พงศาวดารแห่งความตาย! : Season X
Carbonized – Disharmonization (1993)
พงศาวดารแห่งความตายอัลบั้มนี้ ที่เปิดฉากขึ้นในปี 1993 ราวบันทึกแห่งสนามรบที่ไม่มีแผนที่ ไม่มีเส้นชัย และไม่มีใครสั่งการ นอกจากสัญชาตญาณอันบิดเบี้ยวของนักดนตรี 3 คนจาก Saltsjöbaden ประเทศสวีเดน ที่ตัดสินใจฉีกตำราแห่ง death metal ทิ้งต่อหน้าต่อตาโลกใต้ดิน ผลงานนั้นคือ Disharmonization อัลบั้มซึ่งเกิดมาเพื่อท้าทาย ล้อเลียน และทรมานโครงสร้างการรับฟังดนตรีเมทัลอย่างเป็นระบบ ราวการทดลองทางทหารที่รู้ล่วงหน้าว่าจะมีผู้บาดเจ็บ แต่ก็ยังเดินหน้าลั่นไกต่อไปโดยไม่ลังเล
Carbonized ไม่ได้เป็นวงหน้าใหม่ในเวลานั้น พวกเขาเคยยืนอยู่บนฐานแห่ง deathgrind อันแข็งแรงจาก For the Security ปี 1991 มีโครงสร้าง มีแรงปะทะ และยังยึดโยงกับความโหดแบบดั้งเดิม ทว่า Disharmonization คือการหักเลี้ยวอย่างรุนแรง เป็นการก้าวเข้าสู่แดนต้องห้ามที่แม้แต่ผู้สร้างเองก็ไม่แน่ใจว่าจะกลับออกมาได้หรือไม่ ดนตรีในอัลบั้มนี้ทำหน้าที่เสมือนสนามทดลองที่ปล่อยให้ jazz, post-punk, flamenco, funk, grindcore และ death metal ปะทะกันอย่างไร้ลำดับชั้น เสียงกีตาร์สะอาดที่แฝงกลิ่น modern jazz เดินสวนกับเบสที่โดดเด่นราวกับตัวเอก เสียงร้องสลับไปมาระหว่าง death rasp กับครางสะอาดอันประหลาดคล้าย Tom G. Warrior ใน Into the Pandemonium ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกโยนลงหม้อเดียวกันแล้วเปิดไฟแรงสุดโดยไม่คิดจะปรุงรสให้กลมกล่อม
ความสับสนนี้เริ่มตั้งแต่ “Frozen Landscapes” อินสทรูเมนทัลเปิดอัลบั้มที่แทบไม่มี metal เหลืออยู่ เป็นเพียงกลุ่มก้อนแห่ง jazz discordant และโครงสร้างที่ไร้ศูนย์กลาง จากนั้น “Vlad Tepes” ก็พาผู้ฟังเข้าสู่พิธีกรรมเหนือจริง เสียงกีตาร์คดงอ เบสลอยเด่น และท่วงทำนองที่ชวนให้นึกถึง Voivod ยุค Dimension Hatross ผสม Psychotic Waltz โดยมี Christofer Johnsson ส่งเสียงร้องกึ่งครางกึ่งหลับใหลเหมือนผู้ประกอบพิธีที่ไม่ต้องการคำอธิบาย “Lord of Damnation” เป็นช่วงเวลาที่ death metal กลับมาอย่างฉับพลัน รุนแรง และเหมือนการระเบิดกลางสนามรบ ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกดึงกลับเข้าสู่ความวิปริตอีกครั้ง
ตลอดอัลบั้ม Disharmonization ดำเนินไปแบบไม่เคยให้รางวัลแก่ความคาดหวัง ผู้ฟังที่เฝ้ารอ climax หรือ payoff จะพบเพียงประตูที่เปิดออกสู่ไอเดียถัดไปโดยไม่หันกลับมามอง “Silent Journey” เต้นรำด้วยจังหวะคล้าย foxtrot ก่อนจะแตกเป็น quasi-thrash หลอนประสาท ขณะที่ “Spanish Fly” มอบภาพลวงแห่งความปกติด้วยเมโลดี้ที่จดจำได้ง่าย ก่อนจะค่อยๆ พังทลายลงสู่ avant-garde metal เชิงทดลองที่ล่องลอยและเย็นชา “Succubus” และ “Night Shadows” แสดงให้เห็นศักยภาพทางเทคนิคที่ล้ำหน้า death metal ยุคนั้นไปหลายปี ทั้งการเปลี่ยนจังหวะอย่างฉับพลัน การใช้เบสเป็นแกนหลัก และโครงสร้างที่ไม่สนใจ verse-chorus ใดๆ ส่วน “The Voice of the Slained Pig” และ “Confessions” คือความโกลาหลที่บิดเกลียว death/thrash, grind และ funk เข้าด้วยกันอย่างไร้ความปรานี
เสียงวิจารณ์ที่แตกเป็น 2 ขั้วจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลก บางคนมอง Disharmonization เป็น “musician’s music” ดนตรีของนักดนตรีเพื่อความสุขของการทดลอง มากกว่าการสื่อสารกับผู้ฟัง เป็นความแปลกเพื่อความแปลก ซึ่งขาดเส้นเรื่องและความเชื่อมโยง ขณะที่อีกฝ่ายยกย่องมันในฐานะงาน avant-garde ที่กล้าหาญ เป็นการผลัก death metal ออกนอกวงโคจรแบบเดียวกับที่ O.L.D. เคยทำใน Lo Flux Tube และเป็นญาติร่วมสายเลือดทางจิตวิญญาณกับ Into the Pandemonium ของ Celtic Frost หรือการทดลองของ Voivod, Watchtower และ Mekong Delta ในยุคเดียวกัน ไม่ว่าจะรักหรือเกลียด ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า Disharmonization คือผลงานที่ไม่ยอมประนีประนอม และไม่พยายามเอาใจใครทั้งสิ้น
เมื่อมองย้อนกลับ Disharmonization ดูราวกับสนามเพลาะที่ Carbonized ขุดลึกเกินไป จนไม่อาจหวนคืนสู่ death metal แบบเดิมได้อีก พวกเขาเดินหน้าต่อใน Screaming Machines ปี 1996 ด้วยทิศทางที่ยิ่งห่างจาก metal และในที่สุดชื่อของ Carbonized ก็กลายเป็นตำนานเงียบที่ถูกพูดถึงในหมู่นักฟังสายสุดโต่ง งานชิ้นนี้อาจไม่ใช่คลาสสิกในความหมายดั้งเดิม แต่เป็นบันทึกแห่งสงครามของช่วงเวลาที่ความบ้าคลั่ง ความกล้า และความไม่แยแสต่อกรอบใดๆ มาบรรจบกันอย่างสมบูรณ์แบบ หาก death metal คือสนามรบ Disharmonization ก็คือเขตทดลองอาวุธต้องห้ามที่ยังคงทิ้งรอยไหม้ไว้ในประวัติศาสตร์จนถึงทุกวันนี้
#Carbonized #Disharmonization #AvantGardeMetal #ExperimentalDeathMetal #SwedishMetal #ExtremeMetalHistory #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น