พงศาวดารแห่งความตาย! : Season X.I


Baphomet – The Dead Shall Inherit (1992)

พงศาวดารแห่งความตายไม่ได้เริ่มต้นด้วยเสียงระเบิด หากเริ่มด้วยเสียงดินร่วนที่ถูกแงะจากด้านล่าง เสียงเล็บแห่งศพที่ไม่ยอมหลับใหลขูดผ่านฝาโลงอย่างเชื่องช้า ในปี 1992 ท่ามกลางสมรภูมิแห่ง Death Metal ที่ New York กำลังเดือดพล่านไปด้วยชื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Cannibal Corpse, Suffocation และ Immolation มีวงหนึ่งจาก Buffalo ที่ไม่เคยได้ยืนกลางเวทีประวัติศาสตร์ แต่กลับฝังอาวุธไว้ใต้ผืนดินอย่างเงียบงัน Baphomet และอัลบั้ม The Dead Shall Inherit คือศพเหล่านั้น เมื่อถึงเวลา พวกมันลุกขึ้นพร้อมกันโดยไม่ต้องขออนุญาตจากใคร

ซาวด์ของอัลบั้มนี้ไม่ได้มาจากโรงงานผลิตฝันร้ายอย่าง Morrisound แต่ถือกำเนิดขึ้นที่ Niagara Falls สถานที่ซึ่งเสียงน้ำตกอาจกลบเสียงคำรามของมนุษย์ แต่ไม่อาจกลบเสียงแห่งคำสาปในอัลบั้มนี้ โปรดักชันของ The Dead Shall Inherit หนักแน่น ชัดเจน และซื่อสัตย์ต่อยุคสมัย ทุกเครื่องดนตรีถูกวางตำแหน่งราวหน่วยทหารแห่งสนามรบ ไม่มีใครเด่นเกิน ไม่มีใครถูกฝัง เสียงกลองคือแรงกระแทกซ้ำๆ ของพลั่วที่ฟาดลงบนกะโหลก กีตาร์คือกำแพงเหล็กที่บดขยี้เป็นจังหวะ เบสของ Gary Schipani เดินสวนหน้าออกมาด้วยความเยือกเย็น คล้ายเสียงโซ่ที่ลากผ่านพื้นคุกใต้ดิน ส่วนเสียงคำรามของ Tom Frost เป็นดั่งเสียงแห่งสิ่งมีชีวิตที่ถูกขังอยู่ระหว่างความตายกับความโกรธเกรี้ยว

โครงสร้างเพลงในอัลบั้มนี้เรียบง่ายจนหลายคนเรียกมันว่าดั้งเดิม แต่ความดั้งเดิมนั้นคือความแม่นยำ Baphomet ไม่เร่ง ไม่โอ้อวด และไม่ยืดเยื้อ ทุกเพลงเคลื่อนที่เสมือนกองทัพแห่งซากศพ ช้า หนัก และไม่หยุด “The Suffering” เปิดฉากราวพิธีปลุกผี เสียงอินโทรเย็นยะเยือกนำไปสู่ริฟฟ์ที่บดขยี้อย่างเป็นระบบ “Leave the Flesh” และ “Torn Soul” คือสนามรบที่คุ้นเคยสำหรับผู้ศรัทธา NYDM แต่ถูกตีใหม่ให้ต่ำ หนัก และดิบกว่า ขณะที่ “Through Deviant Eyes” แสดงให้เห็นว่าซากศพพวกนี้ยังวิ่งได้เมื่อจำเป็น ระเบิดความเร็วเป็นช่วงๆ ก่อนจะกลับมาทับถมอย่างโหดเหี้ยม

ครึ่งหนึ่งของอัลบั้มคือการนำเพลงจาก Inheritors of the Dead กลับมาบันทึกใหม่ บางคนมองว่านี่คือข้อจำกัด แต่ในบริบทแห่งสงคราม นี่คือการฝึกทหารผ่านศึกให้แข็งแกร่งขึ้น เสียงที่ต่ำลง โปรดักชันที่แน่นขึ้น และความดุที่เพิ่มขึ้น ทำให้เพลงเหล่านี้ไม่ใช่เงาแห่งอดีต แต่เป็นซากศพที่ถูกชุบชีวิตใหม่ด้วยอาวุธที่ดีกว่า “Boiled in Blood” ไม่ได้เป็นแค่ชื่อเพลงที่โหดที่สุดเพลงหนึ่งใน Death Metal แต่เป็นภาพแทนของทั้งอัลบั้ม เลือดที่เดือดอยู่ใต้ผิวหนังแห่งความเรียบง่าย

เมื่อมองในภาพรวม The Dead Shall Inherit ไม่ใช่อัลบั้มที่พยายามนิยาม Death Metal ใหม่ มันไม่มีโซโลกีตาร์ ไม่มีเทคนิคแพรวพราว และแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ แต่นั่นคือจุดแข็งของมัน Baphomet เข้าใจว่าความสยองขวัญไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เช่นเดียวกับซอมบี้หนึ่งตัวอาจไร้พิษสง แต่กองทัพซอมบี้คือฝันร้าย เพลงในอัลบั้มนี้อาจฟังคล้ายกัน ทว่าเมื่อมันเดินมาพร้อมกันทั้งชุด ความหนักหน่วงนั้นกลายเป็นแรงกดทับที่หลีกหนีไม่ได้

ปกอัลบั้มที่เต็มไปด้วยศพกำลังคลานออกจากสุสานคือคำเตือน The Dead Shall Inherit คือบันทึกแห่งยุคสมัยที่ Death Metal ยังเชื่อในน้ำหนัก ความดิบ และบรรยากาศ มากกว่าความเร็วหรือความซับซ้อน มันคือญาติร่วมสายเลือดกับ Butchered at Birth, Cause of Death และ Effigy of the Forgotten แต่เลือกเดินในเงามืดของตัวเอง ไม่เรียกร้องการยอมรับ ไม่แข่งขัน และไม่ตะโกน

3 ทศวรรษผ่านไป ซากศพเหล่านี้ยังไม่สลาย บางคนเพิ่งกลับมาค้นพบ บางคนเก็บมันไว้เหมือนไวน์เก่าที่รสเข้มขึ้นตามกาลเวลา The Dead Shall Inherit อาจไม่ใช่ตำนานที่ถูกเล่าบนเวทีใหญ่ แต่มันคือหลักฐานว่าประวัติศาสตร์แห่ง Death Metal ไม่ได้ถูกเขียนโดยผู้ชนะเท่านั้น หากถูกฝังไว้โดยผู้ที่หนักแน่นพอจะรอให้โลกพร้อมรับฟัง

เปิดประตูสุสาน ปิดไฟ แล้วปล่อยให้กองทัพแห่งความตายเดินผ่านคุณไปอย่างช้าๆ เพราะในสงครามแห่งนี้ ผู้ที่ลุกขึ้นจากหลุมศพ คือผู้ที่ได้ครอบครองมรดกแห่งความตายไปตลอดกาล!

#Baphomet #TheDeadShallInherit #NYDM #DeathMetal #OldSchoolDeathMetal #ExtremeMetal #MetalHistory #TerritoryMag 

ความคิดเห็น