พงศาวดารแห่งความตาย! : Season X


Demilich – Nespithe (1993)

ปี 1993 ขณะที่ death metal กำลังขยายอาณาเขตด้วยพลังดิบและความเร็ว Demilich จากฟินแลนด์กลับเลือกเส้นทางที่สวนกระแส พวกเขาไม่เร่ง ไม่ไล่ล่า ไม่อธิบาย แต่สร้างสนามรบแห่งความคิดที่ผู้ฟังต้องเดินเท้าเข้าไปเอง Nespithe อัลบั้มที่เป็นดั่งเอกสารจากสงครามแห่งซาวด์ที่เชื่อว่าความรุนแรงทางดนตรีไม่จำเป็นต้องดังหรือเร็วที่สุด แต่อยู่ที่การบิดโครงสร้างจนความคุ้นเคยแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ตั้งแต่เสียงคำรามต่ำลึกของ Antti Boman ที่เหมือนสัญญาณเตือนภัยจากอวัยวะภายใน ไปจนถึงริฟฟ์ที่คดเคี้ยวราวเส้นประสาท Nespithe คือการเดินทัพเข้าสู่เขตต้องห้ามแห่ง technical death metal ที่แต้มด้วยอารมณ์ avant-garde อย่างไม่ประนีประนอม

อัลบั้มถูกบันทึกเสียงในช่วงปลายปี 1992 ณ Savonlinna ดินแดนอันหนาวเย็นที่ดูเหมาะสมกับดนตรีซึ่งเลือกใช้ความเย็นชาเป็นอาวุธ เสียงกีตาร์ของ Boman และ Aki Hytönen ทำหน้าที่เป็นดั่งเขาวงกตที่บังคับให้ผู้ฟังหลงทาง เบสของ Ville Koistinen เคลื่อนไหวเสมือนแกนกลางที่ซ่อนอยู่ใต้ดินคอยยกโครงสร้างขึ้นลงอย่างไม่คาดคิด ขณะที่กลองของ Mikko Virnes ทำหน้าที่เสมือนเครื่องจักรแห่งสงครามที่รู้จังหวะหยุดมากกว่าจังหวะยิง ทุกชิ้นส่วนทำงานร่วมกันเพื่อทำลายรูปแบบ verse-chorus ที่เคยเป็นกฎหมายศักดิ์สิทธิ์แห่ง death metal ในยุคนั้น

ชื่ออัลบั้ม Nespithe เองคือปริศนา เป็นการเล่นคำจาก “The Spine” ด้วยการกลับกลุ่มอักษร 3 ตัวจากท้ายคำ สันหลังถูกพลิกกลับ เช่นเดียวกับวิธีที่ดนตรีในอัลบั้มนี้พลิกกฎเกณฑ์แห่งแนวเพลง ชื่อเพลงอย่าง “Erecshyrinol” ที่หมายถึง “No Lyrics Here” ยิ่งตอกย้ำท่าทีเย้ยหยันต่อความคาดหวังของผู้ฟัง Demilich ต้องการให้ผู้ฟังเผชิญหน้า การเรียงลำดับเพลงตั้งแต่ “When the Sun Drank the Weight of Water” ไปจนถึง “Raped Embalmed Beauty Sleep” คือการเคลื่อนพลผ่านภูมิประเทศที่เปลี่ยนรูปร่างตลอดเวลา บางช่วงเหมือนการเดินในหมอก บางช่วงเหมือนตกหลุมลึกโดยไม่ทันตั้งตัว

Nespithe คืออัลบั้มเดียวของ Demilich แต่กลับมีน้ำหนักเท่ากับผลงานทั้งชีวิตของหลายวง การออกจำหน่ายครั้งแรกโดย Necropolis Records ก่อนจะถูกรีอิชชูในยุโรปโดย Repulse Records และต่อมาภายใต้ Century Media ทำให้งานชิ้นนี้ค่อยๆ แพร่กระจายไปยังผู้ฟังที่พร้อมเปิดใจ เวอร์ชันรีมาสเตอร์ปี 2009 โดย Xtreem Music ซึ่งได้รับการรับรองจากวง ยิ่งทำให้รายละเอียดของซาวด์ที่ซับซ้อนถูกขุดขึ้นมาอย่างชัดเจนขึ้น ราวกับการขุดซากศพทางดนตรีที่ยังคงมีชีพจรเต้นอยู่

อิทธิพลของ Nespithe ไม่ได้วัดจากยอดขายหรือกระแสหลัก แต่จากการที่มันกลายเป็นตำราอันเงียบงันสำหรับนักดนตรีรุ่นหลัง ในปี 2016 เว็บไซต์ No Echo ยกอัลบั้มนี้เป็นหนึ่งในผลงานเด่นแห่งปี 1993 ที่แสดงให้เห็นว่า death metal สามารถมี groove ที่พิกลพิการและงดงามได้พร้อมกัน รีวิวจาก Pitchfork ที่ให้คะแนนสูงสุดยิ่งตอกย้ำว่าความสุดโต่งไม่ได้หมายถึงการเข้าไม่ถึง หากคือการกล้าคิดในวันที่ทุกคนยังไม่พร้อม

3 ทศวรรษผ่านไป Nespithe ยังคงยืนอยู่เหมือนอนุสาวรีย์แห่งความดื้อรั้น มันไม่แก่ ไม่เชื่อง และไม่ยอมกลายเป็นเพียงของสะสมในตู้แผ่นเสียง สำหรับผู้ฟังที่กล้าเดินเข้าไปในสนามทดลองแห่งนี้ อัลบั้มจะตอบแทนด้วยประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร สงครามที่ไม่มีผู้ชนะ มีเพียงความคิดที่ถูกท้าทายจนไม่อาจกลับไปฟัง death metal แบบเดิมได้อีก นี่คือพงศาวดารแห่งความตายที่ไม่ได้บันทึกด้วยเลือด แต่ด้วยโครงสร้าง ซาวด์ และความเงียบงันที่จงใจทิ้งไว้ให้หลอนอยู่ในกบาล

#Demilich #Nespithe #AvantGardeDeathMetal #ExperimentalDeathMetal #DeathMetal #Finland #AlbumHistory #TerritoryMag

ความคิดเห็น