100 คำสาปแห่ง Black Metal


Drudkh – Blood in Our Wells (2006)

มีอัลบั้มบางชุดที่ไม่ได้เริ่มด้วยเพลง แต่มาในรูปของอากาศที่เย็นจัด เหมือนตอนคุณก้าวออกจากบ้านแล้วลมหายใจกลายเป็นควัน “Blood in Our Wells” ของ Drudkh เป็นแบบนั้น มันไม่รีบเล่า ไม่รีบข่ม ไม่รีบฆ่า แต่มันค่อยๆ ปักหลักเหมือนกองกำลังที่รู้ชัยภูมิ ชักธงเงียบๆ บนเนินดิน แล้วปล่อยให้ความหนาวทำงานของมัน อัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 4 ของวงจากยูเครนชุดนี้ออกมาเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2006 ภายใต้ Supernal Music และยาวราว 50 นาทีเศษ ช่วงเวลาที่พอจะให้คนฟังเดินลึกเข้าไปในป่าแห่งความทรงจำที่ไม่ได้มีต้นไม้แค่อย่างเดียว แต่มีรอยเท้าของคนรุ่นก่อน กระดูกแห่งบทกวี และคราบเขม่าจากหน้าประวัติศาสตร์ที่เคยถูกฉีกซ้ำๆ จนขาดวิ่น

ถ้าคุณเคยฟัง “Autumn Aurora” หรือ “The Swan Road” มาก่อน คุณจะรู้ว่า Drudkh ทำ Black metal แบบที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วเป็นอาวุธหลัก พวกเขาใช้ทัศนียภาพเป็นกระสุน ใช้เมโลดี้เป็นแผนที่ และใช้การทับซ้อนแห่งท่อนดนตรีเป็นการเดินทัพ “Blood in Our Wells” ยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีกว่าซาวด์ของวงไม่ได้อยากเป็นไฟเผาเมือง แต่มันอยากเป็นไฟที่ลามอยู่ใต้ดิน ช้า หนัก และอยู่ทน องค์ประกอบแห่ง Black metal ยังอยู่ครบ แต่เนื้อในขยับเข้าใกล้ folk/pagan มากขึ้น จนบางจังหวะให้ความรู้สึกเหมือนคุณได้ยินเครื่องดนตรีพื้นบ้านที่ถูกฝังไว้ใต้ชั้นหิมะ แล้ววันหนึ่งมีใครขุดขึ้นมา ปัดฝุ่น และเล่นมันด้วยมือที่สั่นจากความหนาวและความโกรธ

สิ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้มีน้ำหนักไม่ใช่แค่เสียงกีตาร์ที่ไหลเป็นธารยาว หรือกลองที่พยุงจังหวะอย่างสุขุม แต่คือวิธีที่เพลงแต่ละบทเหมือนถูกสร้างเป็นหลายตอนในตอนเดียว โครงสร้างหลายแทร็กมีลักษณะเป็นการสอดประสานของท่อนหลักกับท่อนเปลี่ยนผ่าน เหมือนหน่วยรบที่เดินเข้าปะทะแล้วถอยกลับมาจัดทัพใหม่ ก่อนจะบุกซ้ำด้วยพลังที่แม่นยำ และท่ามกลางภาพทุ่งหญ้า ป่าลึก หรือเส้นขอบฟ้าที่ดูสงบ คุณจะได้กลิ่นควันแห่งการสูญเสียอยู่ตลอด กลิ่นแบบเดียวกับชื่ออัลบั้ม “Blood in Our Wells” ที่มาจากวรรคในบทกวีของ Oleh Olzhych กวีชาวยูเครน ซึ่งแค่ประโยคเดียวก็เหมือนตอกลงไปในน้ำบาดาลว่า ความทรงจำของชาติไม่เคยใสสะอาดอย่างที่เราอยากเชื่อ มันมีเลือดละลายอยู่ในนั้นเสมอ

และ Drudkh ไม่ได้หยิบภาษามาแต่งไว้ข้างๆ ดนตรีแบบเครื่องประดับ พวกเขาปล่อยให้วรรณกรรมยูเครนเป็นเหมือนสนามเพลาะแห่งเนื้อร้อง หลายเพลงดึงคำมาจากงานคลาสสิกของยูเครน ทั้งบทกวีของ Lina Kostenko, Oleksandr Oles, งานของ Taras Shevchenko รวมถึง Yuriy Klen อารมณ์ที่ออกมาจึงเป็นความเศร้าเฉพาะถิ่น มีสำเนียง มีดิน มีชื่อคน มีเงาประวัติศาสตร์พาดผ่านอยู่ข้างหลัง ยิ่งไปกว่านั้น อัลบั้มยังแทรกกลิ่นของภาพยนตร์ ผ่านการใช้ซาวด์ตัวอย่างเสียงจากหนังบทกวี “Mamay” ปี 2003 จนหลายคนบอกว่า “Blood in Our Wells” มีความ cinematic กว่าที่วงเคยทำมา เหมือนเรากำลังดูภาพยนตร์ที่ไม่มีจอ ภาพทั้งหมดฉายอยู่หลังเปลือกตา

ความรู้สึกแบบนั้นยิ่งชัดตอนคุณเจอ “Навь (Nav’)” อินโทรสั้นๆ ที่เหมือนเปิดประตูไปสู่อีกโลก ก่อนจะพาเข้าสู่ “Борозни богів (Furrows of Gods)” ที่ยาวเกือบ 9 นาที เพลงนี้เหมือนเส้นทางเกวียนบนพื้นดินที่ถูกไถเป็นร่อง เดินไปเรื่อยๆ แล้วจู่ๆ ก็แตกแขนงเป็นทางใหม่ กีตาร์ของ Drudkh ยืดโน้ตให้ยาวพอจะสร้างภูมิประเทศ แล้วค่อยปล่อยท่อนนำไต่ขึ้นเหมือนแสงแดดที่ลอดผ่านเมฆหนาทึบ ความเป็น folk เป็นดั่งอากาศแทรกในช่องว่าง ทำให้ความหนาวแห่ง Black metal เหมือนหมอกที่เกาะตามเสื้อผ้าจนหนักขึ้นเรื่อยๆ

จากนั้น “Коли пломінь перетворюється на попіл (When the Flame Turns to Ashes)” ขยายเวลาการรบไปอีกกว่า 10 นาที เพลงนี้ฟังเหมือนเปลวไฟที่ลุกแล้วทรุด ลุกแล้วทรุด ไม่ใช่ไฟที่จบด้วยชัยชนะ และเมื่อคุณไปถึง “Самітність (Solitude)” ความยาว 12 นาทีกว่าๆ จะทำหน้าที่เหมือนการเดินลาดตระเวนในเขตแห่งความเงียบงัน เสียงร้องของ Thurios ที่หลายคนบรรยายว่าเป็นโทนกลางๆ ออกแนวตะโกนแหบ ไม่ได้แหลมพุ่งแบบกรีดร้องตามสูตรแห่ง Black metal นอร์ดิก มันเหมือนเสียงคนที่พูดกับลมในสนามรบ ไม่จำเป็นต้องดัง แต่ต้องอยู่ถูกที่ และในจังหวะที่ถูกต้อง เมื่อเพลงค่อยๆ เปิดพื้นที่ให้ท่อนนำและท่อนประสานโผล่ขึ้นมา คุณจะเริ่มเข้าใจว่าความโดดเดี่ยวที่วงพูดถึงไม่ใช่แค่ความเดียวดาย แต่มันเป็นความโดดเดี่ยวแห่งภูมิประเทศ เป็นความเงียบงันแห่งท้องทุ่งที่เคยมีคนเดินทัพ แล้ววันหนึ่งไม่มีใครได้กลับมา

“Вічність (Eternity)” เดินต่อด้วยความรู้สึกเหมือนเวลาถูกยืดจนยาวผิดธรรมชาติ เหมือนคืนที่คุณนอนไม่หลับเพราะได้ยินเสียงฝีเท้าที่ไม่มีอยู่จริง อัลบั้มจบด้วย “Українська повстанська армія (Ukrainian Insurgent Army)” ซึ่งเป็นชื่อที่ทำให้หลายคนหยุดคิด เพราะมันพาดพิงถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้ของยูเครน และนี่เองที่ทำให้ “Blood in Our Wells” ถูกอ่าน 2 ชั้นมาตลอด ชั้นแรกคือการเคารพธรรมชาติและรากวัฒนธรรมตามภาพลักษณ์วงลึกลับที่ไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ ชั้นที่ 2 คือเงาแห่งชาตินิยมและความทรงจำทางการเมืองที่ติดมากับตัววรรณกรรมและการอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ โดยในหน้าข้อมูลสาธารณะมีการระบุว่าอัลบั้มนี้อุทิศให้ Stepan Bandera แต่ก็มีหมายเหตุว่าต้องการแหล่งอ้างอิง ทำให้ประเด็นนี้ยังเป็นพื้นที่ถกเถียงและถูกตีความต่างกันไป บางคนมองว่าเป็นการพยายามอ่านยูเครนผ่านบทกวีและบาดแผลของชาติ บางคนมองว่าเป็นพื้นที่อ่อนไหวที่ควรระวังการโรแมนติไซซ์ประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณกลับมาฟังตัวดนตรีอีกครั้ง คุณจะเห็นเหตุผลว่าทำไมอัลบั้มนี้ถึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในหมุดหมายแห่ง atmospheric/folk-tinged Black metal เสียงโปรดักชันของมันชัดแต่ไม่สะอาดเกินไป มีความดิบคมอยู่ในเนื้อกีตาร์ แต่เปิดช่องให้รายละเอียดอย่าง คีย์บอร์ด เสียงแอมเบียนต์ทำงานจนเกิดมิติ บางรีวิวชมว่ามันเป็นความลงตัวระหว่างความดิบกับความสว่างแห่งเมโลดี้ ขณะที่อีกกลุ่มกลับรู้สึกว่ามันอืดหรือยืดเกินไปตามธรรมชาติของเพลงยาว การที่อัลบั้มถูกพูดถึงได้ทั้ง 2 แบบในเวลาเดียวกันนี่แหละที่น่าสนใจ เพราะมันบอกว่า Drudkh ทำงานเหมือนช่างแกะสลักหิน บางคนเห็นเป็นอนุสาวรีย์ บางคนเห็นเป็นก้อนหินที่ยังหยาบ แต่ไม่ว่าอย่างไร มันเป็นก้อนหินที่หนักพอจะทิ้งรอยไว้บนพื้น

รายละเอียดรอบอัลบั้มก็ช่วยเติมภาพให้เข้มขึ้น ปกอัลบั้มใช้ภาพวาดของ Vasily Perov ชื่อ “Seeing Off The Dead Man” ซึ่งเป็นภาพที่พอเห็นแล้วเหมือนมีลมหนาวพัดผ่านทันที อารมณ์การส่งคนตายกลับสู่ดินมันเข้ากับความรู้สึกของบ่อน้ำและเลือดอย่างประหลาด ในเชิงฟอร์แมต “Blood in Our Wells” เคยออกในรูปแบบที่ไม่ใช่ไวนิล 2 แบบคือ jewel case ปกติ และ super jewel case plus ที่จำกัดจำนวนทำมือ และต่อมาในปี 2010 ก็มีการรีรีลีสเป็น digipak พร้อมอาร์ตเวิร์กใหม่ผ่าน Season of Mist เรื่องเล็กๆ พวกนี้ทำให้เห็นว่าความเป็นของสะสมก็เป็นอีกสงครามหนึ่งแห่ง Black metal สงครามแห่งวัตถุ ความทรงจำ และการครอบครองหลักฐานว่าเราเคยอยู่ในช่วงเวลานั้นจริง

ในพงศาวดาร 100 คำสาปแห่ง Black Metal ถ้าชุดก่อนๆ คือป่าที่หนาทึบ “Blood in Our Wells” คือป่าที่มีร่องรอยผู้คนชัดยิ่งกว่า มีบทกวีแขวนอยู่ตามกิ่ง มีเสียงภาพยนตร์เป็นเงา มีประวัติศาสตร์เป็นสนามเพลาะ และมีเมโลดี้เป็นธงที่ไม่จำเป็นต้องโบกแรงๆ เพื่อให้คนเห็น คุณอาจไม่ต้องเห็นด้วยกับทุกนัยของมัน แต่ยากจะปฏิเสธว่าอัลบั้มนี้ทำให้ Black metal พูดได้หลายภาษา ภาษาแห่งธรรมชาติ ภาษาแห่งชาติ ภาษาแห่งความเศร้า และภาษาแห่งความทรงจำ มันเป็นงานที่เหมือนยืนอยู่หน้าบ่อน้ำแล้วก้มลงมอง คุณไม่รู้ว่าน้ำลึกแค่ไหน แต่คุณรู้ว่ามีบางอย่างมองกลับขึ้นมาหาคุณจากข้างล่าง และนั่นแหละคือคำสาปที่แท้จริง ไม่ใช่เสียงที่ทำให้กลัวในทันที แต่คือเสียงที่ทำให้คุณจดจำไปอีกนาน

#Drudkh #BloodInOurWells #BlackMetal #AtmosphericBlackMetal #PaganMetal #Ukraine #TerritoryMag

ความคิดเห็น