พงศาวดารแห่งความตาย! : Season IX


Angelcorpse – Exterminate (1998)

ประวัติศาสตร์แห่ง Blackened Death Metal มีไม่กี่อัลบั้มที่ไม่เพียงดัง หากแต่เดินทัพเข้าสู่โสตประสาทเสมือนเสียงเครื่องจักรแห่งสงครามที่ไม่มีวันหยุด และ Exterminate คือหนึ่งในนั้น งานปี 1998 ที่ไม่ได้ขออนุญาตใครก่อนจะเริ่มยิง มันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความเร็ว ความเกรี้ยวกราด และอุดมการณ์ต่อต้านศรัทธาถูกหลอมรวมเป็นเหล็กกล้าสีดำ Angelcorpse ในยุคนั้นไม่ได้ตั้งใจจะทำเพลงเพื่อความงาม หากตั้งใจจะสร้างภูมิประเทศแห่งสนามรบ แห้งแล้ง หนาวเย็น และเต็มไปด้วยเถ้าถ่าน ให้ผู้ฟังถูกดึงเข้าไปยืนกลางไฟปะทะตั้งแต่วินาทีแรก

เสียงเปิดของ “Christhammer” เป็นการประกาศสงคราม กีตาร์ไม่ไต่ระดับอย่างสุภาพ หากกระโจนใส่ด้วยริฟฟ์ที่เหมือนล้อรถถังบดผ่านศพเก่าแก่แห่งความเชื่อ เสียงกลองของ John Longstreth เปลี่ยนไม้กลองให้เป็นปืนกลหนัก ยิงกระหน่ำด้วยความเร็วที่ก้ำกึ่งระหว่างการควบคุมกับความบ้าคลั่ง ขณะที่เบสทำหน้าที่เป็นแรงสั่นสะเทือนใต้ดิน ไม่จำเป็นต้องเด่น แต่ต้องทำให้ทุกอย่างสั่นไหวพร้อมกัน ทั้งหมดถูกครอบงำด้วยเสียงแห่งคำรามและแผดร้องของ Pete Helmkamp ที่ไม่ใช่การร้อง แต่เป็นคำสั่งรบ เสียงนั้นยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างเดธเมทัลและแบล็กเมทัล พอจะเข้าใจถ้อยคำได้ และพอจะทำให้คำสั่งเหล่านั้นฝังหัว

Exterminate เคลื่อนตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่ไม่เปิดช่องให้พักหายใจ เพลงอย่าง “Into the Storm of Steel” และ “Sons of Vengeance” ทำหน้าที่เป็นภาพเคลื่อนไหวของสงครามอุตสาหกรรม ริฟฟ์พุ่งเป็นเส้นตรง โซโลพุ่งทะยานเหมือนไฟพ่น กลองถล่มซ้ำอย่างไม่ปรานี ความรู้สึกแห่งสงครามไม่ได้ถูกเล่า แต่ถูกบังคับให้รู้สึก คุณไม่ได้ยืนดู คุณอยู่ในนั้น และเมื่อ “Phallelujah” ปรากฏ มันบิดศาสนพิธีให้กลายเป็นพิธีสังหาร เสียงร้องสะท้อนกับโครงสร้างเพลงที่บ้าคลั่ง สร้างบรรยากาศสยองขวัญเชิงพิธีกรรมที่หนาวเย็นยิ่งกว่าคำสบถ

สิ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้ยืนยงไม่ใช่แค่ความเร็วหรือความโหด หากคือการผสมผสานอิทธิพลอย่างมีเจตจำนง ตั้งแต่เดธเมทัลสายฟลอริดายุคต้น ความดิบของ war metal ไปจนถึงความเฉียบแห่ง thrash ที่ถูกเร่งความเร็วขึ้นจนเกือบแตกสลาย ริฟฟ์ถูกออกแบบให้จดจำได้ท่ามกลางพายุแห่งซาวด์ โซโลไม่ได้เป็นของประดับ แต่เป็นอาวุธเสริมที่เพิ่มระดับการทำลายล้าง ทุกอย่างถูกจัดวางให้ไปต่ออย่างไม่หันหลังกลับ ราวกองทัพที่รู้ว่าการหยุดคือความตาย

ด้านเนื้อหา Exterminate เลือกจะเล่าเรื่องสงคราม ศรัทธาที่ถูกฉีก และการต่อต้านความอ่อนแอของมนุษย์ ไม่ใช่ด้วยภาษากวีอ่อนหวาน แต่ด้วยภาพรุนแรงที่ตรงและเย็นเฉียบ เนื้อร้องใน “Wartorn” สร้างฉากการสู้รบที่ทั้งเหนือจริงและโหดร้าย เสียงคำรามทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายที่ยืนอยู่หน้าแนวปะทะ เมื่อดนตรีและเนื้อหาซ้อนทับกัน ภาพแห่งสนามรบจึงชัดเจนจนแทบได้กลิ่นควันดินปืน

เมื่อมองย้อนกลับไป Exterminate คือจุดสูงสุดช่วงหนึ่งของ Angelcorpse และเป็นหมุดหมายสำคัญแห่ง Blackened Death Metal ยุค 90s มันพิสูจน์ว่าอัลบั้มสามารถโหดได้โดยไม่ต้องสับสน และเร็วได้โดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์ เวลาผ่านไป ความหนาวเย็นของงานชุดนี้ไม่เคยละลาย ตรงกันข้าม มันยังคงทำหน้าที่เสมือนลมหนาวจากสนามรบเก่าแก่พัดผ่านแล้วทิ้งความเงียบงันไว้เบื้องหลัง พร้อมคำถามว่ามีงานใดบ้างที่กล้าทำลายทุกอย่างตรงหน้าได้อย่างเด็ดขาดเท่านี้อีก 

ความคิดเห็น