100 คำสาปแห่ง Black Metal
Wolves in the Throne Room – Two Hunters (2007)
ท่ามกลางบันทึกแห่งสงครามที่ไม่มีแผนที่นำทาง บางครั้งในสนามรบไม่ได้เริ่มจากเสียงปืน มันเริ่มจากความเงียบงันที่ค่อยๆ บีบอัดอากาศให้แคบลง จนลมหายใจของเรากลายเป็นสิ่งแปลกปลอมในตัวเอง และนั่นคือชั่วโมงแรกที่คุณยืนอยู่หน้า Two Hunters อัลบั้มเต็มความยาว 46 นาทีที่เหมือนค่ายทหารกลางป่าฝนแห่งแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ หมอกหนาเป็นผ้าพันแผลแห่งภูเขา ต้นสนสูงเป็นเสาโบสถ์ที่ไม่ต้องการพระเจ้า และเสียงกลองคือคำสั่งเดินแถวที่ไม่ได้เขียนด้วยหมึก แต่สลักด้วยความหนาวเหน็บในกระดูก อัลบั้มนี้ถูกปล่อยออกมาในวันที่ 27 กันยายน 2007 ภายใต้ Southern Lord Recordings และยืนเด่นเสมือนรอยเท้าเก่าบนหิมะ ใครผ่านมาก็รู้ว่าที่ตรงนี้เคยมีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่เคยเดินผ่าน
ชื่อของวงถูกพูดถึงเสมอในฐานะผู้ปลุก “Cascadian black metal” ให้มีตัวตนเป็นภูมิประเทศแกนกลางแห่งพิธีกรรมนี้หมุนรอบ 2 พี่น้อง Aaron Weaver และ Nathan Weaver ร่วมกับ Rick Dahlin ที่ช่วยก่อกำแพงแห่งซาวด์ให้สูงพอจะกันเสียงเมืองออกไป “Two Hunters” ไม่ได้สวมหน้ากากซาตานเพื่อขอสิทธิ์เรียกตัวเองว่า black metal มันเลือกสวมเงาแห่งป่า เลือกพูดกับธรรมชาติแบบคนที่รู้ว่าความศักดิ์สิทธิ์ไม่จำเป็นต้องมีแท่นบูชา หากมีเพียงความมืด ความอดทน และการยอมรับว่าโลกกำลังถอยออกจากมือเราไปทีละน้อย
บทเปิด Dea Artio ดั่งการวางกำลัง เสียงแวดล้อมและทำนองที่ค่อยๆ กางผืนผ้าใบให้กว้างพอจะรองรับพายุที่กำลังมา เหมือนคุณยืนฟังฝนจากใต้ชายคา ก่อนตัดสินใจเดินออกไปกลางดงที่มองไม่เห็นปลายทาง แล้วเมื่อเงาของอินโทรค่อยจางหาย อัลบั้มก็ผลักคุณเข้าสู่ Vastness and Sorrow ชื่อเพลงที่เป็นดั่งคำพิพากษา กลองเดินจังหวะสม่ำเสมอเหมือนเครื่องจักรแห่งสงครามที่ไม่เคยเหนื่อยล้า สายกีตาร์ซ้อนชั้นเป็นกำแพงจนยากจะแยกว่าเสียงไหนคือริฟฟ์ และเสียงไหนคือสภาพอากาศ ทุกอย่างไหลไปด้วยการย้ำซ้ำและการเปลี่ยนคอร์ดเล็กน้อยราวภูเขาที่ขยับตัวทีละมิลลิเมตร ช้าแต่แน่น จนคุณเริ่มเข้าใจว่าความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติหนักพอที่จะทำให้มนุษย์เงียบงัน
จากนั้น Cleansing ทำหน้าที่เสมือนช่วงพักหายใจที่อันตราย เพราะความสงบในเพลงนี้ไม่ได้มอบความปลอดภัย แต่มอบความเชื่อชั่วคราวให้คุณเผลอวางอาวุธ ก่อนจะถูกตีกลับด้วยคลื่นความดุแห่ง black metal แบบเต็มแรง ในช่วงต้นมีเสียงร้องหญิงที่ลอยเหมือนควันจากไฟแห่งพิธีกรรม Jessika Kenney เป็นความงามที่ไม่ได้หวาน แต่เย็นจัดเหมือนแสงจันทร์บนสายน้ำ และยิ่งงามเท่าไร ตอนที่เพลงแตกตัวกลับสู่ความรุนแรงของกลองและกีตาร์ก็ยิ่งเหมือนโดนกระชากออกจากบทสวดไปโยนลงสนามเพลาะ การชำระล้างในชื่อเพลงจึงไม่ใช่พิธีที่อ่อนโยน หากเป็นการเผาผลาญ การตัดของเก่าออกเพื่อให้ของใหม่มีพื้นที่เกิดขึ้น แม้ต้องแลกด้วยความเจ็บปวดระดับที่ฟังแล้วเหมือนผิวหนังของโลกกำลังถูกลอกออกทีละชั้น
และเมื่ออัลบั้มเดินมาถึงบทปิด I Will Lay Down My Bones Among the Rocks and Roots ทุกอย่างที่สะสมไว้ก่อนหน้าจะกลายเป็นมหากาพย์ยาวที่เหมือนการเดินทัพกลับบ้านหลังสงคราม ไม่ใช่บ้านแบบมีหลังคา แต่เป็นโพรงศักดิ์สิทธิ์ของป่าและรากไม้ เพลงนี้ชวนให้คิดถึงเรื่องเล่าที่โลกถูกไฟแห่งหายนะกลืนกิน แต่ในความมืดนั้นยังมีแก่นบางอย่างซ่อนอยู่ ความตายไม่ได้เป็นจุดจบ มันเป็นฤดูกาลหนึ่งของการผลัดใบ วงเล่าด้วยภาษาดนตรีที่พาคุณไปเห็นภาพเดิมซ้ำๆ ในมุมที่ต่างออกไป ความพินาศในระยะไกล ความเงียบงันที่ไม่ยอมแพ้ และเสียงร้องหญิงที่กลับมาเหมือนธงขาวเพื่อประกาศว่าพรุ่งนี้ยังมี ชัยชนะของเพลงนี้เป็นการชนะความคิดที่ว่าโลกไม่มีทางเริ่มใหม่ได้
“Two Hunters” ถูกยกย่องบ่อยครั้งว่าเป็นงานระดับคลาสสิกแห่ง atmospheric black metal เพราะมันทำให้ความหนาว ความชื้น หมอก และความเวิ้งว้าง มีน้ำหนักเท่ากับริฟฟ์และกลอง มันไม่พยายามเป็นคัมภีร์ศาสนาใหม่ แต่มันทำหน้าที่เสมือนพงศาวดารที่เขียนด้วยเถ้าถ่าน บอกเราว่า ธรรมชาติไม่ต้องการคำอธิบายจากมนุษย์ และหากมนุษย์ยังหลงคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าโลก วันหนึ่งโลกจะสอนบทเรียนด้วยวิธีที่ไม่ต้องใช้ภาษาใดๆ เลย สิ่งที่เหลืออยู่หลังฟังจบคือความรู้สึกเหมือนเพิ่งเดินออกจากป่าลึกในยามเช้า เสื้อผ้าเปียก ความคิดเงียบ และหัวใจถูกรีเซ็ตให้จำได้อีกครั้งว่าเราเล็กแค่ไหน
#WolvesInTheThroneRoom #TwoHunters #SouthernLordRecordings #BlackMetal #AtmosphericBlackMetal #USBM #CascadianBlackMetal #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น