สครีมกลางเถ้าถ่าน! In the Children Eyes คำสาปที่ไม่มีวันหวนคืนของ D.E.M.A


ท่ามกลางโลกที่เด็กคนหนึ่งเปิดตาขึ้นมาพบข่าวสารแห่งสงคราม ภาพความรุนแรงจากจอแก้ว และเงาแห่งความสิ้นหวังที่ไหลซึมอยู่ในชีวิตประจำวัน เสียงดนตรีของ D.E.M.A ได้ถือกำเนิดขึ้นราวเสียงระเบิดลูกแรกในค่ำคืนที่เงียบงัน วง Slamkid/Deathcore จากประเทศไทยในนามเต็ม Dog Eat My Arm กำลังบันทึกพงศาวดารแห่งความหวาดกลัวผ่านริฟฟ์กีตาร์และสครีมดั่งคำสาป

จุดเริ่มต้นของชื่อวงช่างเรียบง่ายและเกือบจะเป็นเรื่องขำขัน ประโยค “dog eat my home work” ที่ถูกพบในโน้ตบน Instagram ของเพื่อน กลับถูกบิดเปลี่ยนจนกลายเป็น Dog Eat My Arm ราวกับการฉีกแขนของตัวเองเพื่อเอาตัวรอดจากโลกอันโหดร้าย ชื่อที่ฟังดูเหมือนภาพหลอน กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการกัดกินกันเองในสังคม และเป็นรากฐานทางจิตวิญญาณของวง

สมาชิกทั้ง 5 คนมาจากต่างถิ่น ต่างวัย ต่างประสบการณ์ โต้ง (Vocal) จากเชียงราย, กาน (Guitar) จากกรุงเทพ, โบ๊ท (Guitar) และแฟ้ม (Drums) จากสมุทรปราการ และ ลมหนาว (Bass) จากสมุทรสงคราม พวกเขาเสมือนทหารจากหลายหัวเมืองที่ถูกเรียกเข้าประจำการในสมรภูมิเดียวกัน ความต่างของวัยไม่ใช่อุปสรรค แต่คือเชื้อไฟที่ทำให้ซาวด์ของวงมีทั้งความดิบสดและความคิดอ่านที่ลึกซึ้ง

ซาวด์ของ D.E.M.A คือการผสาน slamming groove กับโครงสร้างแห่ง Deathcore ที่เต็มไปด้วย blast beat และริฟฟ์แบบ Slamming Style แต่ถูกย่อยให้เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม ไม่ได้ซับซ้อนเกินไปจนกลายเป็นกำแพง หากแต่ยังคงความโหดร้ายพอจะทำให้หัวใจผู้ฟังเต้นผิดจังหวะ ทุกจังหวะคือแรงกระแทก ทุกสครีมคือบาดแผลที่ถูกเปิดออกให้เห็นเนื้อใน

ปี 2026 พวกเขาปล่อย EP “In the Children Eyes” งานที่เสมือนบันทึกคำให้การของเด็กคนหนึ่งที่กำลังมองโลกด้วยความไม่เข้าใจ แต่รับรู้ถึงความรุนแรงรอบตัวอย่างชัดเจน EP นี้มี 5 เพลง และ 1 Hidden Track ที่ซ่อนราวกับความทรงจำที่ไม่อยากเปิดเผย เนื้อหาแต่ละบทเพลงร้อยเรียงกันเป็นภาพแห่งสงครามในหลายมิติ

“Life Time” คือคำเตือนถึงความสั้นของชีวิต เสียงดนตรีผลักดันให้ตระหนักว่าเวลาคือกระสุนที่ถูกยิงออกไปโดยไม่มีวันย้อนกลับ “Escape” ชวนให้จินตนาการถึงฉากที่มนุษย์หนีเอาตัวรอดในสงครามอวกาศ ความสิ้นหวังที่โอบล้อมและแรงกดดันจากบางสิ่งที่กำลังรุกราน “Before Down The Emperor” เล่าเรื่องช่วงปลายราชวงศ์ผ่านสายตาแห่งกบฏ ผู้ต้องการโค่นล้มอำนาจ เสียงกลองกระหน่ำราวฝีเท้าทหารบุกพระราชวัง “How To Have A Happy Life” ตั้งคำถามถึงความสุขที่แท้จริง ท่ามกลางความเหนื่อยล้าและความสับสนของชีวิตร่วมสมัย

และเมื่อถึง “Never Return” สครีมพุ่งขึ้นดั่งวิญญาณที่ถูกเผาทั้งเป็น ก่อนจะดิ่งลงสู่โทนต่ำลึกเสมือนประตูขุมนรกที่ค่อยๆ ปิดลง เพลงปิดอย่าง “The Cursed (The Origin of Cannibalism)” คือบทสรุปอันดำมืด เรื่องของผู้ถูกสาปให้ฆ่าและกินพวกเดียวกันเพื่อหลุดพ้น แต่กลับถูกปีศาจหลอกลวงจนกลายเป็นอมนุษย์ มันคือภาพสะท้อนแห่งสังคมที่บางครั้งก็ผลักให้มนุษย์กัดกินกันเอง

บนเวทีจริง D.E.M.A ได้ผ่านสมรภูมิแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะที่ JAM สาทร ในเดือนกันยายน 2025 การเป็น Open Act ให้กับ Vulvodynia ที่ Mr.Fox Studio ในเดือนพฤศจิกายน หรือการแสดงส่งท้ายปีที่ Tritone ณ BRSU Hall ทุกโชว์คือบทพิสูจน์ว่าความดิบในสตูดิโอสามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานที่แทบจะสัมผัสได้ด้วยมือเปล่า

ในยุคที่แนว Slamkid และ Deathcore ไทยกำลังเติบโต D.E.M.A คือหนึ่งในนามที่ไม่อาจมองข้าม พวกเขาไม่ได้เพียงสร้างซาวด์ที่หนักหน่วง แต่กำลังสร้างเรื่องเล่าที่บาดลึก เรื่องเล่าที่มองโลกผ่านดวงตาของเด็ก และถามเราว่า ในสนามรบที่เราเรียกว่าชีวิตนี้ เรายังเหลือความไร้เดียงสาอยู่บ้างหรือไม่

ติดตาม D.E.M.A ได้ทาง Facebook: DEMA, Bandcamp: DEMAslam และ Instagram: DEMA.slam

#DEMA #DogEatMyArm #InTheChildrenEyes #Slamkid #Deathcore #ThaiMetal #TerritoryMag

ความคิดเห็น