Lancelot ซึ่งร่วมกันสร้างกำแพงแห่งซาวด์ที่หนักหน่วงดั่งพายุหิมะที่พัดผ่านภูเขานอร์เวย์
เมื่ออัลบั้มถูกปล่อยออกสู่โลก มันได้รับเสียงตอบรับที่หลากหลาย บางสื่อยกย่องมันในฐานะผลงาน Black Metal ที่ทรงพลังที่สุดชุดหนึ่ง ขณะที่บางคนวิจารณ์ว่ามันเป็นเพียงการเลียนแบบสไตล์ของ Darkthrone แต่ถึงอย่างนั้น Nattens Madrigal ก็ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในอัลบั้มสำคัญของแนวเพลง และในปี 2009 เว็บไซต์ IGN ยังจัดให้มันอยู่ในรายชื่อ “10 Great Black Metal Albums”
เวลาผ่านไปเกือบ 3 ทศวรรษ ความดิบของอัลบั้มนี้ยังคงเหมือนเสียงแห่งสายลมเหนือภูเขาในคืนฤดูหนาว มันอาจไม่ใช่งานที่สวยงามในความหมายของดนตรีกระแสหลัก แต่สำหรับผู้ที่เดินอยู่ในเงาแห่ง Black Metal แล้ว Nattens Madrigal คือบทสวดที่ยังคงหอนก้องอยู่ในป่าแห่งประวัติศาสตร์
และในบางคืน หากเงียบงันพอ เราอาจได้ยินเสียงหมาป่าจากปี 1997 หอนอยู่ใต้ดวงจันทร์ เตือนให้โลกจำไว้ว่าดนตรีบางอย่างไม่เคยถูกสร้างมาเพื่อทำให้เชื่อง
#Ulver #NattensMadrigal #BlackMetal #Norway #CenturyMedia #BlackMetalHistory #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น