พงศาวดารแห่งความตาย! : Season X
Disharmonic Orchestra – Not to Be Undimensional Conscious (1992)
ปี 1992 ขณะที่ death metal กำลังถูกกำหนดด้วยสูตรสำเร็จของพลัง ความเร็ว และความโหดร้าย วงจากออสเตรียนาม Disharmonic Orchestra กลับเลือกเดินสวนกระแสอย่างไม่เกรงกลัว พวกเขาปล่อยอัลบั้ม Not to Be Undimensional Conscious ออกมาราวเอกสารลับแห่งสนามทดลองทางดนตรี เป็นบันทึกของการทดลองที่ไม่สนใจว่าผู้ฟังจะเข้าใจหรือไม่ ขอเพียงให้ซาวด์ได้มีชีวิตของมัน อัลบั้มค่อยๆ บ่อนทำลายกรอบความคิดแห่ง death metal จากภายใน เสมือนสงครามที่ไม่จำเป็นต้องมีระเบิด แต่ใช้ความผิดแปลกเป็นอาวุธ
ซาวด์โดยรวมของอัลบั้มดูเหมือนจะตั้งใจทำให้ผู้ฟังต้องเพ่งสมาธิ กลองที่ไม่เด่นชัดในมิกซ์บังคับให้หูต้องทำงานหนักขึ้น ราวเสียงปืนที่ดังมาจากหมอกควัน ทำให้ทุกจังหวะของ Martin Messner กลายเป็นสิ่งที่ต้องไล่ล่าด้วยการฟังอย่างตั้งใจ แทนที่จะถูกป้อนให้เสพอย่างง่ายดาย ความอ่อนแรงแห่งโปรดักชันในสายตาบางคนกลับทำหน้าที่เสมือนสภาพสนามรบที่ขรุขระ มันไม่ลดทอนพลังแห่งซาวด์ แต่กลับเพิ่มความรู้สึกไม่มั่นคงและตึงเครียดให้แก่ประสบการณ์การฟังอย่างประหลาด
หัวใจแห่งอัลบั้มอยู่ที่การหลอมรวมกันของกีตาร์และเบสจนแทบแยกไม่ออก เสียงทั้ง 2 เครื่องทับซ้อนกันในย่านเดียวราวอวัยวะของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์เพียงตัวเดียว ริฟฟ์กีตาร์ที่เรียบง่าย หนักแน่น และมีจังหวะโยกแบบ groove กลับเปิดพื้นที่ให้เบสแสดงบทบาทอย่างบ้าคลั่งด้วยลีลาที่มีกลิ่นแจ๊สและเทคนิคขั้นสูง ความขัดแย้งของ 2 แนวคิดนี้ ความดิบที่เหมือนถอยออกจาก death metal กับความซับซ้อนที่พุ่งทะลุกรอบเทคนิค ถูกบีบอัดให้อยู่ในเสียงเดียวกัน ผลลัพธ์คือซาวด์ที่ทั้งหนัก หนืด และชวนเคลิบเคลิ้มอย่างประหลาด ราวกับได้ยินเครื่องดนตรีที่มี 4 แขนกำลังบรรเลงอยู่กลางห้องทดลอง
บทบาทของกลองยิ่งตอกย้ำความรู้สึกเหนือจริง Martin Messner เล่นกลองเหมือนกำลังสนทนากับโครงสร้างเพลง จังหวะที่เขาเลือกใช้เต็มไปด้วยไอเดียที่คนธรรมดาแทบไม่คิดจะหยิบมาใช้ใน death metal ทว่ากลับทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ความซับซ้อนเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เพลงตึงเครียดเกินไป หากแต่สร้าง groove ที่ผ่อนคลายอย่างคาดไม่ถึง เป็นความสงบในใจกลางความโกลาหล เสมือนการเดินผ่านซากปรักหักพังที่ยังมีจังหวะการหายใจแห่งชีวิตหลงเหลืออยู่
เนื้อหาและชื่อเพลงในอัลบั้มยิ่งเพิ่มมิติแห่งความสับสนแบบเหนือจริง ชื่ออัลบั้มเองก็เหมือนปริศนาที่ไม่ต้องการคำตอบ เนื้อร้องและแนวคิดเต็มไปด้วยถ้อยคำและภาพที่ชวนให้ตั้งคำถามต่อการรับรู้ความจริง ไม่ใช่นามธรรมแบบเสแสร้ง แต่เป็นความรู้สึกว่าดนตรีกำลังพยายามสื่อสารบางสิ่งบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยภาษาเพียงอย่างเดียว มันคือเสียงกระซิบจากอีกมิติหนึ่ง ที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดแปลกอยู่ตลอดเวลา
แม้อัลบั้มจะทำงานได้อย่างทรงพลัง ทว่าแต่ละเพลงกลับมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนพอจะฝังอยู่ในความทรงจำ รายละเอียดเล็กๆ อย่างท่อนเบสใน “Perishing Passion” การเปิดเพลง “Groove” หรือช่วงแร็ปที่โผล่มาอย่างไม่คาดฝันใน “The Return of the Living Beat” ล้วนทำหน้าที่เหมือนรอยแผลเป็นจากสนามรบ ที่เมื่อมองย้อนกลับไปจะจำได้ทันทีว่าเคยเกิดอะไรขึ้นตรงนั้น ทุกเพลงเสมือนเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ไม่ซ้ำกัน แต่ยังคงเชื่อมโยงกันภายใต้บรรยากาศกดดันและเหนือจริงแบบเดียวกัน
เชิงประวัติศาสตร์ Not to Be Undimensional Conscious มักถูกเปรียบเทียบว่าเป็นคำตอบจากยุโรปต่อ Unquestionable Presence ของ Atheist ทว่ามันเลือกเดินอีกเส้นทางหนึ่ง แทนที่จะเต็มไปด้วยพลังบวกและความกระฉับกระเฉง อัลบั้มนี้แผ่ซ่านด้วยความหวาดระแวง ความอึดอัด และความรู้สึกกดทับ เสียงร้องที่มีลักษณะ death metal แบบดั้งเดิมไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวนำ แต่เป็นส่วนหนึ่งแห่งบรรยากาศโดยรวม ทำให้งานทั้งชุดออกมากดดันมากกว่าก้าวร้าว และยิ่งตอกย้ำความรู้สึกเหมือนฝันร้ายที่เลือนราง
แม้อัลบั้มนี้จะไม่สามารถพาวงขึ้นสู่ความนิยมในระดับเดียวกับวงใหญ่ในยุคนั้น แต่มันกลับกลายเป็นงานที่ได้รับการยกย่องในหมู่ผู้ฟังใต้ดินอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไป ความแปลกประหลาดและความกล้าที่ไม่เหมือนใครของ Disharmonic Orchestra กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับดนตรีสุดขั้วที่กล้าท้าทายกรอบเดิมๆ และที่สำคัญ ความเพี้ยนทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากการพยายามทำให้แปลก แต่มันไหลออกมาจากตัวซาวด์อย่างเป็นธรรมชาติ ราวใบหน้าที่คุ้นเคยแต่บิดเบี้ยว จนทำให้รู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่จ้องมอง
Not to Be Undimensional Conscious คือประสบการณ์ที่ค่อยๆ ฝังตัวอยู่ในความคิด เหมือนสนามรบที่เงียบงันหลังควันปืนจางหาย ทิ้งไว้เพียงร่องรอยแห่งการทดลอง การกลายพันธุ์ และคำถามเกี่ยวกับขอบเขตแห่ง death metal ที่ยังคงก้องอยู่จนถึงทุกวันนี้
#AvantGardeMetal #ExperimentalDeathMetal #DisharmonicOrchestra #NotToBeUndimensionalConscious #MetalHistory #ExtremeMetal #TerritoryMag


.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น