100 คำสาปแห่ง Black Metal
Katharsis – VVorldVVithoutEnd (2006)
ท่ามกลางซากโบสถ์ที่ถูกเผาในจินตภาพแห่งยุโรปเหนือ เสียงแห่งสายลมหนาวพัดผ่านหุบเหวแห่งศรัทธาที่แตกสลาย ในปี 2006 ท่ามกลางกระแสคลื่นลูกใหม่แห่ง Black Metal ที่พยายามหาทางหนีออกจากเงาแห่งบรรพชน อัลบั้มหนึ่งได้ถูกปล่อยออกมาราวคำสาปที่ไม่มีผู้ใดถอดถอนได้ VVorldVVithoutEnd คือผลงานอัลบั้มเต็มลำดับสำคัญของ Katharsis วง Black Metal จากเยอรมนี ที่เลือกเดินบนเส้นทางแห่งความมืดอย่างไม่ประนีประนอม และถูกจัดวางในลำดับที่ 73 ของพงศาวดาร 100 อัลบั้ม Black Metal ราวกับตราประทับด้วยเลือดบนหน้าประวัติศาสตร์
วันที่ 5 ตุลาคม 2006 ภายใต้สังกัด Norma Evangelium Diaboli ค่ายที่ขึ้นชื่อเรื่องอุดมการณ์อันเคร่งครัดและงานที่ผลักขอบเขตแห่งความมืด อัลบั้มนี้ถือกำเนิดในรูปแบบ CD ก่อนจะถูกกดลงแผ่นไวนิล เทปคาสเซ็ต และถูกรีเพรสหลายครั้งในปีต่อๆ มา ด้วยความยาว 52 นาที 12 วินาที แบ่งออกเป็น 6 บทเพลง ได้แก่ “Eden Belovv”, “Kross Fyre”, “VVytchdance”, “Ascent from Ghoulgotha”, “Kosmik Sacrifice” และบทมหากาพย์ปิดท้ายด้วยความยาวกว่า 16 นาทีในนามเดียวกับอัลบั้ม แต่ละเพลงเสมือนบทสวดที่เรียงร้อยด้วยเลือดและเขม่าควัน
เบื้องหลังแห่งพิธีกรรมนี้มีเพียง 3 นาม Drakh, Scorn และ M.K. ไลน์อัพที่ดูเรียบง่าย หากแต่ซ่อนพลังอันคลุ้มคลั่ง Drakh รับหน้าที่ร้องและกีตาร์ เสียงของเขาถูกคลุมด้วยเอฟเฟ็กต์ดีเลย์หนาทึบ ราวกับเสียงวิญญาณที่กรีดร้องอยู่ในถ้ำลึก เสียงแผดสูงของเขาใน “VVytchdance” ดั่งการแตกสลายแห่งสติสัมปชัญญะ เสียงที่ไม่ยอมอยู่ในกรอบของการแผดร้องแบบ Black Metal ทั่วไป แต่พุ่งขึ้นไปแตะขอบฟ้าแห่งความบ้าคลั่งอย่างไร้ทำนอง เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผู้ฟังจำนวนไม่น้อยยอมรับว่า นี่คือหนึ่งในเสียงร้องที่วิปลาสและน่าสะพรึงกลัวที่สุดแห่งศตวรรษใหม่
โครงสร้างดนตรีของอัลบั้มมีรากลึกอยู่ในสายเลือดแห่ง Second Wave Black Metal กลิ่นอายแบบ Darkthrone ยุคคลาสสิกยังคงแทรกอยู่ในริฟฟ์ที่เย็นเฉียบ ทว่าถูกฉีกกระชากให้กระจัดกระจายด้วยวิธีการเรียบเรียงที่กระวนกระวายและโกลาหลกว่าเดิม ริฟฟ์ไม่ได้ไหลเรียบ แต่ปะทะกันเป็นระลอก คล้ายคลื่นเพลิงที่ซัดใส่กันเอง เสียงฟีดแบ็กของกีตาร์ โดยเฉพาะในอินโทรของ “VVytchdance” ถูกดันให้เด่นจนแทบจะกลืนกินพื้นที่ทั้งหมด ขณะที่ไลน์เบสถูกดันขึ้นมาอย่างจงใจ เติมน้ำหนักให้ช่วงเวลาที่หนักหน่วงที่สุดของอัลบั้มมีมวลอากาศกดทับมากยิ่งขึ้น
หากจะกล่าวถึงพลังของ VVorldVVithoutEnd มันคือความรู้สึกแห่งนรก ที่ไม่ได้เป็นเพียงภาพลักษณ์ แต่เป็นอารมณ์ที่ติดต่อได้ ราวกับไฟที่ลามจากลำโพงเข้าสู่กระดูกสันหลัง ผู้ฟังบางคนถึงกับเปรียบมันเคียงข้างงานระดับตำนานอย่าง De Mysteriis Dom Sathanas ของ Mayhem ในแง่ของบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกถึงความอาฆาตมาดร้ายที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์แห่งดนตรีที่ชั่วร้าย แต่เป็นบางสิ่งที่ดูเหมือนหลอมรวมระหว่างศิลปินกับงานศิลป์จนแยกไม่ออก ราวกับผู้สร้างและเสียงดนตรีคือร่างเดียวกันในพิธีกรรม
บทเพลงยาวปิดท้าย “VVorldVVithoutEnd” ทำหน้าที่เสมือนประตูเหล็กบานสุดท้ายแห่งวิหารมืด มันไม่รีบร้อน แต่ค่อยๆ เปิดเผยชั้นแห่งความมืดที่ซ้อนทับกัน เสียงกลองของ M.K. ไม่ได้เพียงทำหน้าที่ขับเคลื่อนจังหวะ หากเป็นเสมือนเสียงกลองแห่งสงครามที่เรียกวิญญาณจากใต้ดินขึ้นมาเผชิญหน้ากับผู้ฟัง ในขณะที่คำร้องของ Drakh ยังคงหมุนวนราวกับคำสาปโบราณที่สะกดด้วยอักขระแปลกประหลาด การสะกดคำแบบโบราณที่วงเลือกใช้ เป็นดั่งการประกาศอัตลักษณ์อย่างเอาจริงเอาจัง
ในยุคที่ Black Metal หลายวงเริ่มทดลองกับซาวด์แปลกประหลาดจนเส้นแบ่งเริ่มพร่าเลือน VVorldVVithoutEnd กลับเลือกยืนหยัดอยู่ในแก่นแท้แห่งแนวทางดั้งเดิม แล้วผลักมันไปสู่ขีดสุดทางแห่งตรรกะ ไม่ใช่ด้วยความซับซ้อนทางเทคนิค หากด้วยความเข้มข้นทางอารมณ์และบรรยากาศ มันไม่ใช่อัลบั้มที่ฟังง่าย ไม่ใช่งานที่ประนีประนอมกับผู้ฟัง หากเป็นเหมือนพิธีกรรมที่ต้องยอมให้มันกลืนกินก่อนจะเข้าใจ
20 ปีผ่านไป โลกภายนอกอาจเปลี่ยนแปลงไปมากมาย แต่เมื่อเสียงเปิดของ “Eden Belovv” ดังขึ้น ความรู้สึกเดิมยังคงหวนกลับมาอย่างไม่ลดทอน ความเจ็บปวดและความเกลียดชังที่ถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้มนี้ยังคงสดใหม่ราวกับเพิ่งถูกจุดไฟเมื่อวาน และในหน้าประวัติศาสตร์ Black Metal แห่งศตวรรษที่ 21 นามแห่ง Katharsis และ VVorldVVithoutEnd ยังคงถูกจารึกไว้ในฐานะหนึ่งในบทสวดที่ลึกที่สุดแห่งความมืด โลกที่ไร้จุดจบ ซึ่งความเงียบงันหลังเสียงสุดท้ายจางหาย อาจน่ากลัวพอๆ กับเสียงกรีดร้องที่มาก่อนหน้า
#Katharsis #VVorldVVithoutEnd #NormaEvangeliumDiaboli #BlackMetal #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น