100 คำสาปแห่ง Black Metal
Forgotten Woods – As the Wolves Gather (1994)
สายลมหนาวจากทะเลเหนือพัดผ่านป่าสนที่มืดทึบแห่งนอร์เวย์ เสียงกิ่งไม้เสียดสีกันคล้ายเสียงกระดูกแตกในสนามรบเก่าแก่ ที่นั่น ในดินแดนซึ่งพระอาทิตย์ฤดูหนาวแทบไม่เคยปรากฏ เสียงคำรามของดนตรีบางอย่างได้ถือกำเนิดขึ้น มันเป็นเสียงสะท้อนของจิตวิญญาณที่ปฏิเสธโลกศิวิไลซ์ เสียงที่เหมือนฝูงหมาป่าหลาย 10 ตัวรวมตัวกันกลางความมืด และเริ่มหอนเรียกกันท่ามกลางหุบเขาที่ถูกลืม
ในปี 1994 วง Forgotten Woods จากทางใต้แห่งนอร์เวย์ได้ปลดปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรกของพวกเขาออกมา As the Wolves Gather ผลงานที่ต่อมาถูกยกให้เป็นหนึ่งในคำสาปสำคัญแห่งยุค Norwegian Black Metal รุ่นบุกเบิก มันเกิดขึ้นดั่งพิธีกรรมบางอย่างที่ถูกบันทึกลงแผ่นซีดีจำนวนจำกัดเพียง 1000 ชุดผ่านค่าย No Colours Records ราวกับใครบางคนตั้งใจให้มันเป็นวัตถุต้องห้ามที่กระจายตัวอย่างลับๆ ในโลกใต้ดินแห่งเมทัล
สมาชิกผู้สร้างพิธีกรรมครั้งนั้นประกอบด้วย Olav Berland มือกีตาร์และนักแต่งเพลงหลักผู้จากโลกนี้ไปในปี 2022 Rune Vedaa มือเบสผู้เขียนเนื้อเพลง, Jarle Swahn มือกลอง, Thomas Torkelsen นักร้องนำ และ Nylon มือกีตาร์ริธึม พวกเขาเสมือนกลุ่มนักบวชแห่งศาสนาความมืดที่กำลังทดลองภาษาใหม่แห่ง Black Metal ภาษาแห่งความหนาวเหน็บ ความเวิ้งว้าง และสิ้นศรัทธา
เสียงแรกของอัลบั้มเปิดขึ้นด้วยบทเพลง “Eclipsed” ที่เคลื่อนตัวช้าและเยือกเย็นเหมือนเงาจันทร์ที่ค่อยๆ กลืนกินท้องฟ้า ริฟฟ์กีตาร์ที่ดูเหมือนซ้ำซากกลับกลายเป็นมนต์สะกด เสียงโซโล่ลอยอยู่เหนือซาวด์ดิบกร้าวราวกับลมหายใจสุดท้ายแห่งนักรบในสนามแห่งสงคราม ก่อนจะพาเข้าสู่เพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม “As the Wolves Gather” บทเพลงยาวกว่า 10 นาทีที่เหมือนการเดินทางลึกเข้าไปในป่าดำ ทุกโน้ตเหมือนก้าวเท้าแห่งหมาป่าที่กำลังล้อมเหยื่อ
เพลง “In My Darkest Visions” นำผู้ฟังลงสู่พื้นที่แห่งความสิ้นหวัง เสียงร้องหยาบกร้านที่มีเอคโค่ก้องเหมือนเสียงตะโกนในหุบเขาที่ไร้ผู้คน ขณะที่ท่วงทำนองกีตาร์ยังคงทอแสงเย็นเยียบอยู่ใต้ผืนฟ้าสีดำ แล้วอัลบั้มก็หยุดพักชั่วครู่ด้วยอินสตรูเมนทัลสั้นๆ นาม “Winter” เหมือนการหายใจท่ามกลางพายุหิมะ ก่อนที่ความหนาวจะกลับมารัดคออีกครั้ง
หนึ่งในช่วงเวลาที่ทรงพลังที่สุดของอัลบั้มคือ “Grip of Frost” เพลงที่หลายคนยกให้เป็นผลงานชิ้นเอกของวง เบสและกีตาร์ประสานกันเหมือนใบมีด 2 เล่มที่ตัดผ่านอากาศ ท่วงทำนองเปลี่ยนไปมาอย่างต่อเนื่องเหมือนพายุที่กำลังเคลื่อนตัวเหนือภูเขา แล้วเสียงกีตาร์อันงดงามแห่งอินสตรูเมนทัล “Svartedauden” ภาษานอร์เวย์ที่หมายถึง “Black Death” ก็พาผู้ฟังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายแห่งพิธีกรรม
อัลบั้มปิดลงด้วย “Through Dark and Forgotten Valleys” บทเพลงยาวเกือบ 10 นาทีที่เหมือนการเดินผ่านหุบเขาแห่งความทรงจำที่ถูกลบเลือน ซาวด์ดิบและหนักหน่วงกลับทำให้ทุกอย่างยิ่งดูจริงยิ่งกว่าเดิม เหมือนกำลังฟังบันทึกเสียงแห่งลัทธิลึกลับบางอย่างที่ถูกค้นพบใต้ซากโบสถ์เก่าแก่
สิ่งที่ทำให้ As the Wolves Gather แตกต่างจาก Black Metal ในยุคเดียวกันคือการผสมกันระหว่างความดิบและความไพเราะ ริฟฟ์กีตาร์ที่ดูเรียบง่ายกลับเต็มไปด้วยเมโลดี้ลึกซึ้ง เสียงร้องที่หยาบกระด้างกลับมีมิติสะท้อนก้องเหมือนคำสาปในห้องโถงหิน และเบสที่หนักหน่วงทำให้ซาวด์ของวงดูหนาแน่นราวกับกำแพงหินในป้อมปราการยุคกลาง
บางคนอาจบอกว่าดนตรีของพวกเขามีความซ้ำซากอยู่บ้าง แต่ในโลกแห่ง Forgotten Woods ความซ้ำซากคือการทำสมาธิ คือการเดินวนอยู่ในป่าดำจนมนุษย์เริ่มหลงลืมตัวตนของตัวเอง และกลายเป็นส่วนหนึ่งแห่งความมืดในที่สุด
หลายปีผ่านไป อัลบั้มนี้ถูกรีอิชชูหลายครั้ง ทั้งบนแผ่นไวนิล ซีดี และเทปคาสเซ็ตต์ แต่ความรู้สึกของมันยังเหมือนเดิม เหมือนเสียงหมาป่าที่ดังขึ้นกลางคืนหนาว ไม่มีวันถูกทำให้เชื่อง และไม่มีวันถูกลืม
ในประวัติศาสตร์แห่ง Black Metal มีอัลบั้มมากมายที่ดังและยิ่งใหญ่ แต่ As the Wolves Gather คือหนึ่งในงานที่พิสูจน์ว่าความยิ่งใหญ่ไม่จำเป็นต้องมาจากความนิยม บางครั้งมันเกิดจากความจริงใจ ความดิบ และความกล้าที่จะสร้างโลกของตัวเองขึ้นมา
เมื่อเสียงสุดท้ายของอัลบั้มจบลง สิ่งที่เหลืออยู่คือความรู้สึกเหมือนเพิ่งเดินผ่านป่าที่ไม่มีแผนที่ ผ่านหุบเขาที่ไร้นาม และได้ยินเสียงหอนของหมาป่าที่กำลังรวมฝูงอยู่ไกลๆ
และเสียงนั้นยังคงดังอยู่เสมอ สำหรับคนที่ยังกล้าฟังมัน!
#ForgottenWoods #AsTheWolvesGather #BlackMetal #NorwegianBlackMetal #NoColoursRecords #BlackMetalHistory #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น