พงศาวดารแห่งความตาย! : Season X.I
Deicide – Legion (1992)
ณ พงศาวดารแห่งความตาย! Season X.I ในภาคผนวก ทัพเสริมผู้ทำให้สงครามแห่ง Death Metal ดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด เมื่อปี 1992 ขณะที่ Death Metal กำลังเร่งฝีเท้าแข่งกับความสุดโต่งของตัวเอง Deicide เลือกจะไม่ถอย ไม่ปรับ และไม่ประนีประนอม อัลบั้ม Legion ถือกำเนิดขึ้นราวคำประกาศแห่งสงครามฉบับใหม่ เป็นอัลบั้มที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเอาใจใคร และไม่ได้ออกแบบให้โลกฟังเข้าใจตั้งแต่ครั้งแรก หากแต่มันคือการบุกทะลวงพรมแดนแห่งซาวด์ด้วยความเร็ว ความหนาแน่น และโครงสร้างทางเทคนิคที่แม้แต่ผู้สร้างเองก็ยังต้องใช้เวลาหลาย 10 ปีจึงจะยืนอยู่ต่อหน้ามันได้อย่างมั่นคง
การบันทึกเสียงที่ Morrisound Recording ใน Tampa ภายใต้การดูแลของ Scott Burns อัลบั้ม Legion ไม่ได้พยายามสานต่อความดิบเถื่อนแบบตรงไปตรงมาของอัลบั้มเปิดตัว แต่กลับหันไปสู่ความเฉียบคม แข็งกระด้าง และอัดแน่นราวเครื่องจักรแห่งสงครามที่ตั้งค่ามาเพื่อฆ่า Glen Benton และ Steve Asheim สร้างโครงร่างดนตรีที่แทบไม่เปิดพื้นที่ให้หายใจ ความเร็วถูกยกระดับจนกลายเป็นภาระของตัวเพลง ถึงขั้นมีข่าวลือว่าต้องอัดใหม่เพราะทุกอย่างเร็วเกินไปจนเวลาอัลบั้มสั้นเกินความคาดหมาย ราวกับว่าสงครามครั้งนี้ปะทุและจบลงเร็วกว่าที่ใครจะตั้งรับทัน
ซาวด์ของ Legion คมกว่า หนากว่า และไร้ความปรานีมากกว่าที่ Deicide เคยทำมา ไม่มีการใช้ pitch shifter หรือ harmonizer กับเสียงร้องของ Benton อีกต่อไป เหลือเพียง delay, reverb และการอัดซ้อนหลายแทร็กที่ทำให้เสียงคำรามของเขาฟังเหมือนถูกส่งมาจากโพรงนรก กีตาร์ของพี่น้อง Hoffman เต็มไปด้วย tremolo picking และ palm muting ที่พุ่งเข้าใส่กันอย่างไม่หยุดยั้ง ริฟฟ์จำนวนมากทั้งเย็นเยียบ อาฆาต และติดหูในแบบประหลาด ราวถูกซ่อนอยู่ใต้ม่านแห่งเสียงแตกความถี่สูงที่จงใจทำให้ผู้ฟังต้องขุดมันขึ้นมาด้วยตัวเอง
กลองของ Steve Asheim คือหัวใจแห่งความโกลาหล blast beat ถูกใช้อย่างหนักหน่วงกว่าที่เคย จน Legion ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ผลัก Death Metal เข้าใกล้ความเป็นเทคนิคัลอย่างจริงจัง เพลงเปิด “Satan Spawn, the Caco-Daemon” เปิดฉากราวประตูสู่นรก พร้อมข้อความย้อนกลับที่กระซิบชื่อเพลงซ้ำไปซ้ำมาอย่างเย็นยะเยือก ก่อนจะพาผู้ฟังเข้าสู่สนามรบที่ไม่มีทางถอย “Dead But Dreaming” กลายเป็นบทพิสูจน์ว่าท่ามกลางความเร็วและความหนาแน่น Deicide ยังสามารถสร้างเพลงที่ยืนระยะบนเวทีแสดงสดได้ยาวนานหลายทศวรรษ
ปกอัลบั้มที่ Glen Benton ออกแบบเองก็สะท้อนจิตวิญญาณแห่งยุคสมัยนั้นอย่างชัดเจน งาน 3 มิติในช่วงเวลาที่เทคโนโลยียังใหม่และไม่มีใครรู้ว่าควรใช้มันอย่างไร Legion จึงเป็นดั่งภาพสะท้อน เป็นท่าที และเป็นการท้าทายว่าศิลปะแห่ง Death Metal จะไปได้ไกลแค่ไหน
แม้อัลบั้มจะกลายเป็นที่รักของแฟนเพลงในเวลาต่อมา แต่ในช่วงหนึ่ง Legion แทบถูกทิ้งจากเวทีการแสดงสด ความซับซ้อนแห่งบทเพลงกลายเป็นภาระ แม้แต่ผู้สร้างเองยังยอมรับว่าการนำมันขึ้นแสดงคือหายนะซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนต้องรอให้เวลาผ่านไป มีนักดนตรีรุ่นใหม่ที่สามารถฟัง เข้าใจ และถ่ายทอดมันได้อย่างที่ควรจะเป็น เมื่อเพลงเหล่านี้กลับคืนสู่เซ็ตลิสต์ในยุคหลัง เสียงตอบรับของผู้ชมจึงกลายเป็นหลักฐานว่า ปัญหาไม่เคยอยู่ที่ตัวบทเพลง หากแต่อยู่ที่ว่าโลกยังไม่พร้อมจะรับมันในวันนั้น
คำวิจารณ์ในช่วงออกจำหน่ายเต็มไปด้วยความลังเล บางสื่อมองว่าอัลบั้มซับซ้อนเกินไป บางเพลงเรียบซ้ำ และไม่เป็นมิตรกับผู้ฟัง แต่กาลเวลากลับทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ Legion ถูกทบทวนใหม่ ถูกยกย่องใหม่ และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในงานที่โหดร้าย ชั่วร้าย และมีเอกภาพที่สุดในประวัติศาสตร์แห่ง Death Metal ดั่งที่ Glen Benton เคยพูดอย่างไม่ไว้หน้าใครว่า ครั้งหนึ่งทุกคนเคยเกลียดมัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนกลับรักมัน
ในพงศาวดารแห่งความตาย Legion อัลบั้มลำดับที่ 2 ของ Deicide คือสนามรบที่พิสูจน์ว่า Death Metal สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้จริง แม้ต้องแลกมาด้วยความไม่เข้าใจ ความล้มเหลวบนเวที และระยะเวลาหลาย 10 ปีกว่าความจริงจะถูกยอมรับก็ตาม
#Deicide #Legion #DeathMetal #1992Albums #Morrisound #ScottBurns #ExtremeMetal #MetalHistory #TerritoryMag


.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น