พงศาวดารแห่งความตาย! : Season X


Portal – Swarth (2009)

ถ้ามีอัลบั้มใดที่ทำให้คำว่า Avant-Garde / Experimental Death Metal ไม่ใช่เพียงป้ายชื่อเท่ๆ บนหน้าปก แต่เป็นสนามทดลองที่เลือดและสนิมหลอมรวมกันจริงๆ Portal – Swarth คือหนึ่งในนั้น และมันไม่เคยอ่อนโยนกับผู้ฟังเลยตั้งแต่วินาทีแรก ซาวด์ในอัลบั้มนี้พุ่งเข้าใส่เหมือนสัญญาณเตือนภัยกลางเมืองที่ไม่รู้ว่าศัตรูซ่อนอยู่ทิศใด กีตาร์ถูกบิดอัดจนกลายเป็นมวลทึบ กลวงพร่า คล้ายสแตติกที่ถูกบังคับให้เปล่งภาษาเดธเมทัล ส่วนกลองทำหน้าที่เสมือนวินัยทหาร คุมจังหวะการรุกให้เดินหน้าแม้จะมองไม่เห็นเส้นทาง ภาพรวมจึงย้อนแย้งอย่างจงใจ ทั้งอู้อี้เหมือนหมอกควัน ทั้งบาดคมเหมือนโลหะขึ้นสนิมที่ถูกขูดซ้ำ ๆ และนั่นเองที่ทำให้ Swarth เป็นงานที่คนรักก็รักสุดทาง คนชังก็ชังสุดใจ โดยแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ความรู้สึกเฉยชา

ใน Swarth ความโหดไม่ได้เกิดจากความเร็วเพียงอย่างเดียว หากมาจากเจตนาจะทุบทำลายความคุ้นชินแห่งการฟังเดธเมทัลให้แตกเป็นผง ริฟฟ์หลายช่วงเสมือนถูกยกมาจากโลกที่ตรรกะเรื่องคอร์ดถูกเขียนใหม่ให้ความผิดเพี้ยนกลายเป็นสภาวะปกติ เสียงแตกพร่าและฟีดแบ็กถูกใช้เป็นเนื้อหนังของเพลง ทำให้ทั้งอัลบั้มแกว่งไกวอยู่ระหว่างนอยส์ที่มีโครงกระดูกเป็นเดธเมทัล กับเดธเมทัลที่สวมหน้ากากนอยส์ แล้วแต่ประสาทหูของผู้ฟังจะยอมจำนนต่อด้านใด เสียงร้องของ The Curator ถูกดันถอยหลังเข้าไปในหมอก ราวคำสั่งการจากอีกห้องหนึ่ง เป็นกระซิบคำรามที่ไม่จำเป็นต้องชัดถ้อยชัดคำ เพราะเป้าหมายไม่ใช่การเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา แต่คือการทำให้รู้สึกว่าบางสิ่งกำลังเคลื่อนตัวอยู่หลังม่านหมอก

ไม่แปลกที่ Swarth จะเป็นอัลบั้มที่ก่อข้อถกเถียงรุนแรง บางเสียงยกให้เป็นงานที่รู้กติกาอย่างถ่องแท้และตั้งใจฉีกกติกาด้วยความแม่นยำ เหมือนการทำลายล้างที่วางแผนเป็นขั้นตอน ไม่ใช่ความมั่วไร้ทิศทาง ขณะที่อีกฝั่งมองว่ามันคือความวุ่นวายที่ไม่มอบอะไรให้คนฟัง นอกจากความเหนื่อยล้าและเสียงที่ถูกปิดทับด้วยสัญญาณรบกวน ความจริงอาจอยู่ตรงกลาง Swarth เลือกเล่นกับเส้นบางๆ ระหว่างความสับสนที่คุมได้ กับความสับสนที่กลายเป็นเป้าหมายเสียเอง

หากจะชี้จุดเริ่มต้นให้ผู้ที่อยากลองก้าวผ่านประตูมืดนี้ “Larvae” มักถูกยกเป็นตัวอย่างชัดว่าความแปลกของ Portal คือการบิดรูปไอเดียจนดูเหมือนของปลอมที่มีชีวิต จังหวะกระตุกคล้ายเครื่องยนต์สะดุด ก่อนลากผู้ฟังเข้าสู่ริฟฟ์ที่เข้าถึงได้อย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับภาพรวม อีกด้านหนึ่ง “The Swayy” แสดงให้เห็นโครงสร้างที่เป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้น ราวซิงเกิลจากโลกคู่ขนาน ยังประหลาด ยังขรุขระ แต่เผยให้เห็นการบังคับทิศทางที่แนบเนียน ด้านกลองคือหัวใจสำคัญไม่แพ้กัน ตั้งแต่การระดมความเร็วแบบรบประชิด ไปจนถึงช่วงที่ทอมโรลล์และฟิลล์ยาวๆ ทำหน้าที่เสมือนเครื่องจักรกำลังเปลี่ยนเกียร์ สร้างภาพแห่งสงครามที่ไม่ได้ยิงกันด้วยกระสุน หากแต่ยิงกันด้วยแรงสั่นและแรงดันอากาศ

เสน่ห์อีกชั้นของ Swarth คือโลกของมัน Portal ชอบบิดภาษาอังกฤษให้ผิดรูปจนเหมือนคำสาปแห่งพิธีกรรม ชื่ออย่าง “Swarth”, “Omenknow” และ “Illoomorpheme” ให้ความรู้สึกเหมือนคำจริงที่ถูกทำให้เสื่อมสภาพ ทั้งหมดนี้ยืนยันว่ามันคือจักรวาลของวง ไม่ใช่ลูกเล่นฉาบฉวย และเมื่อรวมกับธีมสาย Lovecraftian ที่แทรกซึมอยู่ทั่วทั้งอัลบั้ม งานทั้งชิ้นจึงเหมือนรายงานจากสนามรบในเมืองต้องห้าม คุณอาจอ่านแผนที่ไม่ออก แต่คุณรู้ว่าความมืดกำลังเดินทัพ

แน่นอน Swarth ไม่ใช่อัลบั้มสำหรับการฟังสบายๆ มันยาวพอจะทดสอบความอดทน และบางช่วงก็เหมือนตั้งใจวางกับดักคนฟัง โดยเฉพาะช่วงท้ายที่ทำให้หลายคนเผลอคิดว่าสงครามยุติแล้ว ทั้งที่ยังเหลือบทสุดท้ายให้ฝืนหายใจต่อ แต่หากคุณยอมรับเงื่อนไขของมัน Swarth จะค่อยๆ เปิดเผยตัวว่าไม่ได้เป็นแค่เสียงแตก หากเป็นความพยายามพาเดธเมทัลกลับไปสู่ความน่ากลัวดั้งเดิม น่ากลัวแบบไม่ต้องพึ่งความโหดตรงๆ แต่ใช้ความไม่แน่นอน ความพิกลพิการแห่งโครงสร้าง และบรรยากาศราวเครื่องจักรนอกโลกกำลังบดขยี้สิ่งมีชีวิตอยู่ใต้พื้นแห่งซาวด์

ในสนามทดลองแห่ง Avant-Garde / Experimental Death Metal, Portal – Swarth ปี 2009 คือบทพิสูจน์ว่าความสุดโต่งไม่จำเป็นต้องเท่ากับความเร็วหรือความหนักเสมอไป มันอาจเป็นการบังคับให้ผู้ฟังทิ้งเข็มทิศทั้งหมด แล้วเดินผ่านซาวด์ที่เหมือนควันพิษ และถ้ารอด คุณจะไม่มองเดธเมทัลแบบเดิมอีกต่อไป

#Portal #Swarth #AvantGardeDeathMetal #ExperimentalDeathMetal #DeathMetal #Australia #ProfoundLoreRecords #TerritoryMag

ความคิดเห็น