คำรามจากอาร์เจนตินา! เดินทางข้ามซีกโลกด้วย Eufonías Infernales พิธีกรรมแห่งความตายของ VADRA


คืนที่ไร้ดวงดาวแห่งแผ่นดินอาร์เจนตินา สั่นไหวราวมีบางสิ่งตะโกนจากใต้ชั้นเปลือกโลก เสียงนั้นเดินทางข้ามมหาสมุทร มาถึงกรุงเทพฯ พร้อมพลังดิบที่ราวคำสาปอันเก่าแก่ Eufonías Infernales ผลงานล่าสุดของ VADRA วง extreme death metal ผู้เปลี่ยนความมืดให้เป็นภาษามนุษย์ เสียงกีตาร์ของ Marko Germán กรีดเหมือนดาบโบราณที่เชือดม่านหมอกหนาทึบ เผยให้เห็นความจริงบางอย่างที่ไม่ใช่ทุกคนพร้อมจะมองตรงเข้าไป ส่วนเสียงร้องของเขานั้น เสมือนตั้งใจให้เราจำไว้ว่าการมีชีวิตอยู่ไม่เคยเป็นเรื่องที่ปลอดภัย

Marko บอกกับ TerritoryMag ว่าแนวคิดของอัลบั้มนี้เกิดจากความจำเป็นในการเผชิญโลกภายในและโลกภายนอกไปพร้อมกัน ความกลัว ความตาย ความรุนแรงเชิงสัญลักษณ์ และจิตวิญญาณที่ถูกกัดเซาะ ทั้งหมดนี้ถักทอราวกับบทสวดแห่งทหารที่รู้ว่าตนจะไม่ได้กลับจากสนามรบ ซาวด์ในอัลบั้มนี้ไม่ใช่เสียงเพื่อปลอบประโลมผู้ฟัง แต่เป็นเสียงที่ยื่นหน้ามาใกล้และกระซิบว่า เจ้าจะหนีไปได้ถึงเมื่อไหร่กันเล่า!

สิ่งที่โดดเด่นในงานชุดนี้คือบรรยากาศที่หนักแน่นเสมือนวิหารโบราณที่สะสมคำสาปไว้หลายชั่วคน VADRA ตั้งใจจะสื่อถึงความซื่อสัตย์กับสภาวะภายในที่พวกเขากำลังเผชิญ ทุกบรรยากาศจึงมีพลังแบบพิธีกรรม กดทับ อึดอัด และดึงผู้ฟังเข้าไปจนไม่อาจถอนตัว เสียงนั้นทำหน้าที่เหมือนควันไฟในสนามรบที่มองไม่เห็นแต่แทรกซึมเข้าปอดทุกครั้งที่หายใจ

เนื้อเพลงของ Marko เสมือนนักบวชที่ผ่านความร้าวรานมานับครั้งไม่ถ้วน ความตายทั้งทางกายและทางจิตปรากฏอยู่ทุกมุมแห่งบทเพลง เขาบอกว่าเนื้อเพลงไม่ใช่อัตชีวประวัติ แต่เป็นกระจกดำที่สะท้อนความกลัวและความขัดแย้งที่ทุกคนมีร่วมกัน ต่างกันเพียงว่าใครจะกล้ามองมันตรงๆ ในเมื่อโลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยคำโกหกที่ถูกเสิร์ฟด้วยรอยยิ้ม VADRA เลือกจะให้เราฟังความจริงในรูปแห่งเสียงคำราม

สิ่งหนึ่งที่ TerritoryMag ต้องหยุดฟังอย่างตั้งใจ คือการที่ VADRA ยืนหยัดใช้ภาษาสเปนท่ามกลางวง metal ส่วนใหญ่ที่ยอมจำนนให้ภาษาอังกฤษเป็นตัวกลาง Marko บอกว่า ภาษาสเปนคืออาวุธที่ซื่อสัตย์ที่สุด มันหนักกว่า ดิบกว่า และเป็นเลือดเนื้อที่แท้จริงของวง ไม่ใช่เพียงเครื่องหมายแห่งอัตลักษณ์ แต่คือกุญแจที่เปิดประตูไปสู่ความมืดมิดที่ภาษาอื่นทำไม่ได้


โปรดักชันของอัลบั้มนี้เปรียบเสมือนหินมีคม ดิบ แต่สะท้อนน้ำหนักทุกการฟันลงมาอย่างแม่นยำ ไม่ได้ถูกขัดจนเงาแบบงานพาณิชย์ แต่ปล่อยให้เสียงหายใจออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เสียงแห่งความโกรธแค้น เสียงแห่งบาดแผลที่ยังไม่ตกสะเก็ด เสียงแห่งการยืนหยัดลุกขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพัง

สำหรับการแสดงสด Marko บอกว่าวงไม่ต้องการแค่ความมันของผู้ชม แต่ต้องการให้ผู้ชมดูถูกกลืนเข้าสู่พิธีกรรมร่วมกัน เสมือนทหารจำนวนมากยืนอยู่ในหลุมเพลิงเดียวกัน รู้ดีว่าความมืดที่ล้อมรอบกำลังฟังอยู่

ในมุมแห่งวงการ extreme metal ละตินอเมริกา VADRA มองว่าเสียงจากใต้ดินยังคงมีชีวิตราวสัตว์ที่ไม่เคยตาย มีการต่อสู้ มีการต่อต้าน และมีไฟที่ไม่วันดับ โดยเฉพาะในอาร์เจนตินาที่ทุกวงเหมือนกำลังวิ่งฝ่าควันกระสุนเพื่อให้เสียงของตนลอดออกไป VADRA เดินอยู่ในเส้นทางของตัวเอง ลึก มืด หนัก และแน่วแน่ต่ออัตลักษณ์ของตัวเอง

Marko ทิ้งท้ายกับเราว่า ความดุดันเป็นเพียงประตู ข้างในยังมีชั้นอารมณ์อีกมากมายรอให้ค้นพบ และชวนผู้ฟังสัมผัสอัลบั้มนี้ในห้องมืด ปิดไฟทุกดวงแล้วปล่อยให้เสียงทำงานของมัน TerritoryMag เองก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะอัลบั้มนี้เปรียบเสมือนการเดินทาง หากเปิดใจรับ คุณจะได้เห็นแสงวูบหนึ่งในความมืด แสงที่อาจทำให้คุณหวาดกลัวพอๆ กับหลงใหล

เสียงสุดท้ายที่ Marko ฝากถึงแฟนเพลงทั่วโลกคือการย้ำว่า extreme metal ยังเป็นพื้นที่แห่งเสรีภาพ ความจริง และการต่อต้านทุกอย่างที่พยายามควบคุมมนุษย์ ขอให้เปลวไฟใต้ดินลุกโชนต่อไป เขาว่า และ TerritoryMag ก็พร้อมเผยแพร่คำประกาศนี้ให้ดังขึ้นในดินแดนอีกฝั่งหนึ่งของซีกโลก

#VADRA #EufoníasInfernales #ExtremeMetal #DeathMetal #Argentina #TerritoryMag



ความคิดเห็น