พงศาวดารแห่งความตาย! : Season X.I


Immolation – Dawn of Possession (1991)

รุ่งอรุณแห่งปี 1991 ที่ไม่ได้มาพร้อมกับแสงอาทิตย์ หากแต่มาพร้อมกับเถ้าถ่าน กลิ่นกำมะถัน และเสียงกีตาร์ที่ขูดขีดราวโลหะกำลังฉีกเนื้อผืนโลกออกเป็นชิ้นๆ Dawn of Possession อัลบั้มเปิดตัวของ Immolation อัลบั้มชุดแรกของวงจากนิวยอร์ก มันคือเอกสารแห่งสงคราม คือพิธีกรรมแรก และเป็นคำประกาศเจตจำนงว่าศาสนา ความศักดิ์สิทธิ์ และศีลธรรมแบบมนุษย์ จะถูกลากลงมาพิจารณาคดีต่อหน้าความตายอย่างไร้ปรานี

อัลบั้มนี้ถูกบันทึกเสียงที่ Musiclab Studios ในกรุงเบอร์ลิน เมืองซึ่งยังอวลด้วยเงาแห่งสงครามเย็น และผลิตโดย Harris Johns ชื่อที่ในเวลานั้นเทียบได้กับสถาปนิกแห่งซาวด์ดิบโหดของ Extreme Metal ยุโรป เสียงกลอง เสียงเบส และริฟฟ์กีตาร์ใน Dawn of Possession ถูกปล่อยออกมาเสมือนกองทัพที่เดินทัพผ่านหมู่บ้านโดยไม่มองซ้ายมองขวา

สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นตำนานของอัลบั้มนี้ คือการจูนกีตาร์ที่แม้แต่ตัวผู้สร้างเองก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ในคีย์ใด Ross Dolan และ Robert Vigna จูนเครื่องดนตรีด้วยหู ไม่ใช่ด้วยเครื่องตั้งสาย ความหนักที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่ผลลัพธ์แห่งทฤษฎีดนตรี หากเป็นผลลัพธ์แห่งสัญชาตญาณ พวกเขาเพียงต้องการให้มันต่ำลง หนักขึ้น และอึดอัดมากขึ้น โดยไม่สนใจว่ามันจะต่ำไปถึงระดับใด เสียงที่ได้จึงกลายเป็นซาวด์ C Standard โดยบังเอิญ อุบัติเหตุแห่งซาวด์ที่กลายเป็นรากฐานสำคัญของ Death Metal สายมืดมิดในเวลาต่อมา

เนื้อหาของ Dawn of Possession คือการกล่าวโทษศาสนาคริสต์อย่างเยือกเย็นและโหดร้าย เป็นดั่งการอ่านคำพิพากษาอย่างช้าๆ ผ่านบทเพลง “Into Everlasting Fire”, “No Forgiveness (Without Bloodshed)” และ “After My Prayers” เสียงคำรามของ Ross Dolan เป็นดั่งผู้พิพากษา ผู้กล่าวโทษ และเพชฌฆาตในร่างเดียว ทุกคำคือการตอกย้ำว่าความศรัทธาอาจไม่ได้นำไปสู่การไถ่บาป หากแต่นำไปสู่การนองเลือด

โครงสร้างเพลงในอัลบั้มนี้เต็มไปด้วยจังหวะที่หักมุม ริฟฟ์ที่คดเคี้ยว และท่อนเปลี่ยนที่ไม่ประนีประนอมกับผู้ฟัง Immolation ไม่ได้ต้องการความลื่นไหลแบบ Thrash Metal รุ่นพี่ แต่เลือกจะสร้างความอึดอัด ความคับแคบ และความรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในพิธีกรรมที่ไม่มีทางหลบหนี กลองของ Craig Smilowski ทำหน้าที่เสมือนกลองศึกที่ตอกย้ำการเดินทัพ ขณะที่กีตาร์ของ Vigna และ Tom Wilkinson สร้างกำแพงแห่งซาวด์ที่ทั้งบิดเบี้ยวและเป็นพิษ

แม้ Dawn of Possession จะไม่ถูกยกย่องในระดับตำนานกระแสหลักแบบ Master of Puppets หรือ Reign in Blood แต่ในโลกแห่ง Extreme Metal มันคือหมุดหมายสำคัญ เป็นหลักฐานว่ามีวงดนตรีกลุ่มหนึ่งกำลังเชี่ยวชาญภาษาแห่งความรุนแรง และกำลังพัฒนามันไปสู่สิ่งที่มืดกว่า ลึกกว่า และเป็นระบบมากกว่า อัลบั้มนี้คือจุดตั้งต้นแห่งเส้นทางที่ Immolation จะเดินต่อไปสู่ผลงานอย่าง Here in After และ Close to a World Below ซึ่งยกระดับความโหดร้ายให้กลายเป็นศิลปะแห่งสงครามอย่างเต็มตัว

เมื่อมองย้อนกลับจากปัจจุบัน Dawn of Possession อาจไม่ใช่อัลบั้มที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ความไม่สมบูรณ์นั้นเองที่ทำให้มันทรงพลัง มันเป็นเสียงของวงดนตรีที่ยังไม่ถูกขัดเกลา ยังไม่ถูกตลาดนิยาม และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ตรงไหนของแผนที่แห่งซาวด์ พวกเขารู้เพียงอย่างเดียว จะต้องเดินหน้าลงสู่ความมืด และลากทุกสิ่งที่ขวางทางลงไปด้วย

30 กว่าปีผ่านไป รุ่งอรุณแห่งการยึดครองยังไม่จางหาย Dawn of Possession ยังคงทำหน้าที่เป็นบทเปิดของพงศาวดารแห่งสงคราม Death Metal บทหนึ่งที่พิสูจน์ว่า บางครั้งเสียงดนตรีไม่จำเป็นต้องรู้คีย์ ไม่จำเป็นต้องขออนุญาต และไม่จำเป็นต้องให้อภัย มันเพียงต้องซื่อสัตย์ต่อความมืดที่มันถือกำเนิดมา!

#Immolation #DawnOfPossession #ExtremeMetal #MetalHistory #WarOfSound #UndergroundMetal #DeathMetal #TerritoryMag

ความคิดเห็น